เงื่อนไขมาเฟีย แลกใจเธอ

ตอนที่ 2 / 45

ตอนที่ 2 — กรงทองและสายตาที่จับจ้อง

บ้านหลังใหญ่ที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่แพรวไหมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปในบ้านหลังนี้ ราวกับมีสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา หลังจากคืนนั้นที่เธอได้พบกับภาคิน ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างที่เคยเป็นเรื่องธรรมดา มันกลับดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยความหมายแอบแฝง “แพรวไหม นี่ลูกเอากระเป๋ามาตั้งไว้ตรงนี้ทำไม” เสียงมารดาดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเธอ ขณะที่แพรวไหมกำลังจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ “หนูจะไปอยู่กับคุณภาคินค่ะแม่” เธอตอบเสียงเบา พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเศร้าสร้อยเอาไว้ มารดายืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาประคองใบหน้าของลูกสาว “ลูกแน่ใจนะแพรวไหม นี่มันเรื่องใหญ่มากนะ” “หนูไม่มีทางเลือกอื่นแล้วค่ะแม่” ดวงตาของแพรวไหมฉายแววเด็ดเดี่ยว “ถ้าหนูไม่ทำแบบนี้ ธุรกิจของพ่อกับค่ารักษาพยาบาลของน้อง… เราจะทำยังไงกันดีคะ” มารดาถอนหายใจหนัก “แม่รู้ว่าลูกเสียสละเพื่อครอบครัวมากแค่ไหน แต่แม่ก็เป็นห่วงลูกนะ” “ไม่ต้องห่วงหนูนะคะแม่” แพรวไหมกอดมารดาแน่น “หนูจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่วันก่อนจะถึงกำหนด แพราวไม้ยอมเสียเวลา เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลน้องสาว พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยความกังวลและความหวาดกลัว เธอยังคงนึกถึงสายตาของภาคินที่มองมาเสมอ ดวงตาที่เหมือนจะอ่านใจเธอได้ทุกอย่าง “พี่แพรวไหมคะ” เสียงอ่อนแอของน้องสาวดังขึ้นปลุกเธอจากภวังค์ “พี่แพรวไหมจะไปไหนเหรอคะ” แพรวไหมหันไปยิ้มให้ “พี่จะไปเที่ยวจ้ะน้องดา” “แล้วเมื่อไหร่จะกลับคะ” น้องสาวยังคงถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “ไม่นานหรอกจ้ะ” เธอบอกพลางลูบผมของน้องสาว “พี่จะรีบกลับมาดูแลน้องดาเร็วๆ นะ” ในวันนัดหมาย แพรวไหมแต่งกายด้วยชุดที่เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอเลือกชุดเดรสสีขาวสะอาดตา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่างาม และสวมรองเท้าส้นสูงสีดำที่ทำให้เธอดูสูงขึ้นกว่าเดิม เธอจัดแต่งทรงผมอย่างลวกๆ ไม่ได้แต่งหน้าจัดจนเกินไป เพราะรู้ดีว่าการแต่งหน้าจัดอาจไม่เหมาะกับ ‘บทบาท’ ที่เธอกำลังจะได้รับ เมื่อรถลิมูซีนสีดำสนิทคันหรูจอดเทียบหน้าบ้าน แพราวไหมก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวลงจากบ้านไปเผชิญหน้ากับอนาคตที่เธอเลือก “พร้อมไหมครับคุณแพรวไหม” ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำคนหนึ่งเปิดประตูรถให้เธอ แพรวไหมพยักหน้า “พร้อมค่ะ” ตลอดทางที่รถเคลื่อนตัวไป แพราวไหมมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย เมืองที่เธอเติบโตมาดูเปลี่ยนไปในสายตาของเธอ ท้องฟ้าสีหม่นเหมือนสะท้อนความรู้สึกในใจของเธอ เมื่อรถจอดสนิทหน้าอาคารสูงระฟ้าที่ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม แพราวไหมก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากอาคารแห่งนี้ ชายหนุ่มคนเดิมเดินนำเธอเข้าไปด้านใน “คุณภาคินรออยู่ที่ห้องทำงานครับ” แพรวไหมเดินตามเขาเข้าไปในลิฟต์ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร เธอได้แต่ภาวนาในใจขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคาดหวัง ห้องทำงานของภาคินกว้างขวางโอ่อ่า ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มขลับเงา สะท้อนแสงไฟสลัวๆ ที่ให้บรรยากาศหรูหราแต่ก็แฝงไว้ด้วยความลึกลับ ภาคินนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น “มาแล้วเหรอ” เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ “ค่ะ” แพราวไหมตอบเสียงเบา “นั่งก่อนสิ” เขาผายมือไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงหน้า แพรวไหมทรุดตัวลงนั่งอย่างช้าๆ รู้สึกได้ถึงสายตาของภาคินที่จับจ้องมาที่เธอไม่วางตา “คุณรู้ใช่ไหมว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่” “ค่ะ” “คุณจะต้องทำตามเงื่อนไขของผมทุกอย่าง” ภาคินกล่าวเสียงเรียบ “ไม่มีข้อแม้ ไม่มีคำถาม” “แล้ว… สัญญาของคุณ” แพราวไหมถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ผมรักษาสัญญาเสมอ” ภาคินตอบ “เมื่อคุณทำตามหน้าที่ของคุณ ผมก็จะทำตามหน้าที่ของผม” “หน้าที่ของฉันคืออะไรคะ” “เป็นผู้หญิงของผม” ภาคินตอบตรงๆ “อยู่เคียงข้างผม รับใช้ผม และทำให้ผมมีความสุข” คำพูดเหล่านั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของแพรวไหม เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความมืดมิด “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลของน้องสาวคุณ” ภาคินกล่าวต่อ “ผมจะจัดการให้ทั้งหมด และธุรกิจของพ่อคุณก็จะปลอดภัย” “แล้ว… ฉันจะอยู่ที่นี่กับคุณตลอดไปเลยหรือคะ” “ไม่” ภาคินส่ายหน้า “เมื่อคุณพิสูจน์ตัวเองแล้ว ว่าคุณภักดีต่อผมมากพอ ผมก็จะปล่อยคุณไป” “แล้วจะใช้เวลานานแค่ไหนคะ” “นั่นขึ้นอยู่กับคุณ” ภาคินลุกขึ้นเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ “คุณต้องทำให้ผมเชื่อใจคุณให้ได้ก่อน” เขาโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของแพรวไหม ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่บนแก้มของเธอ “คุณพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วใช่ไหม แพรวไหม” แพรวไหมหลับตาลงช้าๆ รู้สึกถึงหยดน้ำตาที่เริ่มไหลรินออกมา “พร้อมค่ะ” ภาคินผงกศีรษะเล็กน้อย “ดี” เขาถอยห่างออกมา “เดี๋ยวผมจะให้คนจัดห้องพักให้คุณ ห้องของคุณจะอยู่ใกล้กับผม เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงผมได้ตลอดเวลา” แพรวไหมมองภาคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัว เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร จะมีแต่ความเจ็บปวด หรือจะมีโอกาสได้พบกับความรักที่แท้จริง “คุณไม่ต้องกลัว” ภาคินกล่าวราวกับอ่านใจเธอออก “ที่นี่ผมจะเป็นคนปกป้องคุณเอง” คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำปลอบโยน แต่สำหรับแพรวไหม มันกลับฟังดูเหมือนคำสัญญาที่เต็มไปด้วยอันตราย เธอถูกกักขังอยู่ในกรงทองนี้แล้ว โดยไม่มีทางหนี

4,314 ตัวอักษร