ตอนที่ 22 — สานสัมพันธ์สองตระกูล
ภัทรค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมมือของเอมอรที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ นิ้วเรียวยาวของเขาประสานเข้ากับนิ้วของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นส่งกระแสความอบอุ่นไปทั่วร่างของเอมอร เธอเงยหน้าขึ้นสบตาภัทร รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ความรู้สึกอึดอัดที่เคยมีระหว่างทั้งคู่ได้จางหายไป เหลือเพียงความเข้าใจและความรู้สึกดีๆ ที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
"ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอครับ เอมอร" ภัทรกล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ "ทั้งในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ และ... ในฐานะใครสักคนที่พร้อมจะดูแลหัวใจของคุณ"
เอมอรปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินอาบแก้ม เธอทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับภัทรนั้นไม่ใช่แค่เรื่องชั่วคราว แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ความไว้วางใจที่เคยสั่นคลอนกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และครั้งนี้มันมาพร้อมกับความรู้สึกที่มากกว่านั้น
"ขอบคุณค่ะ คุณภัทร" เธอกระซิบ "ฉันไม่รู้จะขอบคุณคุณอย่างไรดี"
"ไม่ต้องขอบคุณครับ" ภัทรบีบมือเธอเบาๆ "ผมมีความสุขที่ได้เห็นคุณกลับมายืนหยัดอีกครั้ง และผมก็มีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาสำคัญนี้"
ทั้งสองนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความรู้สึกดีๆ ไหลเวียนไปมาระหว่างกัน เสียงนาฬิกาบนผนังดังติ๊กต่อกเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของพวกเขาที่เต้นระรัว
"แล้วเรื่องคดีของคุณชัชวาลย์ล่ะคะ" เอมอรเอ่ยถามหลังจากที่สามารถดึงสติกลับมาได้ "เอกสารที่ได้มาจากห้องทำงานลับของคุณภีม เพียงพอที่จะเอาผิดเขาได้จริงหรือเปล่า"
"เพียงพอครับ" ภัทรตอบด้วยความมั่นใจ "ธนาทัตให้ข้อมูลที่แม่นยำมาก และหลักฐานที่ภีมหามาได้นั้นก็ตรงจุดทุกอย่าง มีทั้งบันทึกการโอนเงิน สัญญาปลอม และรายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินทั้งหมด"
"ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณชัชวาลย์จะทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้" เอมอรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความไม่เชื่อปนอยู่ "เขาเป็นถึงนักธุรกิจใหญ่ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง"
"นั่นแหละครับคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด" ภัทรตอบ "คนเราสามารถสวมหน้ากากได้เสมอ และหน้ากากของคุณชัชวาลย์นั้นก็แนบเนียนมาก จนแทบไม่มีใครมองทะลุเข้าไปเห็นความเลวร้ายที่ซ่อนอยู่ข้างในได้"
"แล้วหลังจากนี้ล่ะคะ" เอมอรเงยหน้ามองภัทร "แผนการต่อไปคืออะไร"
"เราจะส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้กับทางตำรวจอย่างเป็นทางการ" ภัทรกล่าว "และผมจะประสานงานกับทนายความของเรา เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการทุกอย่างจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใสที่สุด"
"แล้วบริษัทของเราล่ะคะ" เอมอรเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "หลังจากเรื่องนี้ บริษัทอาจจะได้รับผลกระทบ"
"ผมได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้วครับ" ภัทรตอบ "เราจะชี้แจงข้อเท็จจริงกับสาธารณชน และจะใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและนักลงทุนของเราอีกครั้ง"
"คุณภัทร... คุณคิดรอบคอบมากจริงๆ ค่ะ" เอมอรกล่าวด้วยความชื่นชม
"ผมรู้ว่าคุณกังวล" ภัทรกล่าว "แต่คุณไม่ต้องห่วง ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน"
คำพูดของภัทรทำให้เอมอรรู้สึกอบอุ่นใจ เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป มีใครบางคนพร้อมจะจับมือเธอและเดินไปด้วยกัน
"แล้วเรื่องของคุณธนาทัตล่ะคะ" เอมอรเอ่ยถาม "เขาจะได้รับโทษอย่างไรบ้าง"
"ตามกฎหมายแล้ว เขาต้องได้รับโทษในข้อหาให้การเท็จและสมรู้ร่วมคิด" ภัทรตอบ "แต่ด้วยความร่วมมือของเขาในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคุณชัชวาลย์ ทางอัยการอาจจะพิจารณาลดหย่อนโทษให้เขาบ้าง"
"ฉันยังรู้สึกเสียใจที่เคยหลงเชื่อเขา" เอมอรพึมพำ
"มันเป็นบทเรียนครับ" ภัทรกล่าว "ทุกคนสามารถทำผิดพลาดกันได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น และก้าวต่อไปข้างหน้า"
เอมอรพยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้ว่าเธอต้องเข้มแข็ง และใช้บทเรียนครั้งนี้เป็นพลังในการก้าวต่อไป
"เอาล่ะครับ" ภัทรลุกขึ้นยืน "ผมว่าเราควรจะเริ่มดำเนินการตามแผนได้แล้ว"
เอมอรลุกขึ้นยืนตาม "ฉันพร้อมแล้วค่ะ"
ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงานของเอมอร มุ่งหน้าสู่ห้องประชุม ที่ซึ่งภีมกำลังรออยู่พร้อมกับข้อมูลเพิ่มเติม
"เรียบร้อยไหมครับ" ภีมถามเมื่อเห็นภัทรและเอมอรเดินเข้ามา
"เรียบร้อยดี" ภัทรตอบ "เราพร้อมที่จะเดินหน้าต่อแล้ว"
"ผมได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการทำธุรกรรมที่น่าสงสัยของคุณชัชวาลย์ทั้งหมดแล้วครับ" ภีมกล่าวพร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารให้กับภัทร "และผมได้ติดต่อทนายความของเราให้เตรียมพร้อมสำหรับการยื่นฟ้องแล้ว"
"เยี่ยมมากภีม" ภัทรกล่าว "คุณทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ"
"ขอบคุณครับคุณภัทร" ภีมยิ้ม "ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ"
เอมอรปรบมือเบาๆ "พวกคุณทุกคนสุดยอดมากจริงๆ"
หลังจากนั้น ไม่กี่วันต่อมา ข่าวการจับกุมคุณชัชวาลย์ก็สร้างความสะเทือนไปทั่ววงการธุรกิจและสังคมไทย หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวใหญ่ หลักฐานที่ภัทร เอมอร และภีม รวบรวมมาได้นั้นแน่นหนาพอที่จะเอาผิดเขาได้ในหลายข้อหา ทั้งการทุจริต ฉ้อโกง และการทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น
การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และการให้การสนับสนุนจากธนาทัต ทำให้คุณชัชวาลย์ถูกตัดสินลงโทษตามกฎหมายในที่สุด
เอมอรกลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัวต่ออย่างเต็มตัว โดยมีภัทรคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างมาก จากคู่แข่งทางธุรกิจ กลายมาเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน และแน่นอนว่า ความสัมพันธ์นั้นก็พัฒนาไปไกลกว่านั้นอีกขั้นหนึ่ง
วันเวลาผ่านไป ธุรกิจของครอบครัวเอมอรเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง การจัดการที่เฉียบแหลมของเอมอร ผสานกับคำแนะนำที่ดีจากภัทร ทำให้บริษัทกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง และได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่บริหารจัดการได้อย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
4,562 ตัวอักษร