ตอนที่ 10 — พายุแห่งความมืดและเสียงเรียกจากอดีต
"ซิก... ซิก..." เสียงเสียดสีของกรงเล็บบนพื้นหินดังขึ้นใกล้เข้ามา อเล็กซานเดอร์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอันเย็นยะเยือกที่กระทบต้นคอ ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาเม้มปากแน่น พยายามสงบสติอารมณ์ สายตาจับจ้องไปยังเงาร่างสีดำที่ค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นท่ามกลางแสงสีม่วงจางๆ พวกมันคือ "ชาร์" สัตว์ร้ายแห่งอาณาจักรเงาอย่างที่ลีร่าได้กล่าวไว้
"เร็วกว่านี้" ลีร่ากระซิบสั่ง เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย "พวกมันกำลังเข้ามาใกล้"
พวกชาร์มีรูปร่างคล้ายสุนัขขนาดใหญ่ ลำตัวผอมเพรียวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เกล็ดสีดำสนิทราวกับถูกย้อมด้วยความมืด ดวงตาหลายคู่บนใบหน้าของพวกมันเรืองแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิงในความมืด แต่ละตัวมีเขี้ยวแหลมคมยื่นออกมาจากปากที่เผยอเล็กน้อย แสดงถึงความหิวกระหาย
"เราจะสู้กับพวกมันได้หรือ" อเล็กซานเดอร์ถามเสียงสั่น เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน "ข้ามีเพียงมีดเล่มเล็กๆ นี่เท่านั้น"
"เราต้องไม่สู้" ลีร่าตอบพลางคว้าแขนของอเล็กซานเดอร์ไว้ "เราต้องวิ่ง หนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าให้ไข่มุกแห่งแสงตะวันถูกมองเห็นเด็ดขาด"
อเล็กซานเดอร์พยักหน้า เขารู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านจากไข่มุกในมือ แต่เขาก็พยายามบีบมันไว้ในอุ้งมือให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาจำคำเตือนของลีร่าได้ แสงสว่างจะทำให้พวกมันโกรธแค้น
"พร้อมนะ" ลีร่าถาม สายตาของเธอมุ่งตรงไปยังทางเดินที่ทอดลึกเข้าไปในความมืด
"พร้อม" อเล็กซานเดอร์ตอบ
ทันใดนั้น ชาร์ตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า มันกระโจนเข้าใส่ลีร่าอย่างจัง แต่ลีร่าตอบสนองอย่างรวดเร็ว เธอหลบไปด้านข้างได้อย่างหวุดหวิด กรงเล็บของมันฟาดลงบนพื้นหินเกิดเสียงดังสนั่น
"ไป!" ลีร่าตะโกน
ทั้งสองออกวิ่งอย่างสุดกำลัง เสียงฝีเท้าของพวกชาร์ไล่ตามมาติดๆ เสียงกรงเล็บกระทบพื้นหินสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์ราวกับเสียงฟ้าคำราม อเล็กซานเดอร์รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้น เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานถ้ำที่มืดมิด พลางนึกภาวนาว่ามันจะไม่พังทลายลงมา
"ทางนี้!" ลีร่าร้องบอก พลางเลี้ยวเข้าสู่ทางแคบๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น
อเล็กซานเดอร์ตามเธอเข้าไปอย่างไม่ลังเล ความแคบของทางเดินทำให้พวกชาร์ไม่สามารถตามเข้ามาพร้อมกันได้หลายตัว ทำให้พวกเขาพอจะมีช่องว่างหายใจ
"เรามาอยู่ที่ไหนกันแน่" อเล็กซานเดอร์หอบหายใจ "นี่มันเหมือนเขาวงกต"
"นี่คือเส้นทางที่พวกเราใช้หลบซ่อน" ลีร่าอธิบาย "พวกชาร์มักจะไม่เข้ามาในที่แคบๆ แบบนี้ แต่มันก็ไม่แน่เสมอไป"
พวกเขาเดินต่อไปอีกพักใหญ่ เสียงไล่ล่าค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของพวกเขาเองกับเสียงหยดน้ำที่ดังเป็นจังหวะ
"ดูเหมือนว่าเราจะหนีมาได้แล้ว" อเล็กซานเดอร์กล่าวด้วยความโล่งอก
"อย่าเพิ่งวางใจ" ลีร่าเตือน "เรายังอยู่ในอาณาจักรแห่งเงา"
ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากทางแคบ อเล็กซานเดอร์ก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผนังถ้ำ แสงสีม่วงอ่อนๆ ที่ส่องจากเห็ดรา เผยให้เห็นภาพวาดโบราณที่สลักอยู่บนก้อนหิน มันเป็นรูปของสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายมนุษย์ แต่มีปีกและดวงตาที่เปล่งประกาย
"นี่มันอะไรกัน" อเล็กซานเดอร์เอ่ยถาม พลางชี้ไปยังภาพวาด
ลีร่าหยุดมองตาม "นี่คือร่องรอยของเผ่าพันธุ์โบราณ... เผ่าพันธุ์ที่เคยอาศัยอยู่ในแอสเทรียก่อนที่พวกเราจะมาถึง"
"พวกเขาเป็นใคร"
"ไม่มีใครรู้แน่ชัด" ลีร่ากล่าว "มีเพียงตำนานเล่าขานถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา แต่พวกเขาก็หายสาบสูญไปตามกาลเวลา"
อเล็กซานเดอร์เพ่งมองภาพวาด เขาเห็นสัญลักษณ์แปลกๆ ที่อยู่รอบๆ รูปของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น สัญลักษณ์บางอย่างดูคุ้นตา ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
"สัญลักษณ์พวกนี้..." เขากล่าว "เหมือนกับที่อยู่บนผนังในถ้ำที่เราเจอตอนแรก"
ลีร่าขมวดคิ้ว "จริงหรือ" เธอเอื้อมมือไปสัมผัสกับภาพวาดอย่างเบามือ "ถ้าเป็นเช่นนั้น... อาจมีความเชื่อมโยงบางอย่าง"
ทันใดนั้น เสียงสะท้อนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง "ลีร่า! อเล็กซานเดอร์!"
ทั้งสองหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เห็นกร็อกกำลังเดินโซซัดโซเซออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่แววตาฉายประกายแห่งความโล่งใจ
"กร็อก!" ลีร่าอุทานด้วยความดีใจ "เจ้าปลอดภัย!"
"เกือบไปแล้ว" กร็อกกล่าวพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ "เจ้ากริฟฟอนเงามันแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด แต่ในที่สุดข้าก็จัดการมันได้"
"แล้วยาพิษเงาพิษล่ะ" อเล็กซานเดอร์ถาม "เจ้าได้มันมาหรือไม่"
"ได้มาแล้ว" กร็อกตอบ พลางล้วงเข้าไปในย่าม หยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่มีของเหลวสีเข้มข้นอยู่ข้างในออกมา "แต่ก็เกือบจะเสียท่าให้พวกมันเหมือนกัน"
ลีร่ารีบรับขวดมาดู "ข้าต้องขอบคุณเจ้ามาก กร็อก"
"ไม่ต้องห่วง" กร็อกยิ้ม "เราคือเพื่อนกัน"
"แต่เราจะเอาอะไรไปแลกกับความปลอดภัยของเจ้า" อเล็กซานเดอร์ถาม "เจ้าเสี่ยงอันตรายถึงเพียงนี้"
"ข้าทำเพื่อแอสเทรีย" กร็อกตอบ "และเพื่อเพื่อนของข้า"
"เราต้องรีบกลับไป" ลีร่ากล่าว "การเดินทางกลับคงไม่ง่ายนัก"
"ข้ามีสิ่งที่จะช่วยพวกเราได้" กร็อกกล่าว พลางล้วงเข้าไปในย่ามอีกครั้ง คราวนี้เขาหยิบก้อนหินสีดำที่ดูเหมือนจะเปล่งแสงเรืองรองจางๆ ออกมา
"นี่คือ 'หินนำทาง' " กร็อกอธิบาย "มันจะนำทางเราไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุด"
อเล็กซานเดอร์มองก้อนหินนั้นด้วยความสนใจ "มันใช้งานอย่างไร"
"ถือมันไว้ในมือ แล้วคิดถึงที่ที่เจ้าอยากจะไป" กร็อกกล่าว "มันจะส่องแสงนำทางเราไป"
ทั้งสามคนยืนอยู่ด้วยกันท่ามกลางความมืดมิดของอาณาจักรเงา ความหวังเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจของอเล็กซานเดอร์ เขาเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า
4,373 ตัวอักษร