ตอนที่ 1 — เงาจันทร์ฉายในยามวิปโยค
สายลมเย็นยะเยือกพัดพาไอหมอกบางเบาจากเทือกเขาบูรพา ลูบไล้ผืนฟ้าแห่งอาณาจักรจันทราที่กำลังถูกกลืนกินด้วยเงามืด ประกายแสงจากดวงจันทร์ซึ่งเป็นที่มาแห่งนามอาณาจักร ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ปรากฏการณ์ผิดปกตินี้ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามา ดวงตาของเอลาร่าสีนิลทอประกายเจ็บปวดขณะมองไปยังมวลชนที่หวาดผวาเบื้องล่าง ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบถึงคำสาปโบราณที่กลับมาคุกคามอีกครั้ง
"ท่านหญิงเอลาร่า พ่ะย่ะค่ะ" เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง เอลาร่าหันกลับไปพบกับลอร์ดคาเลน ที่ปรึกษาคู่บัลลังก์ของพระบิดา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ดวงตาที่เคยเฉลียวฉลาดบัดนี้ฉายแววอ่อนล้า "ข่าวร้าย พ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าทราบแล้วลอร์ดคาเลน" เอลาร่าตอบเสียงเรียบ พลางหันกลับไปมองท้องฟ้าที่เริ่มปรากฏรอยร้าวราวกับแก้วผลึก "พลังแห่งจันทรากำลังเลือนหายไป แผ่นดินก็เริ่มสั่นคลอน ผู้คน...พวกเขากำลังสิ้นหวัง"
"แต่ถึงกระนั้น การที่ท่านหญิงยังทรงยืนหยัดอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ก็ยังเป็นความหวังเดียวของพวกเขา" ลอร์ดคาเลนกล่าว พลางก้าวเข้ามาใกล้ "หากไม่มีการแก้ไข...ทุกสิ่งจะสูญสลาย"
"แล้วเราจะแก้ไขมันได้อย่างไรเล่า?" เอลาร่าถามอย่างสิ้นหวัง "พลังแห่งบรรพกาลที่เคยปกป้องเรา บัดนี้กลับอ่อนแอจนแทบจะมองไม่เห็น"
"ตำนานกล่าวถึง 'อัญมณีแห่งแสงจันทร์' พ่ะย่ะค่ะ" ลอร์ดคาเลนกล่าวอย่างระมัดระวัง "อัญมณีที่ถูกกล่าวขานว่าสามารถรวบรวมพลังแห่งจันทราที่กระจัดกระจาย และขับไล่ความมืดมิดได้"
เอลาร่าเบิกตากว้าง "อัญมณีแห่งแสงจันทร์? นั่นมันเป็นเพียงนิทานที่เล่ากล่อมเด็กไม่ใช่หรือ?"
"ตำนานมักมีเค้าความจริงเสมอ พ่ะย่ะค่ะ" ลอร์ดคาเลนยืนกราน "และหากมีสิ่งใดที่จะช่วยอาณาจักรของเราได้ในยามนี้ ก็มีเพียงสิ่งนั้น"
"แต่...ตำนานก็บอกด้วยว่าอัญมณีนั้นถูกซ่อนไว้ ณ สถานที่อันตราย ยากแก่การเข้าถึง" เอลาร่าท้วง "และผู้ที่จะครอบครองมันได้ ต้องเป็นผู้มีสายเลือดแห่งจันทราบริสุทธิ์เท่านั้น"
"นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องเรียนถามท่านหญิง" ลอร์ดคาเลนกล่าว สายตาจับจ้องไปยังดวงตาของเอลาร่าที่สะท้อนแสงจันทร์ริบหรี่ "ท่านหญิงทรงเป็นผู้สืบเชื้อสายแห่งจันทราเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่"
เอลาร่าเงียบไปครู่หนึ่ง ความกดดันถาโถมเข้ามาในใจ นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชะตากรรมของอาณาจักรจะตกมาอยู่บนบ่าของนาง หญิงสาวธรรมดาผู้เติบโตมาในปราสาท แต่กลับถูกลิขิตให้มีสายเลือดพิเศษ
"ข้า...ข้าจะทำทุกอย่างที่ข้าทำได้" เอลาร่ากล่าวอย่างหนักแน่น ความมุ่งมั่นฉายชัดในแววตา "แต่ข้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัญมณีนี้ และสถานที่ที่มันอาจจะอยู่"
"ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว พ่ะย่ะค่ะ" ลอร์ดคาเลนกล่าว พลางยื่นม้วนคัมภีร์เก่าแก่ที่ถูกผนึกด้วยขี้ผึ้งให้ "นี่คือบันทึกของบรรพชน ซึ่งอาจมีเบาะแสบางอย่าง"
เอลาร่ารับคัมภีร์มาด้วยมือที่สั่นเทา สัมผัสของหนังที่หยาบกร้านและกระดาษที่เปื่อยยุ่ยราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวจากอดีตกาลอันไกลโพ้น
"แล้ว...ใครเล่าที่จะร่วมเดินทางไปกับข้า?" เอลาร่าถาม "ข้าไม่สามารถทำสิ่งนี้เพียงลำพังได้"
"ข้าได้เลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว พ่ะย่ะค่ะ" ลอร์ดคาเลนตอบ "พวกเขาจะมาพบท่านที่นี่ในไม่ช้า"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังมาจากโถงทางเดิน สองร่างปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงคำนับ
"ท่านหญิง" ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเกราะสีเงินก้าวออกมา เขาคือลีออน อัศวินหนุ่มผู้ภักดีและแข็งแกร่งที่สุดในกองทัพ ดวงตาของเขาสีฟ้าเข้มราวกับท้องทะเล ยามนี้เต็มไปด้วยความห่วงใย "ข้าพร้อมแล้ว"
"และข้าก็เช่นกัน" เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเอ่ยตามมา หญิงสาวร่างเล็กในชุดคลุมสีเขียวมรกตปรากฏตัวขึ้น นางคือเซราฟิน่า นักสมุนไพรและผู้รอบรู้ด้านเวทมนตร์โบราณ ดวงตาของนางสีเขียวสดใส ราวกับใบไม้ในยามเช้า
"ลีออน เซราฟิน่า" เอลาร่ามองทั้งสองด้วยความรู้สึกขอบคุณ "พวกเจ้าแน่ใจหรือ? การเดินทางครั้งนี้อันตรายยิ่งนัก"
"อันตรายเพียงใดก็ไม่อันตรายเท่าการรอคอยให้ภัยพิบัติมาเยือน" ลีออนกล่าว พลางวางมือบนด้ามดาบ "ข้าจะปกป้องท่านหญิงสุดชีวิต"
"และข้าจะใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีเพื่อนำทางพวกเรา" เซราฟิน่าเสริม "ข้าเชื่อว่าตำนานนี้มีความจริงอยู่"
เอลาร่าพยักหน้า ความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจท่ามกลางความสิ้นหวัง "เช่นนั้น...พวกเราจะออกเดินทางทันที"
นางมองไปยังท้องฟ้าอีกครั้ง เงามืดเริ่มปกคลุมอาณาจักรจนมิด การเดินทางเพื่อตามหาอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่อาจเป็นเพียงตำนาน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ภายใต้แสงจันทร์ที่อ่อนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
3,666 ตัวอักษร