CEO พลังล้น ปิดเกมรักด้วยใจที่ภักดี

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — การเจรจาที่เริ่มต้นขึ้นใหม่

ธนัทมองไปยังประตูห้องทำงานของเขาอย่างใจจดใจจ่อ เขากวาดสายตาไปทั่วห้อง ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราแต่เรียบง่าย สะท้อนรสนิยมของเจ้าของที่ทั้งเฉียบคมและแฝงไว้ด้วยความใส่ใจในรายละเอียด เขามั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการพูดคุยครั้งสำคัญนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนบ้านสวนถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะทำงาน กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าที่บรรยายถึงประวัติความเป็นมา วัฒนธรรม และความผูกพันของผู้คนกับผืนดินแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนผังโครงการที่ปรับปรุงตามข้อเสนอเบื้องต้นของเมขลา ซึ่งยังคงลดขนาดอาคารหลักลงไปพอสมควร เพื่อเหลือพื้นที่สีเขียวไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ "มาแล้วครับคุณธนัท" ชานนท์เอ่ยขึ้น ขณะนำเมขลาเข้ามาในห้องทำงาน เมขลายืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเธอไม่มีแววประหม่าเหมือนครั้งแรกที่พบกัน แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในดวงตา เธอสวมชุดสูทสีเบจที่ดูสุภาพและทะมัดทะแมง ผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ทำให้เห็นโครงหน้ารูปไข่ที่สวยงามชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเธอสบตากับธนัท แววตาคู่นั้นก็ยังคงฉายประกายความสงสัยระคนไม่ไว้ใจเล็กน้อย ราวกับจะประเมินเจตนาของเขาอยู่ตลอดเวลา "เชิญครับคุณเมขลา" ธนัทผายมือเชิญให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวยาว เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามเธอ “ขอบคุณมากที่สละเวลามาพบผมในวันนี้” เมขลาพยักหน้ารับ เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปนั่งลงอย่างสำรวม เธอสังเกตเห็นเอกสารจำนวนมากบนโต๊ะทำงานของเขา และรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่เป็นไรค่ะคุณธนัท ดิฉันเองก็อยากจะพูดคุยกับคุณให้ชัดเจนเหมือนกัน” ธนัทหยิบเอกสารแผนผังโครงการที่ปรับปรุงขึ้นมาวางไว้ตรงกลางระหว่างพวกเขา “ผมได้พิจารณาข้อเสนอของคุณและตัวแทนชุมชนอย่างละเอียดแล้วครับ” เขาเริ่มกล่าว “และผมก็ได้สั่งให้ทีมสถาปนิกและวิศวกรของเราปรับแบบโครงการ ‘วิวัฒน์ วัน’ ตามที่คุณได้เสนอมา” เมขลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะยอมปรับเปลี่ยนแผนการใหญ่ขนาดนี้ “ปรับแบบ?” เธอถามเสียงเบา “คุณหมายถึง…เรื่องการลดขนาดอาคารลงใช่ไหมคะ” “ใช่ครับ” ธนัทตอบ ดวงตาของเขาสบประสานกับเธออย่างตรงไปตรงมา “ผมเข้าใจดีว่า การรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนนั้นมีความสำคัญ” เขาเว้นช่วงเล็กน้อย “ผมอาจจะเคยแสดงออกไปอย่างไม่เหมาะสมในตอนแรก แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมเคารพในสิ่งที่กลุ่มผู้พักอาศัยในชุมชนบ้านสวนกำลังทำอยู่” เมขลาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามประมวลผลคำพูดของเขา และมองหาช่องโหว่ในน้ำเสียงหรือท่าทีของเขา แต่ก็ไม่พบอะไร เธอรู้สึกถึงความจริงใจที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “ขอบคุณค่ะคุณธนัท” เธอกล่าว “ฉันดีใจที่คุณเข้าใจ” “แต่…” ธนัทกล่าวต่อ “ผมต้องบอกคุณอย่างตรงไปตรงมาว่า การปรับแบบครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและระยะเวลาการก่อสร้างอย่างมาก” เขาถอนหายใจเบาๆ “ผลกำไรที่เราคาดการณ์ไว้ลดลงไปประมาณ 20% ครับ” “ดิฉันทราบค่ะ” เมขลาตอบ “และฉันขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสียผลประโยชน์ไปมากขนาดนี้ แต่…” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะก้มมองเอกสาร “ดิฉันเชื่อว่าคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนบ้านสวนนั้นประเมินค่าไม่ได้” “ผมเห็นด้วยกับคุณ” ธนัทกล่าว “และผมก็เชื่อว่า การลงทุนเพื่อรักษาคุณค่าเหล่านี้ไว้ ย่อมนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว” เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย “ผมอยากจะขอความร่วมมือจากคุณเมขลา ในการช่วยชี้แจงรายละเอียดการปรับแบบนี้ให้กับตัวแทนชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และเพื่อให้การย้ายถิ่นฐานเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด” “แน่นอนค่ะ” เมขลาตอบรับทันที “ดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่ง” “ดีมากครับ” ธนัทกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผมอยากชวนคุณไปเยี่ยมชมพื้นที่ชุมชนบ้านสวนด้วยกันในวันเสาร์นี้ คุณสะดวกไหม?” เมขลาลังเลเล็กน้อย “วันเสาร์… ฉันคิดว่าฉันพอจะมีเวลาค่ะ” “เยี่ยมเลยครับ” ธนัทกล่าว “เราจะได้ลงพื้นที่จริง พูดคุยกับชาวบ้าน และผมจะได้อธิบายถึงแผนการพัฒนาโครงการของเราให้พวกเขาได้รับทราบด้วยตัวเอง” “แล้วเรื่องค่าชดเชยล่ะคะ” เมขลาถาม “เรายังคงจะได้รับตามที่ตกลงกันไว้ใช่ไหมคะ” “แน่นอนครับ” ธนัทตอบ “เราจะยังคงจ่ายค่าชดเชยที่สูงกว่าราคาประเมินตลาด 30% ตามที่ได้แจ้งไว้ และเราจะจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่สะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันให้ทุกคน” “แล้วจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องย้ายถิ่นฐานไปไกลจากที่ทำงานเดิมไหมคะ” เมขลาถามอย่างละเอียด ธนัทพยักหน้า “เราจะพิจารณาเป็นรายกรณีครับคุณเมขลา เราเข้าใจดีว่าแต่ละครอบครัวมีความต้องการที่แตกต่างกัน” เขาหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมา “นี่คือแผนการชดเชยฉบับปรับปรุง ผมอยากให้คุณช่วยดู และหากมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ก็สามารถแจ้งผมได้เสมอ” เมขลาหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านอย่างตั้งใจ เธอรู้สึกประทับใจในความใส่ใจของธนัทที่ลงรายละเอียดถึงขนาดนี้ “ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าว “ฉันจะอ่านอย่างละเอียด และจะรีบแจ้งให้คุณทราบหากมีข้อสงสัย” “ผมจะรอครับ” ธนัทกล่าว “ผมเชื่อว่าการพูดคุยกันอย่างเปิดอกและจริงใจ จะนำไปสู่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย” บทสนทนาของทั้งสองดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ พวกเขาพูดคุยกันถึงรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ แผนการชดเชย และแนวทางการทำงานร่วมกัน ธนัทเริ่มมองเห็นภาพของเมขลาในมุมที่ต่างออกไป เธอไม่ใช่แค่หญิงสาวที่เขาเจอเหตุการณ์วุ่นวายด้วยเมื่อวันก่อน แต่เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น อุดมการณ์ และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง “มีอะไรอีกไหมครับคุณเมขลา ที่ผมจะสามารถช่วยเหลือได้” ธนัทถามเมื่อเห็นว่าการสนทนาเริ่มใกล้จะสิ้นสุดลง เมขลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่อง ‘ส้มโอ’ ค่ะ” เธอกล่าว “ฉันอยากจะขอบคุณคุณอีกครั้งที่ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้” ธนัทยิ้ม “เป็นเรื่องเล็กน้อยครับ ผมดีใจที่ ‘ส้มโอ’ ปลอดภัย” เขาเหลือบมองนาฬิกา “เอาล่ะครับ ได้เวลาที่คุณจะต้องกลับไปแล้ว ผมหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันด้วยดีนะครับ” “เช่นกันค่ะคุณธนัท” เมขลากล่าว เธอลุกขึ้นยืน ธนัทก็ลุกขึ้นยืนตาม “ผมจะให้ชานนท์ติดต่อคุณอีกครั้งเพื่อยืนยันเรื่องวันเสาร์นะครับ” ธนัทกล่าว “ค่ะ” เมขลาตอบรับ แล้วเดินออกจากห้องทำงานของธนัทไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ธนัทมองตามร่างของเธอไปจนลับตา เขาไม่เคยคิดว่าการเจรจาธุรกิจจะสามารถนำพาให้เขาใกล้ชิดกับผู้หญิงคนหนึ่งได้มากขนาดนี้

5,019 ตัวอักษร