ตอนที่ 7 — ท่วงทำนองที่ปลุกจิตวิญญาณ
...งถึงหัวใจของพวกเขาอย่างแท้จริง เสียงเพลงนั้นค่อยๆ เปลี่ยนจากท่วงทำนองที่นุ่มนวล กลายเป็นท่วงทำนองที่ทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะปลุกจิตวิญญาณที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ ดวงตาของชาวบ้านที่เคยว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เริ่มกลับมามีประกายแห่งความหวังอีกครั้ง บางคนถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความปิติ
ลีร่าเองก็ยืนตะลึง เธอไม่เคยได้ยินเสียงเพลงที่งดงามและทรงพลังเช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่แค่เสียงดนตรี แต่มันคือความรู้สึก มันคือความรัก มันคือความหวังที่ถูกส่งผ่านโน้ตทุกตัว เอลวินหลับตาลง ปล่อยให้กระแสแห่งดนตรีไหลผ่านตัวเขา เขาคือผู้ส่งสาร และไวโอลินในมือคือเครื่องมือที่เชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์ที่สาบสูญ
เพลงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนจบลงในที่สุด เสียงไวโอลินที่เคยดังสนั่นหวั่นไหว กลับเงียบสงบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของชาวบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังขึ้นอย่างกึกก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เสียงปรบมือนั้นไม่ใช่แค่การชื่นชมในฝีมือการเล่นของเอลวิน แต่มันคือการตอบรับต่อพลังแห่งความหวังที่เขาได้มอบให้
"ยอดเยี่ยมมากเอลวิน!" ชายชราคนเดิมตะโกนขึ้น "ข้าไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย"
"ใช่แล้ว!" หญิงชราอีกคนเสริม "เหมือนกับว่า... โลกทั้งใบสว่างขึ้นจริงๆ"
เอลวินยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณ "นี่คือของขวัญจากดินแดนแห่งเสียงเพลง" เขากล่าว "มันจะอยู่กับพวกเราเสมอ ตราบใดที่เรายังมีความหวัง"
ลีร่าเดินเข้ามาหาเอลวิน ใบหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม "เจ้าทำได้เอลวิน" เธอกล่าวเบาๆ "เจ้าได้นำความหวังกลับมาสู่หมู่บ้านของเราจริงๆ"
"ข้าไม่ได้ทำคนเดียวหรอกลีร่า" เอลวินตอบ "พวกเราทุกคนต่างก็มีส่วนช่วยกัน" เขาหันไปมองชาวบ้านที่ยังคงยืนอยู่ในอาการมึนงงปนปีติ "ต่อไปนี้ หมู่บ้านของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่ในหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงในตัวของเอลวินเองด้วย เขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ความรู้สึกที่เคยแบกรับมาตลอดชีวิต บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจและความสงบ เขาได้ค้นพบจุดประสงค์ของตัวเองแล้ว และมันคือการนำพาเสียงเพลงแห่งสรวงสวรรค์มาสู่โลกมนุษย์
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่วงทำนองแห่งการเปลี่ยนแปลงของเอลวินได้แพร่กระจายออกไปนอกหมู่บ้าน ผู้คนจากหมู่บ้านใกล้เคียงต่างเดินทางมาเพื่อรับฟังเสียงเพลงอันน่าอัศจรรย์นั้น บางคนมาด้วยความหวัง บางคนมาด้วยความสงสัย แต่ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็สัมผัสได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ที่แฝงอยู่ในบทเพลงนั้น
แต่กระนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ แม้ว่าหมู่บ้านของเอลวินจะเต็มไปด้วยความสุขและความหวัง แต่ในส่วนลึกของอาณาจักร ยังคงมีกลุ่มคนที่ไม่พอใจกับการปรากฏตัวของ "นักดนตรีผู้มีพลังวิเศษ" เหล่านี้
ในปราสาทอันมืดทึบ ณ ใจกลางอาณาจักร ขุนนางชราผู้หนึ่งนามว่า ลอร์ดมอร์แดน กำลังกุมขมับด้วยความไม่พอใจ "เรื่องเหลวไหลอะไรกันนี่!" เขากล่าวเสียงดัง "เสียงเพลงจากสวรรค์? ความหวัง? พวกชาวบ้านโง่เขลาพวกนั้นเชื่อเรื่องแบบนี้ไปได้ยังไง!"
ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเขา ยืนก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว "ท่านลอร์ดครับ ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วจริงๆ ครับ ผู้คนต่างพูดถึงนักดนตรีหนุ่มที่สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และนำพาความสุขมาให้ได้"
"รักษาโรคภัยไข้เจ็บ? นำพาความสุข?" ลอร์ดมอร์แดนหัวเราะเยาะ "ไร้สาระ! มันต้องมีอะไรบางอย่างที่พวกมันปิดบังอยู่แน่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมีพลังวิเศษแบบนั้นอยู่จริง"
เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์อันมืดมิดของอาณาจักร "พลังที่แท้จริงอยู่ที่อำนาจและความกลัว ไม่ใช่บทเพลงไร้สาระพวกนั้น" เขากล่าว "ข้าจะต้องหาทางหยุดยั้งเรื่องนี้ให้ได้ ก่อนที่มันจะส่งผลกระทบต่ออำนาจของข้า"
ลอร์ดมอร์แดนคือขุนนางผู้ทรงอิทธิพลที่ปกครองดินแดนส่วนใหญ่ของอาณาจักร เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในอำนาจที่ได้มาจากการกดขี่ข่มเหง และการใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือในการปกครอง การปรากฏตัวของเอลวินและเสียงเพลงแห่งความหวังของเขา เป็นเหมือนกับหนามยอกอกที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของเขา
"ส่งคนไปสืบเรื่องนักดนตรีคนนั้นมา" ลอร์ดมอร์แดนสั่ง "ข้าต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา ข้าต้องการรู้ว่าเขาได้พลังนั้นมาจากไหน และที่สำคัญ... ข้าต้องการรู้วิธีที่จะหยุดยั้งเขา"
ข้ารับใช้พยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ขอรับ ท่านลอร์ด"
ขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านของเอลวิน ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหดหู่ที่เคยปกคลุมหมู่บ้านมานาน บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความหวังที่ฉายชัดในแววตา ผู้คนกลับมาทำงานอย่างขยันขันแข็ง สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เอลวินเองก็มีความสุขกับสิ่งที่เขาได้ทำ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประพันธ์บทเพลงใหม่ๆ และสอนดนตรีให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้าน เขาพบว่าการได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้คน เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด
"เจ้ามีความสุขจริงๆ ใช่ไหมเอลวิน?" ลีร่าถาม ขณะที่พวกเขากำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร
"มากที่สุดเลยลีร่า" เอลวินตอบ "ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตของข้าจะมีความหมายได้ถึงขนาดนี้"
"แล้วเจ้าคิดว่า... เราจะทำอะไรต่อไป?" ลีร่าถาม "เสียงเพลงของเจ้าดังไปทั่วแล้ว บางที... อาจจะมีคนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลืออีกก็ได้"
เอลวินมองไปยังขอบฟ้า นัยน์ตาของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น "ข้าคิดว่า... การเดินทางของข้ายังไม่จบสิ้น" เขากล่าว "ข้าได้ยินเสียงกระซิบจากสรวงสวรรค์ที่สาบสูญมาแล้ว ข้าได้สัมผัสถึงพลังแห่งความหวังแล้ว ข้าเชื่อว่ายังมีอีกหลายดินแดนที่ต้องการเสียงเพลงนี้"
ลีร่าพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าจะไปด้วย" เธอกล่าวอย่างแน่วแน่ "ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ไหน ข้าก็จะไปด้วย"
เอลวินหันไปยิ้มให้เธอ "ขอบคุณนะลีร่า" เขาจับมือเธอไว้ "พวกเราจะออกเดินทางด้วยกัน"
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผนการเดินทางครั้งใหม่ ใต้ผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ ลอร์ดมอร์แดนกำลังวางแผนการร้ายเพื่อทำลายทุกสิ่งที่เอลวินได้สร้างขึ้น การต่อสู้ระหว่างความหวังและอำนาจกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง.
4,900 ตัวอักษร