ธนากรมองศรัณย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาหยิบปากกาขึ้นมา และกำลังจะเซ็นเอกสาร แต่ในวินาทีสุดท้าย เขาก็หยุดมือ
“เดี๋ยวก่อน” ธนากล่าว “ผมมีข้อเสนออีกอย่างหนึ่ง”
ศรัณย์เลิกคิ้ว “ข้อเสนออะไร?”
“ผมจะยอมยกหุ้นทั้งหมดให้คุณ” ธนากล่าว “แต่มีเงื่อนไขคุณต้องยอมปล่อยกวินตราไปและสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายเธออีก”
ศรัณย์หัวเราะ “คุณคิดว่าผมจะยอมข้อเสนอนี้เหรอ?”
“ผมรู้ว่าคุณรักกวินตรา” ธนากล่าว “และผมเชื่อว่าคุณคงไม่อยากเห็นเธอต้องลำบาก”
กวินตราบังเกิดความหวัง เธอจ้องมองศรัณย์ด้วยสายตาที่อ้อนวอน
ศรัณย์มองกวินตราอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ยอม” ศรัณย์กล่าว “ผมจะปล่อยเธอไปแต่คุณต้องยอมทำตามที่ผมบอกทุกอย่าง”
“ตกลง” ธนากรรีบตอบรับ
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก ตำรวจจำนวนหนึ่งพร้อมกับคุณชายพิพัฒน์และทนายความของธนากร ก็ปรากฏตัวขึ้น
“จับเขา!” คุณชายพิพัฒน์ตะโกน
ศรัณย์ตกตะลึง เขารู้ตัวว่าถูกหลอก
“คุณคุณหลอกผม!” ศรัณย์ตะโกน
“ใช่” ธนากล่าว “เราหลอกคุณ”
“คุณเตรียมหลักฐานทั้งหมดไว้แล้ว” ทนายความกล่าว “คุณศรัณย์คุณถูกจับในข้อหาพยายามฉ้อโกงและกักขังหน่วงเหนี่ยว”
ศรัณย์พยายามจะต่อสู้ แต่ก็ถูกตำรวจจับกุมตัวไป
เมื่อศรัณย์จากไป กวินตราก็รีบเข้าไปกอดธนากร
“ขอบคุณค่ะ!” เธอร้องไห้ “คุณช่วยฉันไว้!”
“ผมสัญญาแล้วว่าจะปกป้องคุณ” ธนากรกอดเธอไว้แน่น
“แล้วบริษัทล่ะคะ?” กวินตราถาม
“เราจะจัดการเอง” คุณชายพิพัฒน์กล่าว “ไม่ต้องห่วง”
ธนากรรู้สึกโล่งใจที่ทุกอย่างจบลง เขารักกวินตรา และเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายเธอ
“เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันนะ” ธนากรกระซิบ
กวินตรร้องไห้ “ฉันรักคุณ”
“ผมก็รักคุณ” ธนากรตอบ
ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
หลังจากเหตุการณ์นั้น บริษัทก็กลับมาเป็นปกติ ธนากรกลับมาบริหารงาน และกวินตราก็ยังคงอยู่เคียงข้างเขา
แต่ในใจลึกๆ ธนากรรู้ว่าเรื่องราวของเขากับกวินตราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
1,707 ตัวอักษร
