ตอนที่ 16 — รอยจารึกแห่งบรรพกาล
ผู้อพิทักษ์เดินนำครามลึกเข้าไปในใจกลางของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าเดิม เส้นทางที่พวกเขาเดินเต็มไปด้วยอันตรายและอุปสรรคที่ยากจะคาดเดา พื้นหินขรุขระเผยให้เห็นร่องรอยการกัดเซาะของกาลเวลา ลมที่พัดผ่านโกรกครวญราวกับเสียงร่ำไห้ของอดีต สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพันธุ์ที่ไม่คุ้นตา บางชนิดเรืองแสงเรื่อๆ ในความมืด ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บที่เริ่มก่อตัวขึ้น แต่กระนั้น ครามกลับรู้สึกว่า เขามีพลังมากขึ้นกว่าเดิม พลังที่แผ่ซ่านมาจากภายในร่างกาย ราวกับว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังที่เขานำกลับไปนั้นกำลังผลิบานและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา
"ท่านผู้อพิทักษ์ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าภูเขาแห่งนี้จะมีส่วนลึกที่ซับซ้อนถึงเพียงนี้" ครามเอ่ยขึ้น เสียงของเขาดังก้องในโถงหินกว้าง "แล้วเราจะไปที่ไหนกันขอรับ?"
ผู้อพิทักษ์หันมามองคราม ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่างที่ยากจะอ่านออก "เรากำลังจะไปสู่ที่ที่ความทรงจำถูกจารึกไว้ คราม ที่ที่แก่นแท้ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ยังคงเต้นระบำ"
พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงลานกว้างเบื้องหน้า คือผนังหินขนาดมหึมาที่ทอดยาวจนสุดสายตา ผนังหินนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสัญลักษณ์โบราณที่สลับซับซ้อน ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน สัญลักษณ์เหล่านี้ดูเหมือนจะส่องแสงเรืองรองเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับมีชีวิต
"นี่คือ... รอยจารึกแห่งบรรพกาล" ผู้อพิทักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความเคารพ "ที่นี่คือที่ที่ผู้พิทักษ์รุ่นก่อนๆ ได้บันทึกเรื่องราวของพวกเขา เรื่องราวของความเสียสละ และการต่อสู้ เพื่อปกป้องภูเขาแห่งนี้ และชีวิตที่อาศัยอยู่บนผืนดิน"
ครามมองตามนิ้วชี้ของผู้อพิทักษ์ไปยังรอยจารึก เขาพยายามเพ่งมองสัญลักษณ์เหล่านั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะหมุนวนและเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปมาอย่างรวดเร็ว จนยากจะจับต้องได้
"ข้า... ข้าเห็นบางอย่าง" ครามเอ่ยขึ้นอย่างติดขัด "เหมือนภาพที่กำลังเคลื่อนไหว"
"เจ้าเห็นความทรงจำของพวกเขา" ผู้อพิทักษ์อธิบาย "ความทรงจำที่ถูกถ่ายทอดผ่านสัญลักษณ์เหล่านี้ เจ้าได้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังแล้ว และบัดนี้ เจ้าต้องรับเอามรดกแห่งความทรงจำนี้ เพื่อเสริมสร้างรากฐานของความหวังให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
ทันใดนั้นเอง รอยจารึกบนผนังหินก็เริ่มสว่างวาบขึ้น ภาพนิมิตที่ชัดเจนกว่าเดิมก็ปรากฏขึ้นในหัวของคราม เขาเห็นภาพผู้คนมากมาย ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พวกเขากำลังรวมพลังกัน ต่อสู้กับเงาดำทะมึนที่พยายามกลืนกินแสงสว่าง เขาเห็นผู้นำของพวกเขา ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตาและแข็งแกร่ง กำลังรวบรวมพลังเพื่อผนึกบางสิ่งบางอย่าง
"นั่นคือ... ท่านปู่ของข้า!" ครามอุทาน เขาจำใบหน้าของชายชราในภาพได้แม่นยำ มันคือรูปปั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางหมู่บ้าน ซึ่งเขาเองก็เคยสงสัยในที่มาของมันมาตลอด
"ใช่แล้ว คราม" ผู้อพิทักษ์กล่าว "ท่านผู้นำแห่งหมู่บ้านของเจ้าในอดีตกาล ท่านได้เสียสละอย่างใหญ่หลวงเพื่อปกป้องผืนดินแห่งนี้"
ภาพนิมิตดำเนินต่อไป ครามเห็นว่า การผนึกพลังบางอย่างนั้น ไม่ใช่การทำลาย แต่มันคือการกักเก็บ การเก็บซ่อน เพื่อรอคอยเวลาที่เหมาะสม "พลังที่แท้จริง" ที่เสียงกระซิบกล่าวถึงนั้น คือพลังที่ถูกกักเก็บไว้ ณ ใจกลางของภูเขาแห่งนี้
"แต่ทำไม... ทำไมท่านปู่ของข้าถึงต้องผนึกพลังนั้นไว้?" ครามถามด้วยความสงสัย "แล้วทำไมพลังนั้นถึงถูกซ่อนเร้น?"
"เพราะพลังนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะถูกใช้ไปในทางที่ผิด" ผู้อพิทักษ์ตอบ "พลังนั้นสามารถสร้างสรรค์ได้ แต่ก็สามารถทำลายล้างได้เช่นกัน หากตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ปรารถนาจะครอบครองโดยปราศจากความเห็นอกเห็นใจ พลังนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะ"
ครามเริ่มเข้าใจ เขามองกลับไปยังรอยจารึกอีกครั้ง สัญลักษณ์เหล่านั้นไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหมาย เปรียบเสมือนบทเรียนที่บรรพบุรุษได้ทิ้งไว้ให้
"แล้วข้า... ข้าจะใช้ความทรงจำเหล่านี้ได้อย่างไร?" ครามถาม
"เจ้าจะใช้มันในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง" ผู้อพิทักษ์อธิบาย "ความทรงจำแห่งความเสียสละและความสามัคคี จะเป็นเหมือนปุ๋ยชั้นดีที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้เมล็ดพันธุ์นั้นเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ความกล้าหาญของบรรพบุรุษ จะเป็นเกราะป้องกันให้กับความหวังของเจ้า"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" ครามตอบรับอย่างหนักแน่น เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ พลังที่ไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากภายใน จากความเข้าใจ และความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งกับอดีต
"ได้เวลาแล้ว คราม" ผู้อพิทักษ์กล่าว "เราต้องไปสู่จุดที่พลังนั้นถูกกักเก็บไว้"
พวกเขาก้าวเดินต่อไป ห่างจากผนังรอยจารึก เข้าสู่ส่วนลึกของภูเขาที่มืดมิดกว่าเดิม แต่ครามไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป เขารู้สึกถึงความผูกพันที่เข้มแข็งกับสถานที่แห่งนี้ กับบรรพบุรุษ และกับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
3,798 ตัวอักษร