ตอนที่ 14 — พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน
แสงไฟที่ลุกไหม้จากเต็นท์หลายสิบหลังในค่ายของรามาส ท่ามกลางพายุทรายที่โหมกระหน่ำ สร้างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและน่าสะพรึงกลัวไปพร้อมๆ กัน กลุ่มทหารลึกลับที่คาลิลเห็นนั้น กำลังบุกโจมตีอย่างดุเดือด พวกเขาสวมชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูน่าเกรงขาม และอาวุธของพวกเขาก็ดูแปลกตา ไม่เหมือนกับอาวุธที่ใช้กันในดินแดนแห่งนี้
"ท่านคาลิล! ดูนั่นสิ!" ฟาริสตะโกนชี้ไปยังกลางวงล้อมของการต่อสู้ "ผู้นำของพวกเขากำลังเข้าปะทะกับทหารองครักษ์ของรามาส!"
คาลิลเพ่งมองไปยังจุดที่ฟาริสชี้ เขามองเห็นชายร่างสูงใหญ่ สวมหมวกเหล็กประดับขนนกสีดำ กำลังใช้ดาบเล่มยาวฟาดฟันใส่ทหารองครักษ์ของรามาสอย่างชำนาญ ท่าทางการต่อสู้ของเขาดูสง่างามและทรงพลังอย่างยิ่ง
"ใครกันคือผู้นำของพวกเขา?" คาลิลถาม
"ข้าไม่เคยเห็นใครเหมือนเขามาก่อนเลยขอรับ" ฟาริสตอบ "แต่ดูจากท่าทีแล้ว เขาต้องเป็นนักรบที่เก่งกาจมากแน่ๆ"
ขณะที่คาลิลและฟาริสกำลังสังเกตการณ์อยู่ ชายในชุดเกราะดำก็สามารถเอาชนะทหารองครักษ์ที่เหลือได้ เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างองอาจ และตะโกนเสียงดัง
"รามาส! จงออกมาเผชิญหน้าข้า!"
เสียงของเขาดังสะท้อนกึกก้องไปทั่วบริเวณ แม้แต่พายุทรายก็ดูเหมือนจะสงบลงชั่วขณะ รามาสที่กำลังจะวิ่งหนีไป กลับต้องหยุดชะงัก เขาหันกลับมามองชายในชุดเกราะดำด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"เจ้า... เจ้าคือใคร?" รามาสถามเสียงสั่น
"ข้าคือผู้ที่จะล้างแค้นให้แก่ผู้บริสุทธิ์!" ชายในชุดเกราะดำตอบ "ข้าคือ 'เงาทมิฬ' ผู้พิชิตแห่งทุ่งราบตะวันตก!"
"เงาทมิฬ?" คาลิลพึมพำชื่อนั้น เขาเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับนักรบผู้ลึกลับตนนี้มาก่อน แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีตัวตนจริง
"เงาทมิฬ!" รามาสร้องเสียงหลง "เจ้ามาทำอะไรที่นี่!"
"ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เจ้าพรากไป!" เงาทมิฬกล่าว "ข้ามาเพื่อสังหารเจ้า!"
เงาทมิฬพุ่งเข้าใส่รามาสทันที รามาสพยายามจะหลบหนี แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เขาถูกเงาทมิฬจับตัวไว้ได้อย่างง่ายดาย
"ปลดปล่อยข้า!" รามาสกรีดร้อง
"เจ้าไม่มีสิทธิ์ขออะไรทั้งนั้น" เงาทมิฬตอบ "การลงโทษของเจ้าคือความตาย!"
ก่อนที่เงาทมิฬจะลงมือสังหารรามาส คาลิลก็ตัดสินใจที่จะเข้าไปแทรกแซง
"เดี๋ยวก่อน!" คาลิลตะโกน "อย่าเพิ่งทำอะไรเขา!"
เงาทมิฬหันมามองคาลิลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"เจ้าเป็นใคร?" เงาทมิฬถาม "แล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องการขัดขวางข้า?"
"ข้าคือคาลิล" คาลิลตอบ "ข้าคือผู้ที่นำการปฏิวัติในดินแดนแห่งนี้"
"การปฏิวัติ?" เงาทมิฬเลิกคิ้ว "ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน"
"ข้าเพิ่งจะปลดปล่อยผู้คนจากการปกครองของรามาส" คาลิลกล่าว "และข้าก็มีพลังที่จะทำเช่นนั้น"
เงาทมิฬมองคาลิลด้วยสายตาประเมิน เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวคาลิล
"พลังอย่างนั้นหรือ?" เงาทมิฬกล่าว "ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร?"
"ท่านคาลิลมีพลังที่น่าทึ่งจริงๆ ครับ!" ฟาริสรีบเข้ามาสนับสนุน "เขาเพิ่งจัดการกับกองทัพของรามาสมาเมื่อครู่นี้เอง!"
คาลิลเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เงาทมิฬฟัง ตั้งแต่การค้นพบยันต์โบราณ การปลุกพลัง และการต่อสู้กับกองทัพของรามาส เงาทมิฬรับฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่คาลิลตลอดเวลา
"ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้โกหก" เงาทมิฬกล่าวเมื่อคาลิลเล่าจบ "แต่ข้าก็ยังมีคำถามมากมาย"
"ข้าพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม" คาลิลกล่าว "แต่ก่อนอื่น เราควรจะจัดการกับรามาสเสียก่อน"
เงาทมิฬพยักหน้า เขามองไปยังรามาสด้วยสายตาเย็นชา
"ปล่อยเขาไปก่อน" เงาทมิฬกล่าว "ข้าจะปล่อยเขาไปก่อน เพื่อให้เขาได้ลิ้มรสความอัปยศอดสูจากการพ่ายแพ้"
"แต่..." คาลิลลังเล
"ข้ามีแผนการของข้า" เงาทมิฬกล่าว "และข้าก็ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า"
"ความช่วยเหลือ?" คาลิลถาม
"ใช่" เงาทมิฬตอบ "ข้าได้ยินข่าวลือว่า มีสมบัติล้ำค่าที่รามาสซ่อนไว้ในนครหลวง หากเราได้สมบัติชิ้นนั้นมา เราก็จะมีทรัพยากรที่เพียงพอในการทำสงครามกับทรราชในนครหลวงอย่างแท้จริง"
คาลิลขมวดคิ้ว เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องสมบัติมาก่อน เป้าหมายของเขาคือการปลดปล่อยประชาชน ไม่ใช่การแสวงหาความมั่งคั่ง
"ข้าไม่สนใจเรื่องสมบัติ" คาลิลกล่าว "ข้าสนใจแต่ประชาชนของข้า"
"ข้าเข้าใจ" เงาทมิฬกล่าว "แต่สมบัติชิ้นนั้น จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนของเจ้า"
"ท่านเงาทมิฬพูดถูกครับท่านคาลิล" ฟาริสกล่าวเสริม "หากเรามีทรัพยากรมากพอ เราก็จะสามารถจัดหาเสบียงและอาวุธให้กับประชาชนของเราได้ พวกเขาจะได้ไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป"
คาลิลครุ่นคิด เขาเห็นด้วยกับฟาริสว่า ทรัพยากรเป็นสิ่งจำเป็นในการทำสงครามเพื่ออิสรภาพ
"ก็ได้" คาลิลกล่าว "ข้าจะช่วยเจ้าตามหาสมบัติชิ้นนั้น"
"ดีมาก" เงาทมิฬยิ้ม "ข้าเชื่อว่า เราจะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง"
เงาทมิฬปล่อยรามาสให้เป็นอิสระ รามาสวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิตราวกับคนบ้า เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
"ตอนนี้เราต้องรีบไปยังนครหลวง" เงาทมิฬกล่าว "ก่อนที่รามาสจะไหวตัวทัน"
"ข้าเห็นด้วย" คาลิลตอบ "แต่เราจะไปที่นั่นได้อย่างไร? มันอยู่ห่างไกลมาก และเส้นทางก็อันตราย"
"ข้ามีวิธี" เงาทมิฬกล่าว "ข้ามีพาหนะที่เร็วกว่าม้า และปลอดภัยกว่าคาราวานใดๆ"
เงาทมิฬพาคาลิลและฟาริสไปยังจุดที่ซ่อนพาหนะของเขาไว้ มันคือยานพาหนะรูปร่างแปลกประหลาดที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานบางอย่าง ดูคล้ายกับเรือเหาะขนาดเล็ก แต่สามารถลอยอยู่เหนือพื้นดินได้
"นี่คือ 'เมฆาเหิน'" เงาทมิฬกล่าว "มันจะพาเราไปยังนครหลวงได้อย่างรวดเร็ว"
คาลิลและฟาริสต่างมองยานพาหนะลำนั้นด้วยความทึ่ง พวกเขาไม่เคยเห็นเทคโนโลยีเช่นนี้มาก่อนเลย
"ท่านเงาทมิฬ... ท่านมาจากไหนกันแน่?" คาลิลถาม
"ข้ามาจากดินแดนที่ห่างไกล" เงาทมิฬตอบ "ดินแดนที่เทคโนโลยีและความรู้ได้ก้าวหน้าไปกว่าที่นี่มาก"
"น่าทึ่งจริงๆ" ฟาริสกล่าว "ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีโลกที่แตกต่างจากที่นี่ถึงเพียงนี้"
"มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้ายังไม่รู้" เงาทมิฬกล่าว "แต่ตอนนี้ เราต้องรีบเดินทาง"
ทั้งสามคนขึ้นไปบนเมฆาเหิน คาลิลยังคงรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับตัวเงาทมิฬ แต่เขาก็เชื่อว่า นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายของเขา
เมื่อเมฆาเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทิ้งพายุทรายและค่ายที่ถูกทำลายไว้เบื้องล่าง คาลิลก็มองไปยังทิศทางของนครหลวงด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงใด แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
4,986 ตัวอักษร