ตอนที่ 17 — ศิลาจารึกในป่าต้องห้าม
ลีออนและเซราฟิน่ากระโดดลงมาจากหน้าต่างห้องทำงานของผู้ว่าการอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้สึกถึงแรงกระแทกเมื่อเท้าสัมผัสพื้นดิน แต่ก็ไม่รอช้าที่จะลุกขึ้นวิ่งต่อ เสียงคำรามกึกก้องของอสูรเงาดังไล่หลังมาติดๆ เป็นเครื่องยืนยันว่ามันกำลังตามมาอย่างกระชั้นชิด
"มันคงจะโมโหมากแน่ๆ ที่เราหนีออกมาได้" ลีออนหอบหายใจ พลางวิ่งเคียงข้างเซราฟิน่า "แต่ก็ดีแล้วที่เราได้สมุดบันทึกเล่มนี้มา"
"เราจะไปหาศิลาจารึกนั้นได้อย่างไร" เซราฟิน่าถาม "เราไม่รู้เลยว่ามันอยู่ที่ไหนในป่าต้องห้าม"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" ลีออนยอมรับ "แต่ข้าจะลองนึกถึงคำบอกเล่าของปู่ข้า...ท่านเคยเล่าเรื่องตำนานของอาณาจักรจันทราให้ฟังเสมอ ท่านเคยพูดถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บางแห่งที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้"
ทั้งสองวิ่งลึกเข้าไปในป่าที่มืดมิดและเงียบสงัดกว่าเดิม ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมท้องฟ้าจนแทบมองไม่เห็น ดวงดาวที่เคยส่องแสงนำทาง บัดนี้ถูกบดบังจนหมดสิ้น มีเพียงแสงสลัวจากแสงจันทร์ที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นบางส่วน
"ท่านปู่เคยบอกว่า...มีต้นไม้โบราณต้นหนึ่งที่สูงที่สุดในป่า ต้องห้าม" ลีออนพยายามนึกความทรงจำ "มันมีลักษณะพิเศษคือมีเถาวัลย์สีเงินเลื้อยพันรอบลำต้น และที่โคนต้นจะมีถ้ำเล็กๆ ซ่อนอยู่"
"แล้วเราจะหาต้นไม้นั้นเจอได้อย่างไร" เซราฟิน่าถาม "ป่าแห่งนี้กว้างใหญ่มาก"
"เราต้องลองสังเกตดู" ลีออนกล่าว "และเราต้องระวังตัวให้มากที่สุด"
เสียงกิ่งไม้หักดังอยู่ไม่ไกล ทำให้ทั้งสองหยุดชะงัก "มันตามมาแล้ว!" เซราฟิน่ากระซิบ
ทันใดนั้นเอง เงาสีดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่ต้นไม้ มันคืออสูรเงาอย่างไม่ต้องสงสัย ดวงตาสีแดงฉานของมันส่องประกายในความมืด จ้องมองมาที่ทั้งสองด้วยความอาฆาตแค้น
"พวกเจ้า...หนีไม่พ้นหรอก!" เสียงของมันดังขึ้นในความเงียบ "ข้าจะฉีกร่างพวกเจ้าเป็นชิ้นๆ!"
"เราต้องสู้!" ลีออนประกาศก้อง เขาหยิบดาบที่ได้มาจากจวนผู้ว่าการขึ้นมา แม้ว่ามันจะดูธรรมดา แต่เขาก็จะใช้มันเพื่อปกป้องเซราฟิน่าและปกป้องความหวังของอาณาจักร
"แต่เราจะสู้กับมันได้อย่างไร" เซราฟิน่าถามด้วยความหวาดกลัว
"เราต้องใช้สมอง" ลีออนตอบ "เราไม่สามารถสู้กับมันด้วยกำลังได้ตรงๆ เราต้องหาทางล่อลวงมัน"
ขณะที่อสูรเงาค่อยๆ เดินเข้ามาหา ลีออนก็สังเกตเห็นบางอย่าง "เซราฟิน่า! ดูนั่น! เถาวัลย์ที่พื้น!"
บนพื้นดินรอบๆ ตัวพวกเขามีเถาวัลย์สีเงินที่ดูแปลกตาเลื้อยอยู่เป็นจำนวนมาก "ข้าไม่เคยเห็นเถาวัลย์แบบนี้มาก่อนเลย" เซราฟิน่ากล่าว
"ข้าว่า...นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรากำลังมองหา" ลีออนกล่าว "ลองดูที่สมุดบันทึกของท่านผู้ว่าการสิ"
เซราฟิน่ารีบเปิดสมุดบันทึกขึ้นมา พลิกหาข้อมูลเกี่ยวกับเถาวัลย์สีเงิน "นี่ไง! ท่านผู้ว่าการบันทึกไว้ว่า...เถาวัลย์สีเงินนี้มีพลังพิเศษ มันสามารถดูดซับพลังงานจากสิ่งมีชีวิตได้ และจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อสัมผัสกับพลังงานด้านลบ"
"หมายความว่า...ถ้าอสูรเงาเข้ามาใกล้ เถาวัลย์พวกนี้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น?" ลีออนถาม
"ใช่" เซราฟิน่าตอบ "และหากเราสามารถทำให้มันสัมผัสกับพลังงานของอสูรเงาได้มากพอ...มันอาจจะสามารถพันธนาการอสูรเงาไว้ได้!"
"เยี่ยม! เราจะลองดู" ลีออนกล่าว "เซราฟิน่า เจ้าเตรียมพร้อมที่จะใช้พลังของเจ้า...หากมีโอกาส"
ลีออนชักดาบออกมา ยืนเผชิญหน้ากับอสูรเงา "เจ้าอย่ามายุ่งกับพวกเรา!" เขาตะโกน
อสูรเงาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของมันดังราวกับเสียงหินถล่ม "เด็กน้อย! เจ้าคิดว่าดาบเล่มเดียวจะหยุดข้าได้หรือ?"
"ข้าอาจจะหยุดเจ้าไม่ได้" ลีออนกล่าว "แต่ข้าจะทำให้เจ้าเสียเวลา!"
ลีออนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่อสูรเงา พร้อมกับใช้ดาบฟาดฟันไปที่ร่างของมัน แม้ว่าดาบจะไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับอสูรเงามากนัก แต่มันก็สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของมันเอาไว้ได้
"เจ้า...เจ้ากล้าดียังไง!" อสูรเงาคำรามด้วยความโกรธ มันพยายามจะตะปบใส่ลีออน แต่ลีออนก็สามารถหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด
ขณะเดียวกัน เซราฟิน่าก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เถาวัลย์สีเงิน เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ เถาวัลย์เหล่านั้น เธอเริ่มรวบรวมพลังแห่งจันทราที่ยังคงเหลืออยู่ในตัวเธอ พยายามปลุกพลังของเถาวัลย์ให้ตื่นขึ้น
"พลังแห่งจันทรา...จงตื่นขึ้น!" เซราฟิน่ากระซิบ "จงช่วยเราขับไล่ความมืดมิดนี้ไป!"
อสูรเงาเริ่มสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของเซราฟิน่า "เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!" มันตะโกน แล้วพยายามจะพุ่งเข้าใส่เซราฟิน่า
"ไม่ทาง!" ลีออนตะโกนกลับ เขากระโดดเข้าขวางหน้าอสูรเงาอีกครั้ง "เจ้าต้องผ่านข้าไปก่อน!"
ลีออนต่อสู้กับอสูรเงาอย่างสุดกำลัง แม้จะรู้ดีว่าตนเองไม่มีทางสู้ชนะ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อซื้อเวลาให้กับเซราฟิน่า
ทันใดนั้นเอง เถาวัลย์สีเงินรอบๆ ตัวเซราฟิน่าก็เริ่มสั่นไหว แสงสีเงินอ่อนๆ ส่องประกายออกมาจากพวกมัน พลังงานมหาศาลเริ่มก่อตัวขึ้น "สำเร็จแล้ว!" เซราฟิน่าร้องบอก
เถาวัลย์สีเงินเริ่มเลื้อยพันรอบร่างของอสูรเงาอย่างรวดเร็ว มันรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับต้องการจะบดขยี้ร่างมหึมาของมัน
"อะไรกัน! ปล่อยข้า!" อสูรเงาคำรามด้วยความตกใจ มันพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการพันธนาการของเถาวัลย์ แต่ยิ่งดิ้นมากเท่าไหร่ เถาวัลย์ก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเท่านั้น
"ท่านลอร์ดคาเลน! ท่านเอลาร่า! ขอบคุณที่มอบพลังให้ข้า!" เซราฟิน่ากล่าว พลางรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายที่มี
เถาวัลย์สีเงินส่องสว่างเจิดจ้ายิ่งขึ้น รัดแน่นจนอสูรเงาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป ร่างของมันค่อยๆ จมหายเข้าไปในม่านแสงสีเงินนั้น
"ไม่!!!!" เสียงกรีดร้องสุดท้ายของอสูรเงาดังขึ้น ก่อนที่มันจะหายไปอย่างสมบูรณ์ เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความมืดมิดที่ค่อยๆ จางหายไป
เมื่ออสูรเงาหายไป เถาวัลย์สีเงินก็ค่อยๆ สลายไปเช่นกัน เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และแสงสลัวๆ ของดวงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านกิ่งไม้ลงมา
"เรา...เราทำได้แล้ว!" เซราฟิน่ากล่าว เสียงของนางสั่นเครือด้วยความเหนื่อยอ่อน
ลีออนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เขาหายใจหอบหนัก แต่บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มแห่งชัยชนะ "ใช่...เราทำได้แล้ว" เขากล่าว "แต่ดูเหมือนว่า...เรายังหาศิลาจารึกไม่เจอ"
"ไม่เป็นไร" เซราฟิน่ากล่าว พลางยื่นมือมาช่วยพยุงลีออนให้ลุกขึ้น "อย่างน้อยเราก็ขับไล่อสูรเงาไปได้แล้ว และเราก็ยังได้สมุดบันทึกของท่านผู้ว่าการมาด้วย"
"เราต้องไปหาต้นไม้โบราณต้นนั้นให้เจอ" ลีออนกล่าว พลางมองไปรอบๆ "ข้าเชื่อว่า...ศิลาจารึกต้องอยู่ที่นั่น"
ทั้งสองมองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น พวกเขารู้ว่าการเดินทางยังไม่จบลง แต่การเอาชนะอสูรเงาได้ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาพวกเขาไปสู่เป้าหมาย
5,232 ตัวอักษร