พายุทะเลทราย พิชิตนครหลวง

ตอนที่ 16 / 40

ตอนที่ 16 — เผชิญหน้าในอุโมงค์มืด

เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องสะท้อนอยู่ในอุโมงค์แคบๆ ที่มืดสนิท ความอับชื้นและความอึดอัดเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนยิ่งกว่าอากาศบริสุทธิ์ที่เคยคุ้นเคย ซาอิดนำทางด้วยคบเพลิงที่ให้แสงสว่างริบหรี่ ส่องให้เห็นผนังอุโมงค์ที่เปียกชื้นและมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่ประปราย "อุโมงค์นี้เก่าแก่มากขอรับ" ซาอิดกล่าวขณะเดินนำ "มีบางส่วนที่ทรุดโทรม แต่ก็ยังคงแข็งแรงพอที่จะพาท่านผ่านเข้าไปได้" คาลิลเดินตามหลังซาอิดอย่างระมัดระวัง เขาพยายามกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม ถึงแม้แสงจะน้อยนิดก็ตาม ฟาริสเดินเคียงข้างคาลิล ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เงาที่เคลื่อนไหวไปมาตามผนังอุโมงค์ ราวกับจะคอยระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ "ท่านคาลิล ท่านมั่นใจหรือว่าเราจะทำสำเร็จ?" ฟาริสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล "การเข้ามาในนครหลวงแบบนี้... มันอันตรายเกินไป" "เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ฟาริส" คาลิลตอบ "เราได้เดินทางมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ" เขาหยุดเดินชั่วครู่ หันไปมองซาอิดที่อยู่ข้างหน้า "ซาอิด เจ้าแน่ใจนะว่าไม่มีใครรู้เรื่องอุโมงค์นี้เลย?" "ไม่มีใครเลยขอรับ" ซาอิดตอบอย่างหนักแน่น "แม้แต่ทหารองครักษ์ของรามาสเองก็ไม่เคยรู้ ที่นี่เป็นเส้นทางลับที่ถูกใช้โดยกลุ่มต่อต้านมานานหลายชั่วอายุคน" "แล้วกลุ่มต่อต้านที่ว่า... พวกเขายังคงอยู่หรือไม่?" คาลิลถามต่อ คำถามนี้สำคัญยิ่งนัก เพราะพวกเขาต้องการพันธมิตรภายในเมือง ซาอิดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบ "กลุ่มต่อต้านมีหลายกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่ถูกรามาสปราบปรามจนสิ้นซาก เหลือเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ข้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น" "ท่านเงาทมิฬ... ท่านมีความสัมพันธ์กับกลุ่มเหล่านี้อย่างไร?" คาลิลถามเงาทมิฬที่เดินอยู่ด้านข้าง เงาทมิฬไม่ตอบทันที เขาปล่อยให้เสียงน้ำหยดในอุโมงค์ดังขึ้นมาก่อนจะเอ่ย "ข้าได้ติดต่อกับผู้นำของกลุ่มที่ยังคงหลงเหลืออยู่บางส่วน พวกเขาพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ต้องแน่ใจก่อนว่าผู้นำการปฏิวัติที่จะเข้ามานั้น มีความสามารถและวิสัยทัศน์ที่แท้จริง" "หมายความว่า... เรายังไม่ได้รับการยอมรับจากพวกเขาอย่างเต็มที่?" ฟาริสถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความผิดหวัง "การยอมรับต้องมาจากการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด" เงาทมิฬกล่าว "เราต้องพิสูจน์ตัวเอง" พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์เรื่อยๆ ระยะทางดูเหมือนจะยาวนานจนสิ้นสุดเสียที ท่ามกลางความมืดและความอึดอัด คาลิลสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เขาตระหนักดีว่าการเดินทางมาถึงนครหลวงไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบททดสอบที่แท้จริง "เรากำลังจะไปที่ไหนกันแน่?" คาลิลถามซาอิด "เรากำลังจะไปยังฐานลับใต้ดินที่กลุ่มของเราใช้เป็นที่ซ่อน" ซาอิดตอบ "ที่นั่น เราจะได้พบกับผู้นำคนอื่นๆ และวางแผนขั้นต่อไป" เมื่อพวกเขาเดินมาถึงส่วนหนึ่งของอุโมงค์ที่ดูเหมือนจะกว้างขึ้น ซาอิดก็หยุดเดินและเปิดประตูบานหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่ แสงไฟสว่างจ้ากว่าเดิมลอดผ่านเข้ามา เผยให้เห็นห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ก็ดูแข็งแรงทนทาน "นี่คือที่ของเราขอรับ" ซาอิดกล่าวพร้อมผายมือเชื้อเชิญ ภายในห้องโถง มีกลุ่มคนประมาณสิบคนนั่งรออยู่แล้ว พวกเขาสวมเสื้อผ้าสีเข้ม ท่าทางดูเคร่งขรึม และสายตาที่จับจ้องมายังคาลิลอย่างพิจารณา "ท่านเงาทมิฬ ยินดีต้อนรับ" ชายชราคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ดูโดดเด่นที่สุด กล่าวขึ้น "และนี่คือ... ผู้นำการปฏิวัติ ที่ท่านกล่าวถึง?" "ถูกต้อง ท่านอาลี" เงาทมิฬตอบ "นี่คือคาลิล" คาลิลเดินนำฟาริสและเงาทมิฬเข้าไปหาชายชราผู้นั้น เขาย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง เพื่อแสดงความเคารพ "ข้าคือคาลิล ขอรับ" อาลียิ้มบางๆ "ข้าได้ยินเรื่องราวของเจ้ามาบ้างแล้ว จากท่านเงาทมิฬ เจ้าคือความหวังของชาวนครหลวง" "ข้าจะพยายามทำให้ท่านไม่ผิดหวัง" คาลิลกล่าว "แต่ก่อนอื่น" อาลีกล่าว สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "เจ้าต้องตอบคำถามบางอย่างของข้าเสียก่อน" "เชิญขอรับ" คาลิลกล่าว "เป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าคืออะไร?" อาลีถาม "การปลดแอกประชาชน หรือการแย่งชิงอำนาจ?" คำถามนี้ตรงเข้าประเด็นสำคัญ คาลิลเงยหน้าขึ้นสบตาอาลี ดวงตาของเขาฉายแววแน่วแน่ "เป้าหมายของข้าคือการปลดปล่อยประชาชนจากการกดขี่ของรามาส การสร้างนครหลวงที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและมีศักดิ์ศรี" "แล้วเจ้าพร้อมที่จะเสียสละสิ่งใดเพื่อเป้าหมายนั้น?" อาลีถามต่อ "ข้ายอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง" คาลิลตอบอย่างไม่ลังเล "แม้กระทั่งชีวิตของข้าเอง" อาลีพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหันไปมองเงาทมิฬ "ดูเหมือนว่า... เขาจะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้จริงๆ" เงาทมิฬยิ้ม "ข้าบอกท่านแล้ว" "เอาล่ะ" อาลีหันกลับมาหาคาลิล "พวกเราจะร่วมมือกับเจ้า แต่เจ้าต้องรับฟังแผนการของพวกเราด้วย" "แน่นอนขอรับ" คาลิลกล่าว "เรามาที่นี่เพื่อรวมพลังกัน" ซาอิดเดินเข้ามาใกล้คาลิล "ท่านคาลิล ท่านเงาทมิฬ พวกเราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับป้อมปราการของรามาส และแผนผังการป้องกันของเมือง" เขายื่นม้วนกระดาษเก่าๆ ให้กับคาลิล คาลิลรับม้วนกระดาษมาคลี่ออก เขาเห็นแผนผังที่ซับซ้อน แสดงถึงจุดต่างๆ ในเมือง รวมถึงตำแหน่งของทหาร และทางลับที่ซ่อนอยู่ "นี่คือข้อมูลที่เราหามาได้ยากยิ่ง" อาลีกล่าว "แต่เรายังขาดกำลังพลที่จะบุกโจมตีโดยตรง" "เราจะให้กำลังพลของเรา" คาลิลกล่าว "แต่เราต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจุดอ่อนของป้อมปราการ" "จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดคือ... ท่อระบายน้ำใต้ดิน" ซาอิดชี้ไปที่ส่วนหนึ่งของแผนผัง "มันเชื่อมต่อไปยังใจกลางเมือง และเป็นเส้นทางที่ทหารไม่ค่อยได้ตรวจสอบ" "ท่อระบายน้ำ..." คาลิลทวนคำ "มันจะพาเราเข้าไปใกล้กับท้องพระโรงได้หรือไม่?" "สามารถทำได้" อาลีตอบ "แต่ทางเข้าท่อระบายน้ำมีเพียงไม่กี่แห่ง และส่วนใหญ่ถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด" "เราต้องหาทางเข้าที่ปลอดภัยที่สุด" คาลิลกล่าว "และเมื่อเราเข้าไปได้แล้ว เราจะทำอย่างไรต่อไป?" "เป้าหมายแรกของเราคือการเข้าถึงท้องพระโรง" อาลีอธิบาย "เมื่อเราไปถึงที่นั่น เราจะใช้ยันต์โบราณที่พวกเราเก็บรักษาไว้ เพื่อปลุกระดมมวลชน" "ยันต์โบราณ?" ฟาริสอุทาน "ท่านหมายถึงยันต์ที่สามารถส่งเสียงไปทั่วเมืองได้?" "ถูกต้อง" อาลีตอบ "เสียงจากยันต์จะปลุกจิตวิญญาณของชาวนครหลวงที่ถูกกดขี่มานาน ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้" คาลิลพยักหน้าอย่างเข้าใจ "นี่คือแผนการที่เราจะใช้" เขากล่าว "เราจะบุกเข้าสู่ท้องพระโรง และใช้ยันต์เพื่อจุดประกายการปฏิวัติ" แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าของทุกคนในห้องโถง แสดงถึงความมุ่งมั่นและความหวังที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง แต่ท่ามกลางความหวังนั้น ก็ยังมีเงาของความเสี่ยงและความไม่แน่นอนปกคลุมอยู่

5,266 ตัวอักษร