ตอนที่ 13 — จิตวิญญาณที่ถูกคุกคาม
ลลิลนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเก่าของเธอในสตูดิโอ แสงยามบ่ายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง สะท้อนกับผืนผ้าใบเปล่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เธอพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อร่างแบบคอลเลกชันใหม่ แต่ภาพใบหน้าของคิรากรและคำพูดของโซเฟียยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สลับกันไปมาราวกับคลื่นซัดฝั่งไม่หยุดหย่อน ความเป็นจริงที่ว่าเธออาจกำลังก้าวเข้าไปในโลกที่อันตรายเกินกว่าจะจินตนาการได้ มันทำให้จิตใจของเธอว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“คิดอะไรอยู่คะคุณลลิล” เสียงของแพรวดังขึ้น ทำให้ลลิลสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองลูกมือคนสนิทที่กำลังถือถาดชาสมุนไพรเข้ามา “เห็นคุณนั่งเหม่อมาพักใหญ่เลยค่ะ”
ลลิลยิ้มบางๆ “ขอบใจนะแพรว” เธอรับถ้วยชามาวางไว้ข้างตัว “ฉันแค่… กำลังคิดถึงทิศทางของคอลเลกชันใหม่น่ะ”
“มันจะออกมาดูดีแน่นอนค่ะ” แพรวพูดอย่างให้กำลังใจ “ฉันเชื่อมั่นในฝีมือคุณลลิลเสมอ”
“แต่ถ้าหาก… ฝีมือมันไม่พอล่ะ” ลลิลพึมพำกับตัวเองเบาๆ จนแพรวได้ยิน
“ไม่พอยังไงคะ” แพรวถามด้วยความสงสัย “คุณลลิลคือคนที่เก่งที่สุดที่ฉันเคยเจอเลยนะคะ”
ลลิลส่ายหน้าช้าๆ “บางครั้ง… ความเก่งกาจอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการนะแพรว” เธอกลอบถ้วยชาไว้ในมือ “โดยเฉพาะเมื่อ… สิ่งที่เราต้องการนั้นมันอยู่สูงเกินไป”
แพรวเอียงคอเล็กน้อย “คุณลลิลหมายถึง… โอกาสที่จะได้แสดงผลงานในระดับนานาชาติใช่ไหมคะ”
“อาจจะใช่” ลลิลตอบเสียงอ่อย “หรืออาจจะ… มากกว่านั้น”
เธอไม่อาจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แพรวฟังได้ ความลับของคิรากรเป็นเรื่องที่หนักเกินไปสำหรับเด็กสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน การแบกรับความจริงที่ว่าเจ้านายผู้มีอิทธิพลและดูดีคนนี้ อาจเป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมระดับมืด มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะรับฟังได้ง่ายๆ
“คุณคิรากรเขาดูเป็นคนมีอำนาจนะคะ” แพรวพูดต่อ “บางที… เขาอาจจะช่วยเปิดเส้นทางให้คุณลลิลได้จริงๆ ก็ได้ค่ะ”
“เธอคิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” ลลิลถาม พลางมองเข้าไปในดวงตาของแพรว “เธอไม่กลัวเขาเลยเหรอ”
“ก็… มีแวบบ้างค่ะ” แพรวยอมรับ “แต่พอเห็นคุณลลิลอยู่กับเขา เขาก็ดูไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้นนะคะ เขาดู… ดูแลคุณลลิลดี”
คำว่า “ดูแล” ทำให้ลลิลรู้สึกประหลาดในใจ คิรากรดูแลเธอจริงหรือ? หรือเขาแค่กำลังใช้เธอเป็นเครื่องมือ? ความรู้สึกไม่ไว้วางใจเริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่ความตื่นเต้นเร้าใจที่เคยมี
“บางที… การดูแลของเขาอาจจะมีความหมายที่ซับซ้อนกว่าที่เราเห็นก็ได้นะแพรว” ลลิลพูด ดวงตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง
“คุณลลิลคะ” เสียงเข้มๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ลลิลและแพรวหันไปมองพร้อมกัน
คิรากรยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาคู่คมยังคงฉายแววบางอย่างที่ลลิลอ่านไม่ออก เขาเดินเข้ามาใกล้ “ผมได้ยินคุณพูดถึงผม”
“คุณคิรากร” ลลิลเอ่ยชื่อเขาอย่างตะกุกตะกัก “คุณ… มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“เพิ่งมาถึง” คิรากรตอบ “ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว” เขาเหลือบมองแพรวเล็กน้อย “ขอตัวก่อนนะครับ คุณแพรว”
แพรวรีบผงกศีรษะ “ค่ะ คุณคิรากร” เธอรีบกุลีกุจอเก็บถาดชาและเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ลลิลเผชิญหน้ากับคิรากรตามลำพัง
บรรยากาศในห้องทำงานก็พลันเปลี่ยนไปทันที ความอบอุ่นที่เคยมีจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกอึดอัดและอันตรายที่แผ่ซ่าน ลลิลสัมผัสได้ถึงสายตาของคิรากรที่จับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางเว้น ราวกับกำลังสำรวจทุกอณูของเธอ
“มีอะไรหรือคะ” ลลิลถาม พยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติที่สุด
คิรากรเดินเข้ามาใกล้ ยืนประจันหน้ากับเธอ ห่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน “ผมได้ยินที่คุณคุยกับแพรว” เขาพูด “คุณดูไม่สบายใจ”
“ฉัน… ก็แค่คิดมากไปเองค่ะ” ลลิลพยายามโบกมือปัด “คุณแพรวเขาเป็นห่วงฉัน”
“แล้วความไม่สบายใจของคุณ… มันเกี่ยวกับผมใช่ไหม” คิรากรถามตรงๆ น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคม
ลลิลกลืนน้ำลายลงคอ “ฉัน… ฉันแค่กำลังพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นน่ะค่ะ”
“ผมเข้าใจ” คิรากรเอ่ย “ผมรู้ว่าการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของผม มันอาจจะทำให้คุณตกใจ”
“ตกใจ… มันเป็นคำที่เบาไปค่ะ” ลลิลพูดอย่างอดไม่ได้ “คุณคิรากรคะ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ฉันรู้จัก… จะมีอีกด้านที่น่ากลัวขนาดนี้”
“น่ากลัว” คิรากรทวนคำ “ผมทำอะไรให้คุณเห็นว่าน่ากลัวหรือครับ”
“คุณ… คุณบอกเองว่าคุณเกี่ยวข้องกับวงการใต้ดิน” ลลิลพูดเสียงสั่น “นั่นมันหมายถึงอะไรคะ”
คิรากรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้เธอมากจนลลิลได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย “หมายความว่า ผมมีอำนาจ ลลิล” เขาพูดเสียงกระซิบ “และผมสามารถปกป้องคุณได้”
“ปกป้อง… หรือควบคุมคะ” ลลิลถามกลับอย่างท้าทาย
แววตาของคิรากรเปลี่ยนไปชั่วขณะ แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่นี้ถูกแทนที่ด้วยประกายเย็นชา “คุณกำลังสงสัยเจตนาของผมหรือครับ”
“ฉันกำลังพยายามจะเข้าใจค่ะ” ลลิลตอบ “คุณมาหาฉัน คุณเสนอโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้ฉัน… แล้วคุณก็บอกว่าคุณคือมาเฟีย คุณอยากได้อะไรจากฉันกันแน่คะ”
คิรากรเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ “ผมอยากได้… ศิลปินของผม” เขาตอบ “ผมอยากได้นักออกแบบที่เก่งที่สุดในวงการมาอยู่ภายใต้การดูแลของผม”
“ภายใต้การดูแล… ที่มีความหมายถึงการถูกควบคุมอยู่เบื้องหลังใช่ไหมคะ” ลลิลถาม
“มันคือการร่วมงานกัน ลลิล” คิรากรปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบขึ้น “ผมจะสร้างทุกอย่างที่จำเป็นให้คุณ คุณจะได้รับโอกาสที่ไม่เคยมีใครได้รับมาก่อน คุณจะได้สร้างสรรค์ผลงานของคุณได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หรือข้อจำกัดใดๆ”
“แล้วข้อแลกเปลี่ยนล่ะคะ” ลลิลย้ำ “คุณไม่ได้ทำทุกอย่างนี้เพื่อความสวยงามของศิลปะอย่างเดียวแน่”
คิรากรถอนหายใจเบาๆ “ผมต้องการ… ความภักดี” เขาพูด “ผมต้องการให้คุณเชื่อใจผม และทำงานให้กับผมเท่านั้น”
“แล้วถ้าฉันไม่ต้องการล่ะคะ” ลลิลถามอย่างลองดี
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของคิรากร “คุณไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว ลลิล” เขาพูด “คุณได้ก้าวเข้ามาในโลกของผมแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของลลิลหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกบีบเข้ามาทุกที กำแพงที่เคยสร้างไว้กำลังพังทลายลง และเธอไม่รู้ว่าจะมีอะไรเหลืออยู่บ้าง
“คุณ… ทำแบบนี้กับคนอื่นด้วยเหรอคะ” ลลิลถามเสียงสั่น “บังคับให้เขาต้องยอมจำนน”
“ผมไม่เคยบังคับใคร” คิรากรตอบ “ผมแค่… แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่พวกเขาจะได้รับ และความเสี่ยงที่พวกเขาจะพลาดมันไป”
“แต่โอกาสของคุณมันมาพร้อมกับอันตรายนะคะ” ลลิลแย้ง “โซเฟียเตือนฉันแล้ว”
“โซเฟีย…” คิรากรพึมพำชื่อนั้น ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา “เธอเป็นคนที่… ไม่ชอบเห็นใครได้ดีเกินหน้าเธอ”
“เธอเป็นเพื่อนฉันนะคะ” ลลิลพูดอย่างปกป้อง
“เพื่อนที่ดี… จะไม่ปล่อยให้เพื่อนเดินเข้ากองไฟโดยไม่เตือน” คิรากรพูด “แต่เพื่อนที่ดี… ก็จะไม่พูดความจริงทั้งหมด เพื่อหวังผลประโยชน์ของตัวเอง”
“คุณกำลังจะบอกว่า… โซเฟียโกหกฉันเหรอคะ” ลลิลถามอย่างไม่เชื่อ
“ผมไม่ได้บอกว่าเธอโกหก” คิรากรส่ายหน้าช้าๆ “ผมแค่บอกว่า… เธออาจจะมองเห็นภาพไม่ครบถ้วน”
“แล้วคุณ… มองเห็นภาพอะไรคะ” ลลิลถาม
คิรากรยื่นมือมาสัมผัสแก้มของเธออย่างแผ่วเบา “ผมมองเห็นอนาคตของคุณ ลลิล” เขาพูด “อนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คุณเคยจินตนาการ”
สัมผัสของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วร่างของลลิล มันเป็นสัมผัสที่ทั้งอบอุ่นและอันตรายในเวลาเดียวกัน เธอพยายามปัดป้องความคิดที่ว่าเธออาจกำลังถูกดึงดูดเข้าหาเขามากขึ้นเรื่อยๆ
“คุณ… กำลังจะทำอะไรคะ” ลลิลถาม พยายามถอยห่าง
“ผมกำลังจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณคู่ควรให้คุณ” คิรากรตอบ “แต่คุณต้อง… เชื่อใจผม”
คำว่า “เชื่อใจ” นั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่ลลิลจะแบกรับได้ในตอนนี้ เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อชีวิตเธอไปตลอดกาล และไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหน เธอก็รู้ดีว่ามันจะไม่ง่ายเลย
6,085 ตัวอักษร