บททดสอบของนักรบ
ลมเย็นยะเยือกพัดพาเอากลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังเข้ามา ปกคลุมผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ด้วยชีวิตชีวา ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความมืดมิด “เมษา” ฟื้นขึ้นมาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความปวดร้าวไปทั่วร่าง สิ่งแรกที่เธอรับรู้ได้คือสัมผัสเย็นเฉียบของพื้นดิน และเสียงหอบหายใจที่แผ่วเบาของตนเอง ภาพของ “ราม” ที่กำลังถูกเปลวไฟสีดำกลืนกิน ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท ราวกับเป็นฝันร้ายที่ไม่มีวันจางหายไป
“ราม…ราม…อยู่ที่ไหน?” เมษากระซิบถาม เสียงแหบแห้งจนแทบจะไม่ได้ยิน เธอพยายามขยับกาย แต่กลับพบว่าแขนขาของเธอหนักอึ้ง ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น “นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น?”
เธอเหลือบไปเห็น “ไอรีน” กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ข้างๆ ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำไปด้วยน้ำตาที่เหือดแห้ง “ไอรีน…?”
ไอรีนเงยหน้าขึ้นมองเมษา น้ำตาที่รอคอยก็ไหลหลั่งออกมาอีกครั้ง “เมษา…เธอ…เธอฟื้นแล้ว!”
“เกิดอะไรขึ้น? ราม…รามเป็นอะไรไป?” เมษากระตุ้นถามด้วยความร้อนรน
ไอรีนส่ายหน้าช้าๆ “ฉัน…ฉันไม่รู้…ทุกอย่างมันเร็วเกินไป…ฉัน…ฉันปล่อยมันออกมา…” น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มอีกครั้ง
“ปล่อยอะไร?” เมษาสับสน
“พลัง…พลังที่…คุณยายผกา…เตือนฉันไว้…พลังที่ถูกปลุกขึ้นมา…โดยไม่ตั้งใจ…” ไอรีนพยายามอธิบาย แต่คำพูดติดขัดด้วยความรู้สึกผิด
เมษาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้บางส่วน เธอจำได้ถึงเหตุการณ์ที่ไอรีนตกอยู่ในอันตราย และเธอได้เข้าไปช่วย แต่หลังจากนั้น…ทุกอย่างก็เลือนรางไป สิ่งเดียวที่ชัดเจนในความทรงจำ คือภาพของรามที่กำลังถูกเปลวไฟสีดำแผดเผา “ราม…เขา…เขาเป็นอะไรไป?” เมษาถามซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ไอรีนหลับตาลงแน่น “ราม…เขา…” เธอไม่อาจเอ่ยคำพูดที่น่าเศร้าออกมาได้ “ลุงสมชาย…เขาจะมาช่วยดูอาการของเธอ”
ไม่นานนัก “ลุงสมชาย” ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับยาสมุนไพรและผ้าพันแผล เขาตรวจดูอาการของเมษาอย่างละเอียด “โชคดีที่เจ้าไม่เป็นอะไรมากนัก…แค่บาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและมีอาการช็อกนิดหน่อย” เขามองไปที่ร่างของรามที่ตอนนี้เหลือเพียงเถ้าถ่าน “ส่วนไอ้หนุ่มราม…ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ…เขา…เขาไปแล้วจริงๆ”
หัวใจของเมษาหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม เธอทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้น “ไม่จริง…ไม่จริง…ราม!”
ไอรีนเข้าไปกอดเมษาแน่น “ฉันขอโทษนะเมษา…ฉัน…ฉันมันแย่จริงๆ”
“มันไม่ใช่ความผิดของเธอไอรีน” เมษาพูดเสียงขาดห้วง “แต่มัน…มันคือสิ่งที่เกิดขึ้น…ราม…เขาต้องรับโทษแทนฉัน…เพราะฉัน…”
“อย่าคิดอย่างนั้นนะเมษา” ลุงสมชายปลอบ “เรื่องนี้…เป็นเรื่องที่ซับซ้อน…ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง” เขามองไปที่ไอรีน “ไอรีน…เจ้าได้ปลดปล่อยพลังบางอย่างออกมา…พลังนั้น…มันร้ายกาจกว่าที่เจ้าคิด…และมันได้นำพาภัยพิบัติมาสู่ผืนป่าแห่งนี้”
“แล้ว…แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ?” เมษาถามเสียงสั่นเครือ
“เจ้าจะต้องเข้มแข็งนะเมษา” ลุงสมชายตอบ “เรื่องราวทั้งหมด…ยังไม่จบแค่นี้…คำสาปนี้…มันจะตามมาหลอกหลอนพวกเจ้าไปตลอด…เจ้าจะต้องหาทาง…กำจัดมันให้สิ้นซาก”
ไอรีนเงยหน้าขึ้นมองลุงสมชาย “แล้ว…เราจะหาทางกำจัดมันได้อย่างไรคะ?”
ลุงสมชายมองลึกเข้าไปในดวงตาของไอรีน “มีเพียงวิธีเดียว…เจ้าจะต้องเดินทางเข้าไปในใจกลางของ ‘ป่าต้องสาป’…และเผชิญหน้ากับ ‘เงาสะท้อนแห่งความแค้น’…ตำนานเล่าขานกันว่า…ที่นั่น…คือต้นกำเนิดของคำสาป…และเป็นที่ที่จะนำพาเจ้าไปสู่คำตอบ…หากเจ้ากล้าพอ”
คำพูดของลุงสมชายทำให้หัวใจของทั้งเมษาและไอรีนเต้นระรัว “ป่าต้องสาป” …ชื่อนี้เพียงแค่ได้ยิน ก็ทำให้รู้สึกถึงความหนาวเหน็บและความอันตรายที่แฝงเร้นอยู่ “เงาสะท้อนแห่งความแค้น” …มันคืออะไรกันแน่? และคำสาปนี้…มันจะจบลงได้อย่างไร?
“แต่…ป่าต้องสาป…มันอันตรายเกินไปนะคะ” เมษาเอ่ยด้วยความกังวล
“อันตราย…มันเป็นเพียงบททดสอบ” ลุงสมชายตอบ “หากเจ้าผ่านมันไปได้…เจ้าก็จะได้พบกับ ‘กุญแจแห่งการไถ่บาป’…ซึ่งจะนำพาเจ้าไปสู่หนทางแห่งการปลดปล่อย…แต่หากล้มเหลว…พวกเจ้าก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำสาปนี้ตลอดไป…”
ไอรีนมองหน้าเมษา สบตากันด้วยความเข้าใจ ทั้งสองคนรู้ดีว่า นี่คือทางเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่ แม้จะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน
“เราจะไปค่ะ” ไอรีนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น…เราจะไปด้วยกัน”
เมษาพยักหน้าเห็นด้วย แม้ภายในใจจะยังเต็มไปด้วยความเศร้าโศกต่อการจากไปของราม แต่เธอก็รู้ดีว่า ชีวิตของเธอยังต้องดำเนินต่อไป และเธอต้องแข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า…
3,713 ตัวอักษร
