สมุดบันทึกของนักปราชญ์
ดอกไม้สีดำในมือของอัคนีสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับมีชีวิต… พวกเขากำลังจะนำพาภัยพิบัติที่แท้จริงไปด้วยงั้นหรือ? ความหวังที่จะหานครแห่งสรวงสวรรค์เริ่มเลือนรางลงทุกขณะ
อัคนีจ้องมองดอกทมิฬเล็กๆ ในมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความตกใจ ความไม่สบายใจ และความรู้สึกผิด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมดอกไม้ต้องสาปตนนี้ถึงได้ติดมากับเขา ทั้งๆ ที่เขาได้ทำลายมันไปแล้ว
“มัน… มันออกมาจากไหน?” มายาถาม เสียงของเธอสั่นเครือเมื่อเห็นดอกไม้สีดำในมือของอัคนี
“ข้า… ก็ไม่รู้…” อัคนีตอบ “ตอนที่พวกเราวิ่งออกมา… ข้าแค่รู้สึกว่ามีบางอย่างติดอยู่ในกระเป๋า… พอหยิบออกมา… มันก็เป็นแบบนี้…”
เขาพยายามจะทิ้งดอกไม้นั้นไป แต่มันกลับรู้สึกราวกับมีน้ำหนักบางอย่างที่มองไม่เห็น ดึงดูดให้เขาเก็บมันไว้
“เราต้องรีบหาวิธีทำลายมัน!” มายาเอ่ยอย่างกังวล
“ข้ารู้… แต่ตอนนี้… เราต้องไปจากที่นี่ก่อน” อัคนีตัดสินใจ
ทั้งสองรีบมุ่งหน้าออกจากวิหารโบราณ โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย แต่ภาพของดอกทมิฬที่สลายไป ท่ามกลางคำสาปที่ถูกปลดปล่อย ก็ยังคงติดตาพวกเขาอยู่
หลังจากเดินทางออกมาจากซากปรักหักพังได้ไม่นาน อัคนีและมายาก็พบกับทางแยกที่ค่อนข้างใหญ่ ข้างทางมีถ้ำเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานาน
“เราพักตรงนี้ก่อนดีไหม?” มายาเสนอ “ข้าเหนื่อยเต็มทนแล้ว”
อัคนีเห็นด้วย ร่างกายของเขายังคงรู้สึกอ่อนเพลียจากการเผชิญหน้ากับดอกทมิฬ เขาเหลือบมองดอกทมิฬในมืออีกครั้ง มันยังคงมีขนาดเล็กเท่าเดิม แต่ความรู้สึกว่ามันมีชีวิตก็ยังคงอยู่
“ข้าว่า… เราควรจะเก็บเจ้านี่ไว้ให้ดี” อัคนีพูดกับดอกไม้ “บางที… มันอาจจะมีประโยชน์บางอย่าง…”
มายามองเขาอย่างไม่เข้าใจ “มีประโยชน์? มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายนะ!”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ…” อัคนีตอบ “แต่เสียงกระซิบของเทพธิดา… มันไม่ได้บอกให้เราทำลายมัน… มันแค่เตือนว่ามันจะกลืนกินทุกสิ่ง…”
ขณะที่ทั้งสองกำลังพักผ่อนอยู่ภายในถ้ำ ทันใดนั้นเอง อัคนีก็สังเกตเห็นบางอย่างที่มุมถ้ำ… มันเป็นกล่องไม้โบราณ ที่ดูเหมือนจะถูกซ่อนไว้
“นั่นมันอะไร?” เขาถาม พลางชี้ไปยังกล่องไม้
มายาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ “ดูเหมือนจะเป็นกล่องเก็บของ… เก่ามากเลย”
ทั้งสองช่วยกันยกกล่องออกมาวางกลางถ้ำ เมื่อเปิดกล่องออก… สิ่งที่อยู่ข้างใน… ทำเอาพวกเขาตะลึง
มันคือ… สมุดบันทึกโบราณ… ที่เขียนด้วยภาษาที่พวกเขาไม่คุ้นเคย… แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ… มีภาพวาดประกอบอยู่มากมาย… ภาพวาดของนครแห่งสรวงสวรรค์… ภาพวาดของเทพเจ้า… และภาพวาดของ… อสูรกายตัวเดียวกับที่พวกเขาเผชิญหน้าเมื่อสักครู่!
“นี่มัน…!” อัคนีอุทาน
“สมุดบันทึกของนักปราชญ์!” มายาพูดเสริม “ข้าเคยอ่านเจอในหอสมุดของเผ่าพันธุ์เรา… ว่ากันว่ามีนักปราชญ์บางคน… ที่ได้พบเจอกับนครแห่งสรวงสวรรค์… ก่อนที่มันจะสาบสูญไป…”
อัคนีหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เขาพยายามจะอ่านตัวอักษรที่ไม่คุ้นเคย แต่แล้ว… เขาก็นึกถึง ‘ลูเซีย’ ขึ้นมา
“ข้าว่า… ลูเซีย… อาจจะช่วยเราได้” อัคนีกล่าว
“จริงด้วย!” มายาเห็นด้วย
ขณะที่อัคนีเปิดอ่านสมุดบันทึกต่อไป พลันสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับหน้าหนึ่ง… หน้าที่มีภาพวาดของอสูรกาย… และมีอักขระบางอย่างที่ดูเหมือนจะมีความหมาย
“นี่ไง…” อัคนีพูดเสียงเบา
“อะไร?” มายาถาม
“มันอธิบายถึง… พลังของอสูรกายตนนั้น…” อัคนีอ่านจากภาพวาด “มันบอกว่า… อสูรกายตนนั้น… ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แท้จริง… แต่มันคือ… ‘เงา’ ของผู้ที่เคยมีความแค้น… ฝังรากลึก… และพลังของมัน… จะถูกปลดปล่อย… เมื่อพบกับ… ‘ความเศร้า’…”
“ความเศร้า…?” มายาทวนคำ “แล้ว… ดอกทมิฬ… ล่ะ?”
“ดอกทมิฬ… คือ… ‘สิ่งหลอกล่อ’… ของเงาอสูรกาย…” อัคนีอธิบายต่อ “มันจะใช้กลิ่นหอม… เย้ายวน… ดึงดูด… ความทรงจำอันเจ็บปวด… ของเหยื่อ… เพื่อเสริมสร้างพลัง… ให้กับเงาอสูรกาย…”
“อย่างนี้นี่เอง…” มายาพยักหน้า “แล้ว… เราจะหยุดมันได้อย่างไร…?”
อัคนีพลิกหน้ากระดาษต่อไป จนไปถึงหน้าสุดท้าย… หน้าที่มีภาพวาดของ ‘ดวงเนตรแห่งสรวงสวรรค์’… อัญมณีที่พวกเขาตามหา…
“นี่ไง…!” อัคนีตะโกน “ในสมุดบันทึกเขียนไว้ว่า… ‘ดวงเนตรแห่งสรวงสวรรค์’… คือสิ่งที่สามารถ… ‘สะท้อน’… ความเศร้า… กลับไปยังต้นกำเนิด… และทำให้… ‘เงา’… สลายไป…”
“หมายความว่า… เราต้องหา ‘ดวงเนตรแห่งสรวงสวรรค์’… ให้เจอ…?” มายาถามด้วยความหวัง
“ใช่…!” อัคนีพยักหน้า “และ… ข้าว่า… เราพอจะรู้แล้วว่า… มันอยู่ที่ไหน…”
เขากลับไปมองหน้าที่มีภาพวาดของนครแห่งสรวงสวรรค์… ภาพวาดที่ดูเหมือนจะมีสิ่งผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่
“ที่แท้… นครแห่งสรวงสวรรค์… ไม่ได้สาบสูญไป… แต่ถูก… ‘ซ่อน’… ไว้…” อัคนีกล่าว “และ… วิธีที่จะปลดปล่อยมัน… ก็คือ… ‘ดวงเนตรแห่งสรวงสวรรค์’…”
ทันใดนั้นเอง… ดอกทมิฬในมือของอัคนีก็เริ่มส่องแสงสีดำออกมา… และส่งเสียงขู่คำรามเบาๆ ราวกับจะสื่อถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา…
193 ตัวอักษร