ตอนที่ 31 — โถงแห่งจิตวิญญาณที่ถูกจองจำ
แสงสีเขียวมรกตจากแก่นแท้แห่งพันธสัญญาและแสงสีทองอันริบหรี่จากดาบแห่งการผนึก ขับไล่ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวภายในปราสาทแห่งเงาออกไปได้เพียงเล็กน้อย ผนังหินสีดำสนิทราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นจากความสิ้นหวังและเสียงคร่ำครวญที่ไร้ที่สิ้นสุด ปรากฏภาพเงาที่บิดเบี้ยวเคลื่อนไหวอยู่ทุกย่างก้าว ราวกับว่าอดีตอันโหดร้ายของสถานที่แห่งนี้กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คิมหันต์และอาร์คัสเดินลุยเข้าไปในโถงทางเดินอันยาวเหยียด ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่หนาทึบนั้นถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบที่แผ่วเบา สลับกับเสียงสะอื้นไห้ที่ดังแว่วมาจากที่ใดที่หนึ่งภายในกำแพงอันมืดมิดแห่งนี้
"ท่านรู้สึกถึงมันไหมครับ?" คิมหันต์ถาม เสียงของเขาเบาลงกว่าปกติ ราวกับเกรงว่าเสียงของเขาจะไปรบกวนความศักดิ์สิทธิ์อันน่าหวาดกลัวของสถานที่แห่งนี้ "เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา"
อาร์คัสพยักหน้า ดวงตาของเขาเบิกกว้างขณะที่เขากวาดมองไปรอบๆ "ข้าสัมผัสได้ มันคือพลังงานของจิตวิญญาณที่ถูกกักขังไว้ที่นี่ น่าจะเป็นเหยื่อของมอร์ทิส"
"แล้วเราจะทำอย่างไรครับ?" คิมหันต์ถาม เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย เขากำดาบแห่งการผนึกแน่นขึ้น แม้ว่าพลังของมันจะช่วยปลอบประโลมเขาได้บ้าง แต่ความรู้สึกกดดันจากอำนาจมืดรอบตัวก็ยังคงถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
"เราต้องไปให้ถึงใจกลางของปราสาท" ท่านผู้พิทักษ์กล่าว เสียงของท่านดังขึ้นในความคิดของคิมหันต์ ราวกับว่าท่านกำลังเดินทางไปพร้อมกับพวกเขา "ที่นั่นคือที่ที่มอร์ทิสใช้ในการรวบรวมพลัง และควบคุมจิตวิญญาณเหล่านี้"
"แต่เราจะหาทางไปที่นั่นได้อย่างไรครับ?" อาร์คัสถาม เขากำลังพยายามใช้ประสาทสัมผัสพิเศษของเขาเพื่อหาเส้นทาง "ทุกอย่างดูเหมือนกันไปหมด"
"แก่นแท้แห่งพันธสัญญาจะนำทางเจ้า" ท่านผู้พิทักษ์ตอบ "มันจะสว่างไสวมากขึ้นเมื่อเจ้าเข้าใกล้ศูนย์กลางอำนาจของมอร์ทิส"
คิมหันต์ยกแก่นแท้แห่งพันธสัญญาขึ้นมาดู แสงสีเขียวมรกตที่ส่องประกายอยู่บนนั้นดูเหมือนจะมีความแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่พยายามจะดึงเขาไปในทิศทางหนึ่ง
"ไปทางนี้ครับ!" คิมหันต์ตะโกน เขาเริ่มก้าวเดินนำหน้าไปตามทิศทางที่แก่นแท้แห่งพันธสัญญาชี้นำ
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในปราสาท ความมืดมิดเริ่มถาโถมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนแสงจากแก่นแท้แห่งพันธสัญญาและดาบแห่งการผนึกแทบจะไร้ความหมาย ผนังรอบตัวปรากฏภาพแกะสลักที่น่าสยดสยอง เป็นภาพของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ถูกทรมาน และจิตวิญญาณที่ถูกฉีกกระชากออกจากร่าง
"นี่มัน... เกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้" อาร์คัสพึมพำ เขาพยายามปัดเป่าความกลัวที่เริ่มกัดกินจิตใจของเขา "มอร์ทิสช่างโหดร้ายเหลือเกิน"
"เขากำลังพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากผู้คน" คิมหันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "เราต้องหยุดเขาให้ได้"
ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังขึ้นรอบตัวพวกเขา เป็นเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม และชัดเจนขึ้น ราวกับว่าจิตวิญญาณที่ถูกกักขังไว้กำลังพยายามจะสื่อสารกับพวกเขา
"หนีไป... พวกเจ้า... อย่าเข้ามา..." เสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"อย่าหลงเชื่อมัน" ท่านผู้พิทักษ์เตือน "มันคือภาพลวงตาที่มอร์ทิสสร้างขึ้นเพื่อขัดขวางพวกเจ้า"
"แต่... ข้าได้ยินเสียงของแม่ข้า" อาร์คัสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เสียงของท่าน... มันกำลังเรียกหาข้า"
"อาร์คัส!" คิมหันต์จับแขนเพื่อนของเขาไว้แน่น "นั่นไม่ใช่เสียงของแม่ท่าน มันคือกับดัก"
"ข้า... ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร" อาร์คัสกล่าวด้วยแววตาที่สับสน เขาเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
"จงเข้มแข็งเข้าไว้" คิมหันต์บีบแขนของอาร์คัส "ท่านผู้พิทักษ์ได้บอกเราแล้วว่านี่คือภาพลวงตา เราต้องไม่ยอมให้มันทำลายจิตใจของเรา"
คิมหันต์หลับตาลง เขาพยายามรวบรวมสมาธิ นึกถึงใบหน้าของคนที่เขารัก นึกถึงความหวังที่เขามีให้กับอาณาจักร พลังงานสีเขียวมรกตจากแก่นแท้แห่งพันธสัญญาเริ่มแผ่กระจายออกมามากขึ้น มันเหมือนกับคลื่นแห่งความหวังที่ค่อยๆ ปัดเป่าเสียงกระซิบและความกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจของอาร์คัส
"เจ้าต้องต้านทานมัน อาร์คัส" คิมหันต์กล่าว "นึกถึงเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่ นึกถึงสิ่งที่พวกเราต้องปกป้อง"
อาร์คัสค่อยๆ ตั้งสติ เขาพยักหน้าให้กับคิมหันต์ "ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว"
เสียงกระซิบเริ่มเบาลง ภาพแกะสลักบนผนังเริ่มเลือนหายไป เหลือเพียงความมืดมิดอันหนาทึบอีกครั้ง แก่นแท้แห่งพันธสัญญาสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกว่าพวกเขาใกล้จะถึงเป้าหมายแล้ว
"เราต้องไปต่อ" คิมหันต์กล่าว "ที่นี่อันตรายเกินไป"
พวกเขาเดินต่อไปอีกไม่นาน ผนังหินก็เริ่มเปลี่ยนไป จากภาพแกะสลักอันน่าสยดสยอง กลายเป็นพื้นผิวที่ดูราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากอัญมณีสีดำสนิท ที่สะท้อนแสงสีเขียวมรกตและแสงสีทองอันริบหรี่ของพวกเขาออกมาเป็นประกายระยิบระยับ
"ดูเหมือนว่าเราจะเข้าใกล้ใจกลางของปราสาทแล้ว" อาร์คัสกล่าว "บรรยากาศที่นี่เปลี่ยนไป"
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาล" คิมหันต์กล่าว "มันเข้มข้นกว่าที่ไหนๆ ที่เราเคยเจอมา"
ทันใดนั้น พื้นเบื้องหน้าของพวกเขาก็พลันสว่างวาบขึ้นมา เผยให้เห็นลวดลายของวงกลมแห่งเวทมนตร์โบราณ ที่สลักเสลาอย่างประณีตอยู่บนพื้นหินสีดำ วงกลมแห่งเวทมนตร์นั้นส่องประกายสีฟ้าอ่อนๆ ราวกับว่ามันกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
"นี่คือ... ประตูสู่มิติอื่นใช่ไหมครับ?" คิมหันต์ถาม
"ถูกต้อง" ท่านผู้พิทักษ์ตอบ "เป็นประตูที่มอร์ทิสใช้ในการเดินทางระหว่างมิติ และดึงเอาพลังงานแห่งความมืดเข้ามา"
"เราต้องเข้าไปที่นั่นเพื่อเผชิญหน้ากับเขาจริงๆ ใช่ไหมครับ?" อาร์คัสถาม
"ใช่" ท่านผู้พิทักษ์กล่าว "ที่นั่นคือศูนย์รวมอำนาจของเขา เป็นสถานที่ที่เขาถือกำเนิดขึ้น และเป็นสถานที่ที่คำสาปได้เริ่มต้นขึ้น"
คิมหันต์มองไปที่วงกลมแห่งเวทมนตร์ที่กำลังส่องประกาย เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะพร้อมเผชิญหน้ากับอะไรที่รออยู่เบื้องหน้า แต่เขารู้ว่าเขาต้องทำ เขามองไปที่อาร์คัส
"ท่านพร้อมไหมครับ?" คิมหันต์ถาม
อาร์คัสพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ข้าพร้อม ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ"
คิมหันต์ยิ้ม เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ส่งมันเข้าไปในแก่นแท้แห่งพันธสัญญา แสงสีเขียวมรกตสว่างเจิดจ้าขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันสาดส่องไปทั่วทั้งโถง ขับไล่เงาทั้งหมดให้หายไป
"เราไปกัน!" คิมหันต์ตะโกน เขาจูงมืออาร์คัส และก้าวเข้าไปในวงกลมแห่งเวทมนตร์
แสงสีฟ้าอ่อนๆ สว่างวาบขึ้นมา กลืนกินร่างของพวกเขาเข้าไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงกระซิบอันแผ่วเบาของจิตวิญญาณที่ถูกจองจำ...
5,167 ตัวอักษร