ตอนที่ 6 — ท่วงทำนองแห่งการเปลี่ยนแปลง
การเดินทางกลับจากประตูแห่งเงาแตกต่างจากการมาอย่างสิ้นเชิง ป่าต้องห้ามที่เคยดูมืดครึ้มและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับดูสว่างไสวและอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจ แสงแดดสาดส่องผ่านหมู่แมกไม้ลงมาเป็นลำ เผยให้เห็นความงดงามของธรรมชาติที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เอลวินเดินนำหน้า ลีร่าเดินตามมาติดๆ ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าป่าแห่งนี้จะสวยงามได้ขนาดนี้" ลีร่ากล่าว เสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "เหมือนกับว่า... ทุกสิ่งกำลังตื่นขึ้น"
"นั่นคือพลังของความหวังนะลีร่า" เอลวินตอบ เขายกไวโอลินขึ้นมาแนบข้าง รู้สึกถึงแรงบันดาลใจอันล้นเหลือ "เมื่อเรามีความหวัง โลกก็จะกลับมาสดใสอีกครั้ง"
"แล้วเจ้าจะเริ่มเล่นเพลงนั้นเมื่อไหร่?" ลีร่าถาม
"เร็วๆ นี้" เอลวินตอบ "ข้าอยากจะกลับไปที่หมู่บ้านของข้าก่อน"
เมื่อพวกเขาเดินทางออกจากป่าต้องห้ามมาถึงชายป่า ชาวบ้านที่เคยหวาดกลัว ต่างก็มองมาที่พวกเขาด้วยความประหลาดใจและสงสัย พวกเขาไม่เคยเห็นเอลวินกับลีร่าออกไปในป่าลึกเช่นนี้มาก่อน และที่สำคัญ พวกเขาเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวของเอลวิน ร่างกายของเขาดูผ่องใสขึ้น ดวงตาฉายแววแห่งความมั่นใจ และมีรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นกว่าเดิม
"นั่นเอลวิน!" ชายชราคนหนึ่งอุทาน "เขาออกมาจากป่าต้องห้ามได้ยังไง?"
"และเด็กสาวคนนั้น... ข้าไม่เคยเห็นเธอมาก่อน" อีกคนกล่าว
เอลวินไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขามุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางของหมู่บ้าน ที่นั่นคือลานกว้างที่ผู้คนมักจะมารวมตัวกัน เขาหยุดยืนนิ่งตรงกลางลาน หันหน้าไปทางชาวบ้านที่กำลังมุงดูอยู่
"ทุกท่าน" เอลวินกล่าว เสียงของเขาดังชัดเจนและหนักแน่น "ข้ามีบางอย่างที่จะมอบให้ทุกท่าน"
ชาวบ้านมองหน้ากันอย่างงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจว่าเอลวินกำลังจะทำอะไร
"ข้าได้ยินเสียงเพลงมาจากดินแดนที่ไกลแสนไกล" เอลวินกล่าวต่อ "มันคือเสียงเพลงแห่งความหวัง เสียงเพลงที่สามารถเยียวยาจิตใจ และนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่า"
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า สูดลมหายใจลึกๆ แล้วยกไวโอลินขึ้นมาจรดปลายคาง เสียงเพลงอันไพเราะเริ่มดังขึ้น เป็นท่วงทำนองที่อ่อนหวาน แต่แฝงไว้ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ มันคือเสียงเพลงที่เอลวินได้ยินจากประตูแห่งเงา เสียงเพลงที่เขาได้รับมาจากเทพเจ้า
ชาวบ้านยืนนิ่งอึ้ง ทุกคนได้ยินเสียงเพลงนั้นอย่างชัดเจน มันไม่ใช่เสียงเพลงที่พวกเขาเคยได้ยินมาก่อน มันเป็นเสียงเพลงที่สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณ ปลุกความรู้สึกบางอย่างที่หลับใหลมานานขึ้นมา
ใบหน้าของชาวบ้านที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลและความสิ้นหวัง เริ่มคลายความตึงเครียดลง รอยยิ้มบางๆ เริ่มปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก เด็กๆ ที่เคยซุกซน ก็หยุดวิ่งเล่น แล้วหันมามองเอลวินด้วยความสนใจ
ลีร่าเองก็ยืนมองเอลวินด้วยความทึ่ง เธอไม่เคยเห็นใครเล่นดนตรีได้จับใจขนาดนี้มาก่อน เสียงเพลงนั้นราวกับจะหลอมรวมทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกัน สร้างบรรยากาศแห่งความสงบและความสุขที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งหมู่บ้าน
เมื่อเอลวินเล่นเพลงจบลง เขาก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รอคอยปฏิกิริยาจากชาวบ้าน
เงียบ...
ความเงียบเข้าปกคลุมหมู่บ้านอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่...
"ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลย" หญิงชราคนหนึ่งกล่าว เสียงของเธอสั่นเครือ
"ใช่แล้ว" ชายคนหนึ่งพยักหน้า "เหมือนกับว่า... หนักอึ้งในใจของข้า มันหายไปแล้ว"
"เสียงเพลงของเจ้า... มันวิเศษมาก เอลวิน" อีกคนกล่าว
เสียงชื่นชมเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จากชาวบ้านทุกคน พวกเขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง และรับรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่เอลวินนำมามอบให้
"ข้า... ข้าขอโทษที่เคยหัวเราะเยาะเจ้า" ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเอลวิน "ข้าไม่เคยเข้าใจเลย"
"ไม่เป็นไร" เอลวินตอบ "ตอนนี้ทุกคนเข้าใจแล้ว"
ลีร่าเดินเข้ามาหาเอลวิน ยิ้มให้เขาอย่างภาคภูมิใจ "เจ้าทำได้จริงๆ เอลวิน"
"เราทำได้" เอลวินตอบ พลางหันไปมองชาวบ้าน "จากนี้ไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ชีวิตในหมู่บ้านของเอลวินก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงเพลงแห่งความหวังที่เขาได้ยินจากสรวงสวรรค์ที่สาบสูญ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน ความสิ้นหวังและความกลัวถูกแทนที่ด้วยความสุขและความกล้าหาญ เอลวินยังคงเล่นดนตรีของเขาต่อไป แต่คราวนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่เพื่อแบ่งปันความหวังให้กับทุกคนที่เขาพบเจอ
เรื่องราวของนักดนตรีผู้เดียวดายที่เดินทางตามหาเสียงเพลง และได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของชีวิต ได้กลายเป็นตำนานบทใหม่ ที่จะเล่าขานต่อไปในอาณาจักรไกรอน ดินแดนที่เคยเต็มไปด้วยเงามืด บัดนี้ได้สว่างไสวขึ้นอีกครั้ง ด้วยท่วงทำนองแห่งความหวัง ที่ดังมาจากสรวงสวรรค์ที่เคยสาบสูญไป.
3,691 ตัวอักษร