ตอนที่ 1 — เสียงกระซิบจากหีบโบราณ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างกระจกสีอันเก่าแก่ของมหาวิหารแซงต์-มิเชล ปลุกโจเซฟ นักบวชหนุ่มผู้มีดวงตาฉายแววแห่งความใฝ่รู้ให้ตื่นขึ้นจากนิทรา ร่างสูงโปร่งของเขาขยับกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงไม้เนื้อแข็ง เสียงเสียดสีของผ้าสังฆวาสสีขาวสะอาดดังแผ่วเบา เขาปัดผมสีน้ำตาลเข้มที่ปรกหน้าผากออก ก่อนจะก้มลงสวดภาวนาตามกิจวัตรประจำวัน เสียงสวดมนต์ของเขาดังกังวานไปทั่วห้องพักที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงรูปปั้นนักบุญและคัมภีร์โบราณวางเรียงรายอยู่บนชั้นไม้ โจเซฟเป็นที่รู้จักในหมู่นักบวชรุ่นพี่ว่าเป็นผู้ที่มีความศรัทธาแรงกล้าและใฝ่รู้ในหลักธรรมคำสอนอย่างไม่เคยหยุดหย่อน แต่ในใจลึกๆ ของเขา เขากลับมีความสงสัยใคร่รู้ในสิ่งอื่นที่นอกเหนือไปจากตำราศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น โลกภายนอก ความรู้ที่ถูกซ่อนเร้น หรือแม้กระทั่งตำนานเก่าแก่ที่เล่าขานกันมาล้วนเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาอย่างยิ่ง
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีสวดตอนเช้า โจเซฟก็ตรงไปยังห้องสมุดอันกว้างใหญ่ของมหาวิหาร ที่นั่นเต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่ที่ส่งกลิ่นอายของกาลเวลา เขากวาดสายตามองชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน ก่อนจะมุ่งตรงไปยังมุมที่เก็บรักษาคัมภีร์และเอกสารที่เก่าแก่ที่สุด วันนี้เป็นวันพิเศษ วันที่เขาได้รับอนุญาตให้เข้าถึงหีบโบราณที่ถูกผนึกไว้ด้วยตราประทับศักดิ์สิทธิ์นานกว่าร้อยปี หีบใบนี้ถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ในห้องใต้ดินที่ถูกลืมเลือนของมหาวิหาร สันนิษฐานกันว่าอาจเป็นของบิชอปผู้ก่อตั้งมหาวิหาร ซึ่งมีข่าวลือว่าท่านเป็นผู้ที่เดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ห่างไกล
“ท่านโจเซฟ เชิญทางนี้ครับ” เสียงของบาทหลวงอันเดร นักบวชอาวุโสผู้ดูแลห้องสมุดดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “ผมเตรียมทุกอย่างไว้ให้ท่านแล้ว”
โจเซฟโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “ขอบคุณครับ ท่านบาทหลวง ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้”
บาทหลวงอันเดรเดินนำเขาไปยังแท่นกลางห้อง ที่นั่น หีบไม้โอ๊คสีเข้มขนาดใหญ่ถูกวางตั้งอยู่ ตราประทับโบราณที่มองเห็นได้ลางๆ ยังคงติดอยู่บนฝาหีบอย่างแน่นหนา บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงัดลงทันที ราวกับว่ากาลเวลาได้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“หีบใบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง” บาทหลวงอันเดรกล่าวเสียงเบา “ว่ากันว่ามันบรรจุความลับบางอย่างที่ท่านบิชอปนำกลับมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ท่านต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ”
โจเซฟพยักหน้ารับ เขาค่อยๆ ยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปแตะที่ผิวไม้หยาบกร้านของหีบ สัมผัสเย็นเยียบแทรกซึมผ่านปลายนิ้ว เขาค่อยๆ บรรจงปลดตราประทับที่เริ่มผุกร่อนออก เสียงกึกเบาๆ ดังขึ้นเมื่อตราประทับหลุดออกจากที่ ควันจางๆ สีขาวอมฟ้าลอยออกมาจากรอยต่อของฝาหีบ เป็นกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย
“นี่มัน… กลิ่นอะไรกันครับ” โจเซฟเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ไม่มีใครทราบแน่ชัด” บาทหลวงอันเดรตอบ “นักวิชาการบางคนเชื่อว่าเป็นกลิ่นของเครื่องหอมที่ใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์โบราณ หรืออาจเป็นกลิ่นของสมุนไพรที่หาได้เฉพาะในดินแดนนั้น”
โจเซฟสูดหายใจลึกอีกครั้ง พยายามจดจำกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงสิ่งลึกลับนี้ เขาค่อยๆ ยกฝาหีบขึ้นอย่างช้าๆ ภายในหีบนั้นมีเพียงม้วนกระดาษเก่าแก่หนึ่งม้วน วางอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้มที่ซีดจางตามกาลเวลา กระดาษนั้นถูกม้วนอย่างแน่นหนาและผูกด้วยเชือกป่านที่เปื่อยยุ่ย
“มีเพียงเท่านี้เองหรือครับ” โจเซฟเอ่ยด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
“บางที ความลับที่ยิ่งใหญ่อาจถูกซ่อนอยู่ในสิ่งของชิ้นเล็กๆ ก็เป็นได้” บาทหลวงอันเดรกล่าวปลอบ “โปรดคลี่มันออกมาอย่างระมัดระวัง ท่านโจเซฟ”
โจเซฟพยักหน้ารับ เขาค่อยๆ หยิบม้วนกระดาษขึ้นมาอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเชือกป่านขาดสะบั้นลงด้วยน้ำหนักเพียงเล็กน้อย กระดาษก็คลี่ออกเผยให้เห็นตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือที่หวัดแต่ก็ยังคงอ่านได้ชัดเจน เป็นภาษาละตินโบราณที่โจเซฟคุ้นเคยดี แต่สิ่งที่ทำให้เขาตาเบิกกว้างคือภาพวาดที่แทรกอยู่ระหว่างบรรทัด เป็นแผนที่ที่ดูแปลกตา มีสัญลักษณ์ที่ไม่เคยเห็นปรากฏอยู่ทั่วแผนที่
“นี่มัน… แผนที่หรือครับ” โจเซฟพึมพำ
“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น” บาทหลวงอันเดรโน้มตัวเข้ามาดูใกล้ๆ “แต่เป็นแผนที่ของที่ไหนกัน ข้าไม่เคยเห็นสถานที่ใดที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน”
โจเซฟไล้นิ้วไปตามเส้นสายบนแผนที่ สัมผัสถึงความขรุขระของหมึกที่เสื่อมสภาพ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ ซึ่งมีสัญลักษณ์รูปดวงดาวสีเงินส่องประกายวาววับอยู่
“นี่คือ ‘หุบเขาแห่งแสงดาว’…” โจเซฟอ่านคำที่เขียนไว้ข้างสัญลักษณ์ด้วยเสียงที่แผ่วเบา “และนี่คือ ‘แม่น้ำแห่งสายหมอก’… ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางบางอย่าง”
ทันใดนั้น ตัวอักษรที่เขียนไว้ด้านล่างสุดของแผนที่ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา เป็นข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีเข้มกว่าปกติ ราวกับว่าเพิ่งถูกเขียนขึ้นไม่นาน
“‘เมื่อดวงดาวส่องแสงเหนือยอดเขา ศิลาจะเปิดทางสู่ความเป็นนิรันดร์’…” โจเซฟอ่านข้อความนั้นซ้ำอีกครั้ง “มันคืออะไรกันแน่”
“ข้อความปริศนา” บาทหลวงอันเดรกล่าว “แต่ดูเหมือนจะเป็นคำใบ้บางอย่าง”
ทันใดนั้น! แสงสว่างวาบหนึ่งก็สาดส่องมาจากม้วนกระดาษ ทำให้ทั้งห้องสว่างไสวขึ้นชั่วขณะ ตัวอักษรและภาพวาดบนแผนที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ ทำให้โจเซฟและบาทหลวงอันเดรผงะถอยหลังด้วยความตกใจ
“อะไรกันนั่น!” บาทหลวงอันเดรอุทาน
“ผม… ผมไม่รู้ครับ” โจเซฟตอบ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย “แต่ผมรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง… พลังงานที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน”
แสงนั้นค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงม้วนกระดาษที่กลับสู่สภาพเดิม แต่ความตื่นเต้นและความประหลาดใจยังคงฉายชัดในแววตาของทั้งสอง
“นี่ไม่ใช่แค่แผนที่ธรรมดาแน่ๆ” บาทหลวงอันเดรกล่าว “มันคือคำเชื้อเชิญ… หรืออาจเป็นการเรียกหาบางสิ่งบางอย่าง”
โจเซฟเงยหน้ามองบาทหลวงอันเดร ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น “ผมต้องรู้ให้ได้ว่าความหมายของสิ่งนี้คืออะไร ผมรู้สึกเหมือนถูกชะตาลิขิตให้เป็นผู้ค้นพบความลับนี้”
บาทหลวงอันเดรพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ข้ารู้ดี ท่านโจเซฟ ความใฝ่รู้ของท่านเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่การเดินทางครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวถึงในตำนานนั้นห่างไกลและเต็มไปด้วยอันตราย”
“ผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งครับ” โจเซฟตอบเสียงหนักแน่น “ผมจะนำสาส์นนี้ไปสู่จุดหมายปลายทางของมัน ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม”
เขาก้มลงมองม้วนกระดาษในมืออีกครั้ง รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของความรับผิดชอบที่ประทับอยู่บนตัวเขา การเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยปริศนาและอันตรายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
5,204 ตัวอักษร