ตอนที่ 19 — ความลับโบราณแห่งอัญมณีเลือด
นิลยืนตะลึงอยู่กลางห้องโถงใต้ดิน ผนังหินที่เย็นเฉียบถูกแต่งแต้มด้วยภาพวาดโบราณสีซีดจางที่เล่าขานเรื่องราวอันยาวนาน เรื่องราวของ "ดวงตาแห่งมังกร" ที่ไม่ใช่เพียงแค่ก้อนอัญมณี แต่เป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน เป็นขุมพลังที่เชื่อมโยงกับโลกแห่งจิตวิญญาณและมิติที่ซ่อนเร้น ภาพเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงการกำเนิดของอัญมณีจากหยาดเลือดของมังกรโบราณที่สละชีวิตเพื่อปกป้องโลกจากความมืด ภาพการบูชา การใช้งานพลัง และท้ายที่สุดคือการผนึกมันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดี
"นี่มัน... ไม่ใช่แค่ตำนาน" นิลพึมพำ มือที่ถือไฟฉายสั่นเล็กน้อย ภาพวาดแสดงให้เห็นถึงผู้คนในยุคโบราณที่สวมใส่อัญมณีสีเลือดนี้ พวกเขาดูแข็งแกร่ง ทรงพลัง สามารถควบคุมธาตุ หรือแม้แต่หยั่งรู้ความคิดของผู้อื่น แต่ก็มีบางภาพที่แสดงถึงความบ้าคลั่ง ความกระหายในอำนาจที่กัดกินจิตใจของผู้ที่ครอบครองมันจนเกินขอบเขต
"แสดงว่าคำสาปที่กาฬเสียดกล่าวถึง... มันคือผลข้างเคียงจากการใช้พลังมากเกินไปโดยไม่ได้รับการควบคุมที่เหมาะสม" นิลครุ่นคิด เขาเดินไปสำรวจภาพวาดอื่นๆ ที่อยู่บนผนังอย่างละเอียด ภาพเหล่านั้นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ คือการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายเงา หรือปีศาจตนหนึ่ง ที่พยายามจะช่วงชิงอัญมณีนั้นไปจากผู้ครอบครอง ภาพวาดชุดสุดท้ายแสดงให้เห็นถึงการผนึกอัญมณีไว้ในสถานที่ที่ลับตาคน และมีสัญลักษณ์บางอย่างที่ทำให้นิลรู้สึกคุ้นเคย
"สัญลักษณ์นี่..." เขายื่นมือไปสัมผัสภาพวาด สัญลักษณ์นั้นมีลักษณะคล้ายกับตราผนึกที่ปรากฏอยู่บนกล่องไม้ที่เขานำอัญมณีมา "มันคือกลไกป้องกัน หรือกุญแจในการปลดผนึก?"
ทันใดนั้น อัญมณีสีเลือดในกล่องไม้ที่วางอยู่บนแท่นหินใกล้ๆ ก็ส่องแสงวาบขึ้น นิลรีบหันไปมอง เขาเห็นแสงสีแดงเข้มที่ส่องออกมาจากอัญมณีนั้น เปล่งประกายสะท้อนกับผนังห้องโถง ราวกับว่ามันกำลังตอบสนองต่อความลับที่ถูกเปิดเผย
"มันต้องการอะไรจากฉัน?" นิลรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากอัญมณี ทำให้ขนแขนของเขาลุกชัน "มันกำลังสื่อสารกับฉัน หรือกำลังเตือนอะไรบางอย่าง?"
นิลนึกถึงคำพูดของกาฬเสียดที่บอกว่า 'ราชาแห่งเงา' ต้องการครอบครองอัญมณีนี้เพื่อปลดปล่อยความมืดมิดกลับคืนสู่โลก ภาพวาดเหล่านี้ยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงอันตรายที่แฝงเร้นอยู่
"ถ้าพลังนี้สามารถใช้ได้ทั้งสร้างและทำลาย..." เขาหยิบกล่องไม้ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง "ฉันต้องเรียนรู้วิธีควบคุมมันให้ได้ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือของความมืด"
เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องโถงอีกครั้งอย่างละเอียด เผื่อว่าจะเจอเบาะแสเพิ่มเติม เขาพบแท่นบูชาเล็กๆ ที่มีร่องรอยของเครื่องสังเวยโบราณ และสิ่งของอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมบางอย่าง
"นี่มันเหมือนกับห้องเก็บความรู้ที่ถูกทิ้งไว้" นิลกล่าว "แต่ใครกันที่สร้างมันขึ้นมา และทำไมถึงถูกทิ้งร้าง?"
ขณะที่เขากำลังสำรวจ เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านบนของทางเดิน เสียงนั้นแผ่วเบาในตอนแรก แต่ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีคนกำลังเดินลงมา
"มีใครอยู่ข้างล่างนี้!" เสียงตะโกนดังขึ้นมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วง "อย่าขยับ!"
นิลสะดุ้งโหยง เขาไม่คิดว่าจะมีใครตามเขามาถึงที่นี่ เขาเงยหน้ามองไปยังทางเดิน มั่นใจว่าเขาปิดประตูที่ซ่อนไว้อย่างแน่นหนาแล้ว
"เป็นไปไม่ได้" เขาพึมพำ "พวกเขาหาที่นี่เจอได้อย่างไร?"
เขาตัดสินใจไม่ตอบโต้ทันที เขาเก็บอัญมณีสีเลือดใส่กล่องไม้ และกอดมันไว้แนบอก เขาถอยกรูดไปยืนด้านหลังของเสาหินต้นใหญ่ หวังว่าจะหาจังหวะหลบหนี
"ฉันรู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น!" เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง "ออกมาเดี๋ยวนี้!"
แสงไฟฉายส่องสว่างลงมายังโถงใต้ดิน ทำให้เห็นเงาร่างของผู้ชายสองคนกำลังเดินลงมา พวกเขาสวมชุดสีดำสนิท และมีท่าทางที่แข็งกร้าว
"พวกแกเป็นใคร?" นิลถามเสียงเข้ม พยายามซ่อนความตื่นตระหนก
"เรื่องนั้นไม่สำคัญ" ชายคนหนึ่งตอบ เสียงของเขาฟังดูเย็นชาและอำมหิต "สิ่งสำคัญคือเรามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของเรา"
"ทวงคืนอะไร?" นิลย้อนถาม
"แน่นอนว่าคือ 'ดวงตาแห่งมังกร' เจ้าเด็กโง่" ชายอีกคนหัวเราะเยาะ "แกคิดว่าแกจะเก็บสมบัติที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ไว้กับตัวได้นานแค่ไหน?"
นิลรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขามีเจตนาที่มุ่งร้าย และดูเหมือนจะรู้จักอัญมณีนี้เป็นอย่างดี
"ฉันไม่รู้ว่าพวกแกกำลังพูดถึงอะไร" นิลโกหกพยายามประวิงเวลา
"อย่ามาหลอกเรา" ชายคนแรกกล่าว "เราสัมผัสได้ถึงพลังของมันจากที่นี่ และเราก็รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน"
นิลรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากชายทั้งสองคน มันไม่ใช่พลังงานธรรมดา มันมีความมืดมิดแฝงอยู่
"ถ้าพวกแกต้องการมันจริงๆ ก็ต้องผ่านฉันไปก่อน" นิลประกาศอย่างท้าทาย เขาหยิบแหวนสีเลือดขึ้นมา สวมใส่มันที่นิ้ว
"หึ... กล้าหาญดี" ชายคนแรกหัวเราะ "แต่ความกล้าหาญของแกจะไร้ประโยชน์ในไม่ช้า"
ชายทั้งสองคนพุ่งเข้าใส่นิลพร้อมกัน นิลใช้พลังจากแหวนป้องกันตัวเอง เขาได้เรียนรู้จากการต่อสู้กับกาฬเสียดมาบ้าง แต่การเผชิญหน้ากับศัตรูสองคนพร้อมกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่ามาก
3,997 ตัวอักษร