ตอนที่ 1 — ความเหงาในปราสาทแก้ว
เม็ดฝนโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบา กระทบกับกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานบนชั้นสูงสุดของตึก “เพชรบูรณ์ ไนท์” อาณาจักรธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรูที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม กำลังยืนนิ่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาคมกริบที่มักจะฉายแววเด็ดขาดและเฉียบคม บัดนี้กลับฉายแววว่างเปล่า ราวกับภาพสะท้อนของท้องฟ้าสีหม่นเบื้องนอก
ธนากร เพชรบูรณ์ หรือที่ใครๆ รู้จักกันในนาม “คุณใหญ่” อายุ 35 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่ามหาศาลที่สืบทอดมาจากบิดา เขาเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน หล่อเหลา รวย ฉลาด และมีเสน่ห์ จนเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่ววงการ แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนั้น กลับเป็นหัวใจที่อ้างว้างและแห้งแล้ง
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ “คุณใหญ่คะ” เสียงของเลขาฯ ส่วนตัวดังขึ้น “คุณชาญชัยมาขอพบค่ะ”
ธนากรหันกลับมา สีหน้าเรียบเฉย “ให้เขาเข้ามาได้เลย”
ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดสูทราคาแพง ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน เขาคือชาญชัย หุ้นส่วนธุรกิจคนสำคัญของเพชรบูรณ์ ไนท์ “สวัสดีครับคุณใหญ่”
“ว่าไงชาญชัย มีเรื่องอะไรแต่เช้า” ธนากรเอ่ยถาม พลางเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน
“ก็เรื่องโครงการใหม่ที่พัทยาน่ะครับ ตอนนี้รายละเอียดต่างๆ พร้อมแล้ว เหลือแค่คุณใหญ่จะอนุมัติ” ชาญชัยยื่นแฟ้มเอกสารหนาเตอะให้
ธนากรรับแฟ้มมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ดวงตาไล่อ่านข้อมูลอย่างตั้งใจ “อืม…น่าสนใจ แต่เรื่องการออกแบบอาคาร ชายหาดสาธารณะตรงนั้น เราแน่ใจหรือว่าจะไม่กระทบกับความเป็นส่วนตัวของลูกค้า”
“เราได้วางแผนเรื่องการจัดการไว้อย่างดีแล้วครับ คุณใหญ่ รับรองว่าไม่มีปัญหา” ชาญชัยตอบอย่างมั่นใจ
ธนากรพยักหน้าช้าๆ “ดี ถ้าอย่างนั้นก็ดำเนินการได้เลย ฉันจะลงนามอนุมัติให้”
“ยอดเยี่ยมครับคุณใหญ่” ชาญชัยยิ้มกว้าง “ว่าแต่…ช่วงนี้คุณใหญ่ดูเหมือนไม่ค่อยสบายใจเลยนะครับ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า”
ธนากรถอนหายใจเบาๆ “ไม่มีอะไรมาก แค่งานเยอะเท่านั้นเอง”
“ผมทราบดีครับว่าคุณใหญ่ทุ่มเทให้กับธุรกิจมาก แต่ชีวิตก็ต้องการความสมดุลนะครับ” ชาญชัยพูดอย่างหวังดี “ผมเห็นคุณใหญ่มาตั้งแต่ยังหนุ่มจนตอนนี้เป็นใหญ่เป็นโตแล้ว แต่ชีวิตส่วนตัวดูเหมือนจะยัง…นะครับ”
“ชาญชัย” ธนากรขัดขึ้น “เรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ใช่เรื่องที่นายควรจะกังวล”
“ผมขอโทษครับคุณใหญ่ ผมแค่เป็นห่วง” ชาญชัยรีบกล่าว “แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าคุณใหญ่มีใครสักคนคอยดูแล คงจะดีไม่น้อย”
ธนากรไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารตรงหน้า การพูดคุยเรื่องความเหงาของเขาเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเข้าใจได้ แม้แต่คนใกล้ตัวอย่างชาญชัย เขามีทุกสิ่งทุกอย่าง มีเงินทอง ชื่อเสียง อำนาจ แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือความรัก ความอบอุ่นในหัวใจ
เมื่อชาญชัยกลับออกไป ธนากรก็นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาลุกขึ้นเดินไปยังตู้เก็บเหล้าชั้นดี หยิบขวดวิสกี้ราคาแพงออกมา เทใส่แก้วใส เทลงคอไปอึกใหญ่ ความร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่าง แต่ก็ไม่อาจดับความเย็นเยียบในใจได้
ชีวิตของเขาเปรียบเสมือนปราสาทแก้วที่สวยงาม แต่กลับไร้ซึ่งชีวิตชีวา ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะ ไร้ซึ่งไออุ่น ธนากรหลับตาลง นึกถึงภาพใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยเจอเพียงครั้งเดียวในงานเลี้ยงการกุศลเมื่อสองเดือนก่อน ใบหน้าหวานที่ประดับด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายความจริงใจ ราวกับเป็นแสงสว่างเดียวที่ส่องเข้ามาในโลกอันมืดมิดของเขา
เขาจำชื่อเธอไม่ได้ จำได้เพียงรูปร่างหน้าตา และความรู้สึกที่เธอทิ้งไว้ในใจ ความรู้สึกที่ทำให้เขาเฝ้าตามหา แต่ก็ไม่เคยเจออีกเลย
“ยัยตัวแสบ…ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันนะ” เขาพึมพำกับตัวเอง
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดึงเขาออกจากภวังค์ ธนากรมองหน้าจอ “ศิรินทร์” เลขาฯ คนสนิท
“ว่าไงศิรินทร์”
“คุณใหญ่คะ พรุ่งนี้มีนัดตรวจสุขภาพประจำปีนะคะ อย่าลืมนะคะ”
“รู้แล้ว” เขาตอบห้วนๆ
“แล้วก็…มีงานกาล่าการกุศลของมูลนิธิเด็กอ่อนที่โรงแรมรอยัลมิลเลนเนียมค่ะ พรุ่งนี้เย็น”
ธนากรกระตุกยิ้มมุมปาก “งานการกุศล… ฟังดูน่าเบื่อ”
“แต่เป็นงานใหญ่เลยนะคะ แล้วก็…อาจจะมีโอกาสได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ค่ะ” ศิรินทร์พูดอย่างมีความหวัง
“ถ้าฉันว่าง ฉันจะไป” เขาตอบไปตามมารยาท ก่อนจะวางสาย
ธนากรเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง สายตาเหลือบไปเห็นกรอบรูปเล็กๆ วางอยู่บนมุมโต๊ะ เป็นรูปถ่ายของเขาและพ่อแม่ สมัยที่เขายังเด็ก ใบหน้าของพ่อที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น แม่ที่กอดเขาไว้แนบอก ภาพเหล่านั้นทำให้หัวใจที่แห้งผากของเขากระตุกไหว
“พ่อครับ แม่ครับ…ลูกเหนื่อยเหลือเกิน” เขาพึมพำ
แสงไฟในห้องทำงานยังคงสว่างไสว แต่ในใจของธนากร เพชรบูรณ์ กลับเต็มไปด้วยความมืดมน เขาปรารถนาเพียงสิ่งเดียว ที่จะเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจดวงนี้ แต่ดูเหมือนว่า หนทางยังอีกยาวไกลนัก
3,755 ตัวอักษร