บุปผาสวรรค์ในโลกใต้พิภพ

ตอนที่ 5 / 45

ตอนที่ 5 — เรือพฤกษาข้ามทะเลสาบ

กร็อกไม่รอช้า เขารีบพาอเล็กซานเดอร์ไปยังบริเวณริมทะเลสาบ ที่นั่นมีสิ่งที่อเล็กซานเดอร์คาดไม่ถึงซ่อนอยู่ มันคือเรือลำเล็กที่ทำจากกิ่งไม้และใบไม้ที่สานเข้ากันอย่างประณีต แต่สิ่งที่ทำให้มันพิเศษคือ กิ่งไม้เหล่านั้นยังคงมีความสดเขียวและเรืองแสงจางๆ ราวกับมีชีวิต "นี่คือเรือพฤกษาของข้า" กร็อกแนะนำ "มันสร้างขึ้นจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เติบโตริมทะเลสาบแห่งนี้ จะพาเราไปยังเกาะแก้วผลึกได้อย่างปลอดภัย" อเล็กซานเดอร์มองเรือด้วยความทึ่ง มันดูบอบบาง แต่ก็ให้ความรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน "เจ้าแน่ใจหรือว่ามันจะพาเราผ่านไปได้" อเล็กซานเดอร์ถาม พลางมองไปยังกริฟฟอนเงาที่ยังคงเฝ้าดูพวกเขาอยู่บนหน้าผา "ข้าแน่ใจ" กร็อกตอบ "แต่เราต้องรีบออกเดินทางก่อนที่มันจะตัดสินใจโจมตี" ขณะที่กร็อกกำลังจะก้าวลงเรือ เสียงกริฟฟอนเงาก็คำรามดังขึ้นอีกครั้ง มันกระพือปีกขนาดมหึมาแล้วทะยานลงมาจากหน้าผาอย่างรวดเร็ว "มันมาแล้ว!" อเล็กซานเดอร์ตะโกน "เร็วเข้า!" กร็อกรีบดึงอเล็กซานเดอร์ขึ้นเรือ ทันทีที่เท้าของพวกเขาสัมผัสกับพื้นเรือ กิ่งไม้ก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต เรือค่อยๆ ลอยออกจากฝั่งอย่างช้าๆ กร็อกหยิบกิ่งไม้ที่เรียวยาวแต่แข็งแรงขึ้นมาอันหนึ่ง มันดูเหมือนกับไม้พาย แต่ปลายอีกด้านหนึ่งกลับมีใบไม้รูปทรงคล้ายรูปหัวใจ "นี่คือ 'ไม้พายแห่งสายลม'" กร็อกกล่าว "มันจะช่วยนำทางเรา" เขาเริ่มใช้ไม้พายคนน้ำอย่างแผ่วเบา เรือพฤกษาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างราบรื่น น้ำในทะเลสาบใสราวกับกระจก เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่แปลกตา บ้างก็มีรูปร่างคล้ายปลาแต่มีครีบเหมือนปีกนก บ้างก็เป็นสัตว์คล้ายม้าน้ำที่มีเปลือกหอยเรืองแสงเป็นเกราะ อเล็กซานเดอร์มองไปยังกริฟฟอนเงาที่กำลังร่อนวนเวียนอยู่เหนือพวกเขา มันส่งเสียงร้องที่แสดงความไม่พอใจ "มันคงไม่ตามเราลงมาในน้ำหรอกใช่ไหม" อเล็กซานเดอร์ถาม "กริฟฟอนเงาไม่ชอบน้ำ" กร็อกตอบ "มันจะคอยเฝ้าดูเราจากด้านบนเท่านั้น" ขณะที่เรือแล่นลึกเข้าไปกลางทะเลสาบ อเล็กซานเดอร์สังเกตเห็นบางอย่างบนผิวน้ำ ดอกบัวเรืองแสงขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ ส่งแสงนวลตาออกมาสะท้อนกับน้ำ ทำให้เกิดประกายระยิบระยับราวกับอัญมณี "ดอกบัวพวกนั้นเรียกว่า 'บุปผาแห่งแสงจันทร์'" กร็อกอธิบาย "พวกมันจะเบ่งบานเฉพาะเวลากลางคืน และกลีบของมันจะเปล่งแสงสว่างไสวที่สุด" "แล้วทำไมถึงชื่อบุปผาแห่งแสงจันทร์ล่ะ" อเล็กซานเดอร์สงสัย "ในเมื่อเราอยู่ที่โลกใต้พิภพ" "แสงสว่างที่เราเห็นในแอสเทรีย ไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์เหมือนโลกเบื้องบน" กร็อกตอบ "มันมาจากพลังงานของแก่นโลก และพลังงานเหล่านั้นจะสะสมอยู่ในพืชพรรณ ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้น บางครั้ง เมื่อพลังงานเข้มข้นมากๆ ก็จะแปรสภาพเป็นสิ่งที่คล้ายกับแสงจันทร์ได้" "น่าทึ่งจริงๆ" อเล็กซานเดอร์กล่าว "โลกนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์จริงๆ" เรือพฤกษาแล่นต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าใกล้เกาะแก้วผลึกมากขึ้น อเล็กซานเดอร์มองเห็นรายละเอียดของแท่นหินบนเกาะได้ชัดเจนขึ้น มันไม่ได้เป็นเพียงแท่นหินธรรมดา แต่ดูเหมือนจะถูกแกะสลักขึ้นมาจากผลึกสีขาวบริสุทธิ์ และมีลวดลายที่ซับซ้อนงดงาม "ตรงนั้นคือ 'แท่นพิธีแห่งการสะท้อน'" กร็อกชี้ "เชื่อกันว่า หากใครก็ตามที่ยืนอยู่บนแท่นนั้น และมีความปรารถนาที่บริสุทธิ์ หัวใจของพวกเขาจะถูกสะท้อนออกมาเป็นแสงสว่าง" "แล้วไข่มุกแห่งแสงตะวันอยู่ที่นั่นหรือ" อเล็กซานเดอร์ถามด้วยความหวัง "ใช่" กร็อกพยักหน้า "ไข่มุกแห่งแสงตะวัน คือสิ่งที่เป็นตัวแทนของแสงสว่างบริสุทธิ์ หากใครสามารถพิชิตมันมาได้ จะได้รับพรให้เดินทางกลับสู่โลกเบื้องบนได้อย่างปลอดภัย" เมื่อเรือพฤกษาเทียบท่าที่เกาะแก้วผลึก อเล็กซานเดอร์ก็รีบก้าวลงจากเรือ เขารู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากเกาะแห่งนี้ มันไม่ใช่พลังงานที่รุนแรง แต่เป็นความสงบเยือกเย็นที่ทำให้จิตใจของเขาสบายขึ้น "ทางนี้" กร็อกนำทางเขาไปยังแท่นพิธีแห่งการสะท้อน แท่นหินผลึกสีขาวดูราวกับแกะสลักขึ้นมาจากก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมา มีลวดลายคล้ายคลื่นน้ำสลักอยู่รอบๆ บนสุดมีรอยบุ๋มเล็กๆ อยู่ตรงกลาง "เจ้าต้องยืนตรงนั้น" กร็อกกล่าว "แล้วตั้งจิตอธิษฐานถึงสิ่งที่เจ้าต้องการมากที่สุด" อเล็กซานเดอร์เดินขึ้นไปบนแท่นผลึก เขายืนอยู่ตรงกลาง รู้สึกถึงความเย็นที่ส่งผ่านฝ่าเท้าขึ้นมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหลับตาลง "ข้าต้องการกลับบ้าน" เขาอธิษฐานในใจ "ข้าต้องการกลับไปหาครอบครัวของข้า" ทันใดนั้น ร่างของเขาก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวนวลออกมา แสงนั้นค่อยๆ สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นลำแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า อเล็กซานเดอร์ลืมตาขึ้น เขามองเห็นแสงนั้นสะท้อนไปมาบนผิวน้ำทะเลสาบ สร้างประกายระยิบระยับไปทั่วบริเวณ "มันสำเร็จแล้ว!" กร็อกร้องด้วยความยินดี แต่แล้ว ทันใดนั้น แสงสว่างบนท้องฟ้าก็เริ่มหรี่ลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเกิดเสียงดังครืนๆ จากเบื้องบน "เกิดอะไรขึ้น" อเล็กซานเดอร์ถามด้วยความตกใจ "ดูเหมือนว่า... แสงสว่างจากแท่นพิธีได้ปลุกบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นขึ้น" กร็อกกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด อเล็กซานเดอร์รีบหันไปมองบนท้องฟ้า เขาเห็นเงาขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนเข้ามาปกคลุมแสงสว่างที่เขากำลังสร้างขึ้น เงานั่นดูคุ้นตา... มันคือเงาของกริฟฟอนเงา "มันตามเรามาถึงที่นี่!" อเล็กซานเดอร์อุทาน "ข้าว่าแล้วว่ามันจะไม่ยอมปล่อยเราไปง่ายๆ" กร็อกกล่าว "แต่เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนก" เขาชี้ไปยังใจกลางของแท่นพิธี "นี่คือจุดที่ไข่มุกแห่งแสงตะวันจะปรากฏตัว" ทันใดนั้น ใจกลางของรอยบุ๋มบนแท่นพิธีก็เริ่มเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าขึ้นมา แสงนั้นค่อยๆ รวมตัวกันเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเท่าลูกกอล์ฟ มันดูราวกับดวงตะวันย่อส่วนที่กำลังเต้นระริกอยู่ตรงหน้า "นั่นไง! ไข่มุกแห่งแสงตะวัน!" อเล็กซานเดอร์ร้อง เขาเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้ามันมา แต่ทันใดนั้น กริฟฟอนเงาก็พุ่งโฉบลงมาอย่างรวดเร็ว มันกางปากกว้าง หมายจะงับไข่มุกแห่งแสงตะวันไว้ "ไม่นะ!" อเล็กซานเดอร์ตะโกน

4,703 ตัวอักษร