ตำนานอัญมณีแห่งอาณาจักรจันทรา

ตอนที่ 19 / 45

ตอนที่ 19 — เบื้องหลังคำสาปโบราณ

ลีออนและเซราฟิน่าก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเถาวัลย์สีเงิน บรรยากาศภายในถ้ำเย็นยะเยือกและเงียบสงัด ราวกับกาลเวลาได้หยุดนิ่งอยู่ที่นี่มานานนับศตวรรษ แสงสลัวจากภายนอกลอดผ่านปากถ้ำเข้ามาเพียงเล็กน้อย สร้างเงาทะมึนที่เต้นระริกไปมาตามผนังหินที่ชื้นแฉะ กลิ่นอายของความเก่าแก่และพลังงานโบราณอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และความลึกลับที่ไม่อาจหยั่งถึง "ที่นี่...สงบเงียบจริงๆ" เซราฟิน่ากระซิบ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ "เหมือนเราได้หลุดเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง" "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งจันทราที่เข้มข้นมากที่นี่" ลีออนกล่าวเสริม "มันไม่ใช่พลังงานแบบที่เอลาร่ามี แต่เป็นพลังงานดิบที่เก่าแก่กว่านั้น...เหมือนเป็นต้นกำเนิด" พวกเขาค่อยๆ เดินลึกเข้าไปในถ้ำ ทางเดินค่อนข้างแคบและคดเคี้ยว ต้องใช้มือสัมผัสผนังหินเพื่อประคองตัวไปเรื่อยๆ แสงจากภายนอกค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทั้งสองมองเห็นแสงเรืองรองอันอ่อนโยนปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้า "แสงนั่น...มาจากไหน?" เซราฟิน่าถามด้วยความสงสัย "ข้าไม่แน่ใจ...แต่ข้าคิดว่ามันคือสิ่งที่นำทางเราไปหาศิลาจารึก" ลีออนตอบ พลางเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย เมื่อเดินตามแสงนั้นไปอีกไม่นาน พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ภายในถ้ำ เพดานสูงขึ้นไปจนลับตา และใจกลางของห้องโถงนั้น มีแท่นหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ และบนแท่นหินนั้นเอง คือสิ่งที่พวกเขาตามหามาตลอด "ศิลาจารึกแห่งพันธสัญญา..." ลีออนอุทานด้วยความปีติยินดี ศิลาจารึกนั้นมีลักษณะเป็นแผ่นหินสีดำสนิทขนาดใหญ่ สลักเสลาด้วยอักขระโบราณที่เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนเรืองรอง ราวกับว่าอักขระเหล่านั้นมีชีวิต ลวดลายรอบๆ ศิลาจารึกนั้นมีความซับซ้อน สื่อถึงเรื่องราวบางอย่างที่เต็มไปด้วยพลังงานและความหมายลึกซึ้ง "มันงดงามเหลือเกิน" เซราฟิน่ากล่าว "แต่...ดูเหมือนว่ามันจะมีความผิดปกติบางอย่าง" ลีออนสังเกตเห็นเช่นกัน บนพื้นผิวของศิลาจารึก มีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏอยู่หลายแห่ง ราวกับว่ามันกำลังจะแตกสลาย แสงสีฟ้าที่เปล่งออกมานั้นก็ดูหม่นหมองและไม่มั่นคง "รอยร้าวพวกนี้..." ลีออนขมวดคิ้ว "หมายความว่าอย่างไรกันแน่" เขาค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสที่ศิลาจารึก รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านขึ้นมา แต่ก็แฝงไปด้วยพลังงานอันมหาศาลที่สั่นสะเทือนอยู่ในเนื้อหิน "สมุดบันทึกของผู้ว่าการ...ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องรอยร้าวนี้เลย" ลีออนพึมพำ พลางเปิดสมุดบันทึกออกมาอีกครั้ง "อาจเป็นเพราะ...มันเพิ่งเกิดขึ้น" เซราฟิน่าเสนอ "หรืออาจเป็นเพราะ...ความพยายามของอสูรเงาที่จะทำลายมัน" "เป็นไปได้" ลีออนตอบ "แต่ถ้ามันเสียหาย...แล้วเราจะไขปริศนาแห่งคำสาปได้อย่างไร" ทันใดนั้นเอง อักขระโบราณบนศิลาจารึกก็เริ่มส่องประกายสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของทั้งสอง ราวกับว่าศิลาจารึกกำลังสื่อสารกับพวกเขา "คำสาป...มิได้เริ่มต้นจากความโลภ...หากแต่เริ่มต้นจากความรัก..." เสียงกระซิบนั้นแหอดทนแต่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย "เทพีแห่งจันทรา...มิได้ทรยศ...แต่ถูกบีบคั้น..." "นี่มันอะไรกัน!" ลีออนอุทาน "นี่คือเสียงของศิลาจารึกจริงๆ หรือ" "มันกำลังเล่าเรื่องราว..." เซราฟิน่ากล่าวเสียงสั่น "เรื่องราวที่แตกต่างจากตำนานที่เราเคยได้ยิน" ภาพนิมิตก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของพวกเขา เป็นภาพของอาณาจักรจันทราในยุคโบราณ ที่เต็มไปด้วยความรุ่งเรืองและความสงบสุข เทพีแห่งจันทราองค์หนึ่งปรากฏกายขึ้น งดงามราวกับแสงจันทร์ สวมอาภรณ์ที่ถักทอจากเส้นไหมสีเงิน นางมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่แววตาของนางแฝงไปด้วยความกังวล "เทพีแห่งจันทรา...พระนามว่า 'ลูนา'..." เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง "พระองค์ทรงรักเผ่าพันธุ์มนุษย์...แต่ก็ทรงต้องปกป้องอาณาจักรของพระองค์จากพลังอันมืดมิด..." ภาพเปลี่ยนไป เผยให้เห็นถึงการรุกรานของสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายอสูรเงาในยุคโบราณ พวกมันถาโถมเข้าใส่อาณาจักรจันทราอย่างบ้าคลั่ง เทพีลูนาก็ทรงต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาจักรของพระองค์ ทรงใช้พลังแห่งจันทราขับไล่พวกมันออกไป แต่การต่อสู้นั้นก็ทำให้พระองค์ทรงอ่อนแอลง "เทพีลูนา...ทรงใช้พลังชีวิตของพระองค์...เพื่อผนึกอสูรเงา..." เสียงกระซิบเล่าต่อไป "แต่พลังแห่งความมืดนั้น...แข็งแกร่งเกินไป...มันได้แทรกซึมเข้าไปในจิตใจของเหล่าข้าราชบริพารผู้โลภอำนาจ..." ภาพนิมิตเผยให้เห็นถึงเหล่าข้าราชบริพารที่ถูกครอบงำด้วยความโลภ พวกเขาต้องการพลังของเทพีลูนามาเป็นของตนเอง จึงวางแผนที่จะทรยศหักหลัง "เหล่าข้าราชบริพาร...ผู้ถูกความมืดครอบงำ...พวกเขาได้ใส่ร้ายเทพีลูนา...ว่าทรงแปรพักตร์...และจะนำภัยพิบัติมาสู่อาณาจักร..." "พวกเขา...ใส่ร้ายเทพีลูนา!" ลีออนกล่าวด้วยความตกตะลึง "แล้ว...แล้วเรื่องคำสาปที่ว่าเทพีลูนาสาปให้อาณาจักรล่มสลายล่ะ" "คำสาปนั้น...มิใช่พระประสงค์ของเทพีลูนา" เสียงกระซิบตอบ "หากแต่เป็น...การลงทัณฑ์จากสรวงสวรรค์...ต่อความทรยศหักหลัง...และต่อความโลภอันไร้ขีดจำกัด...ของเหล่ามนุษย์...ที่หันหลังให้กับแสงแห่งจันทรา..." ภาพนิมิตสุดท้ายปรากฏขึ้น เป็นภาพของเทพีลูนากำลังสลายกลายเป็นแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง เป็นการจากลาครั้งสุดท้าย ก่อนที่อาณาจักรจันทราจะเริ่มเสื่อมโทรมลง "เมื่อเทพีลูนาจากไป...พลังแห่งจันทราก็อ่อนแอลง...อสูรเงาที่ถูกผนึกไว้...ก็เริ่มมีโอกาสที่จะหลุดรอดออกมาอีกครั้ง..." "แล้ว...แล้วศิลาจารึกนี้...ทำไมถึงมีรอยร้าว" เซราฟิน่าถาม "มันเกี่ยวข้องกับอะไร" "รอยร้าว...คือผลกระทบ...จากการที่พลังแห่งจันทรา...ถูกแบ่งแยก...เมื่อสายเลือดแห่งจันทรา...ที่เคยหล่อเลี้ยงศิลาจารึก...ได้อ่อนแอลง...และถูกผนึกไว้...ในร่างของมนุษย์...มิอาจปลดปล่อย...พลังที่แท้จริงได้..." "สายเลือดแห่งจันทรา..." ลีออนทวนคำ "หมายถึง...เอลาร่า...ใช่หรือไม่" "ถูกต้อง...สายเลือดแห่งจันทรา...คือผู้ที่จะสามารถ...ปลุกพลังของศิลาจารึก...ให้กลับคืนมา...แต่หากสายเลือดนั้น...อ่อนแอ...หรือถูกขัดขวาง...ศิลาจารึกก็จะ...เสื่อมโทรมลง..." "แต่...ถ้าเอลาร่าคือสายเลือดแห่งจันทรา...แล้วทำไม...คำสาปถึงเกิดขึ้น...ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิด" เซราฟิน่าถามอย่างงุนงง "คำสาป...มิได้เกิดขึ้น...เพียงครั้งเดียว..." เสียงกระซิบตอบ "มันเป็นวงจร...ที่เกิดจาก...ความขัดแย้ง...ระหว่างพลังแห่งแสง...และพลังแห่งความมืด...หากพลังแห่งความมืด...แข็งแกร่งขึ้น...พลังแห่งแสงก็จะ...อ่อนแอลง...และวงจรแห่งคำสาป...ก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง..." "ดังนั้น...ที่เอลาร่าเผชิญอยู่...คือการเกิดขึ้นของวงจรคำสาปอีกครั้ง...ใช่ไหม" ลีออนถาม "และรอยร้าวบนศิลาจารึก...คือสัญญาณว่า...พลังแห่งจันทรากำลังจะหมดไป" "ใช่...หากศิลาจารึกแตกสลาย...พลังแห่งจันทราก็จะ...สูญสิ้นไปตลอดกาล...และอาณาจักรจันทรา...ก็จะตกอยู่ใน...ความมืดมิด...ชั่วนิรันดร์..." "เราต้องทำอะไรสักอย่าง!" เซราฟิน่ากล่าวอย่างร้อนรน "เราจะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้" "แต่เราจะทำได้อย่างไร" ลีออนถาม "เราไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะซ่อมแซมศิลาจารึกได้" "บางที...สมุดบันทึกของผู้ว่าการ...อาจมีคำตอบ" เซราฟิน่าเสนอ "เราต้องอ่านมันอย่างละเอียดอีกครั้ง" ทั้งสองก้มลงมองสมุดบันทึกของผู้ว่าการอีกครั้ง พวกเขารู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง ความจริงที่เปิดเผยออกมานั้นน่าตกใจยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยคาดคิด การถูกใส่ร้ายของเทพีลูนา และการทรยศหักหลังของเหล่าข้าราชบริพาร คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่กำลังคุกคามอาณาจักรจันทรา "เราต้องหาทาง...เชื่อมต่อพลังของเอลาร่า...กับศิลาจารึกนี้ให้ได้" ลีออนกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน...เราต้องพยายาม" "ข้าจะช่วยเต็มที่" เซราฟิน่าตอบ "เราเป็นพันธมิตรกัน...เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน" ขณะที่ทั้งสองกำลังขบคิดถึงวิธีแก้ไขปัญหา ก็มีเสียงกุกกักดังมาจากทางเข้าถ้ำ ทำให้ทั้งสองผงะ "ใครนั่น!" ลีออนตะโกน พลางชักดาบออกมาเตรียมพร้อม

6,314 ตัวอักษร