ตอนที่ 2 — เงาอดีตในนครแห่งความลับ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาบนผืนทรายอีกครั้ง คาลิลยืนอยู่หน้าเต็นท์ของฮัสซัน เขาผูกอานม้าเข้ากับอูฐคู่ใจที่แข็งแรงและอดทน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เขาเหลืออยู่จากเผ่าของเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่แฝงไปด้วยความอาลัยเมื่อหันไปมองฮัสซันที่ยืนส่งเขาอยู่
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือ คาลิล?" ฮัสซันถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง "นครหลวงเอลโดรานั้นอันตรายยิ่งกว่าที่คุณคิด รามาสมีสายลับอยู่ทุกหนทุกแห่ง"
"ข้าแน่ใจ ท่านฮัสซัน" คาลิลตอบ "ข้าไม่สามารถรอให้โอกาสผ่านไปได้อีกแล้ว ประชาชนของเรากำลังรอคอยการเปลี่ยนแปลง"
"ข้าเห็นคนสี่คนที่จะไปกับเจ้า" ฮัสซันชี้ไปยังกลุ่มคนสี่คนที่ยืนรออยู่ พวกเขาเป็นชายฉกรรจ์ รูปร่างแข็งแรง ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ยังไม่สิ้นหวัง "พวกเขาคือ 'ซามีร์' นายพรานผู้ชำนาญการซุ่มยิง 'เลลา' นักสมุนไพรผู้รอบรู้เรื่องพิษและยา 'ฮาชิม' อดีตทหารที่ยังคงมีทักษะการต่อสู้ และ 'ฟาริส' ชายหนุ่มผู้แข็งแรงและภักดี พวกเขาเชื่อในตัวเจ้า"
คาลิลผงกศีรษะอย่างซาบซึ้ง "ขอบคุณท่านฮัสซัน สำหรับทุกสิ่ง"
"จงระวังตัวให้มาก" ฮัสซันกล่าว "และถ้าหากเจ้าต้องการสิ่งใด... จงกลับมาหาเราเสมอ"
คาลิลขึ้นนั่งบนหลังอูฐ เขามองไปยังชาวบ้านอาราวาที่ยืนส่งเขาอยู่ พวกเขาโบกมือให้ด้วยความหวัง คาลิลตอบรับด้วยการยกมือขึ้น เขารู้สึกถึงภาระที่หนักอึ้ง แต่ก็เป็นภาระที่เต็มไปด้วยความหมาย
"ไปกันเถอะ!" คาลิลตะโกนสั่งเพื่อนร่วมทางของเขา อูฐของคาลิลออกเดินนำหน้า ตามด้วยอูฐอีกสามตัว กลุ่มนักเดินทางสี่ชีวิตค่อยๆ เลือนหายไปในม่านทรายอันกว้างใหญ่
การเดินทางผ่านทะเลทรายนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก อากาศร้อนระอุราวกับเตาหลอม เม็ดทรายที่พัดพามาเสียดสีผิวจนแสบระคายเคือง น้ำดื่มมีจำกัด และภัยอันตรายจากสัตว์ร้ายก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่คาลิลและสหายของเขาไม่เคยย่อท้อ พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีจิตใจที่มุ่งมั่น
"คาลิล" ซามีร์ที่นั่งอยู่บนอูฐข้างๆ เขาเอ่ยขึ้น "เราจะไปที่ไหนก่อน? นครหลวงเอลโดรานั้นใหญ่โตนัก"
"เราต้องหาข่าวคราวเสียก่อน" คาลิลตอบ "เราจะไปที่ 'โอเอซิสแห่งความฝัน' ที่นั่นเป็นแหล่งรวมของผู้คนหลากหลาย ที่เราอาจจะได้ยินข่าวสารที่จำเป็น"
โอเอซิสแห่งความฝันเป็นสถานที่อันเป็นตำนาน เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง ว่ากันว่าที่นั่นเป็นแหล่งรวมของพ่อค้า นักเดินทาง และแม้กระทั่งผู้ที่หลบหนีจากอำนาจมืด เป็นสถานที่ที่ข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากเดินทางมาหลายวัน พวกเขาก็ได้เห็นภาพของต้นอินทผลัมที่ขึ้นอยู่เป็นกลุ่ม บ่งบอกถึงการมีอยู่ของน้ำ คาลิลรู้สึกได้ถึงความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงโอเอซิสแห่งความฝัน ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือความคึกคักที่แตกต่างจากความเงียบเหงาของอาราวา ผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ สวมใส่เสื้อผ้าที่แตกต่างกัน กำลังซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า มีเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และกลิ่นอายของเครื่องเทศหอมกรุ่นที่ลอยมาตามลม
"ที่นี่ดูมีชีวิตชีวามากกว่าที่ข้าคิด" เลลาเอ่ยขึ้น สายตาของเธอสำรวจไปรอบๆ อย่างสนใจ
"ใช่" คาลิลตอบ "แต่เราต้องระวังตัว ที่นี่อาจมีสายลับของรามาสปะปนอยู่ด้วย"
พวกเขาค่อยๆ เดินเข้าไปในตลาด จ้างอูฐไว้ที่ลานจอดแล้วแยกย้ายกันหาข่าวสาร คาลิล ซามีร์ และฮาชิม เดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ดูคึกคักที่สุด
"ข้าขอเบียร์เย็นๆ หนึ่งเหยือก" คาลิลสั่งกับเจ้าของโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นชายร่างท้วมผมหยิก "และข้าอยากจะสอบถามข่าวคราวเกี่ยวกับนครหลวงเอลโดรา"
เจ้าของโรงเตี๊ยมเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก "เอลโดราน่ะหรือ? ช่วงนี้มีแต่ข่าวร้าย ข่าวการเก็บภาษีที่โหดเหี้ยม การกวาดล้างผู้ต่อต้าน และข่าวลือเรื่องการเตรียมกองทัพครั้งใหญ่ของรามาส"
"การเตรียมกองทัพครั้งใหญ่?" ฮาชิมถามขึ้น "เพื่ออะไร?"
"ไม่มีใครรู้แน่ชัด" เจ้าของโรงเตี๊ยมตอบ "แต่มีคนบอกว่ารามาสกำลังวางแผนที่จะขยายอาณาเขต เขาอาจจะกำลังจะโจมตีอาณาจักรทางเหนือ"
คาลิลขมวดคิ้ว ข่าวนี้ยิ่งทำให้เขากังวลใจ หากรามาสแข็งแกร่งขึ้นอีก การปฏิวัติก็จะยิ่งยากขึ้น
ในขณะเดียวกัน เลลาและฟาริสก็กำลังสำรวจตลาด พวกเขาได้ยินบทสนทนาของผู้คนอย่างลับๆ
"ได้ยินว่าที่คุกใต้ดินของปราสาทมีนักโทษใหม่เข้ามาเยอะมาก" หญิงชราคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน "ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ถูกกล่าวหาว่าต่อต้านรามาส"
"แย่จริงๆ" อีกคนตอบ "ฉันได้ยินว่ามีคนลักลอบส่งเสบียงเข้าไปให้พวกเขา แต่ก็ถูกจับได้เสียก่อน"
เลลาได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเธอเป็นประกาย เธอมีความรู้เรื่องสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถใช้เป็นยาแก้พิษ หรือแม้กระทั่งยาสลบได้
เมื่อกลุ่มของคาลิลกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พวกเขาแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มา
"ข่าวที่ได้มานั้นน่าเป็นห่วง" คาลิลกล่าว "รามาสไม่ได้สนใจเพียงแค่การปกครองซาริค แต่เขากำลังวางแผนที่จะขยายอำนาจ"
"นั่นหมายความว่าเราต้องรีบปฏิบัติการ" ฮาชิมเสริม "ถ้าเราปล่อยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ เราจะไม่มีโอกาสเลย"
"แต่เราจะทำอย่างไร?" ซามีร์ถาม "เรามีกำลังพลเพียงเท่านี้ เราจะไปสู้กับกองทัพใหญ่ได้อย่างไร?"
"เราจะเริ่มจากการสร้างฐานที่มั่นของเราเอง" คาลิลกล่าว "เราจะหาผู้คนที่พร้อมจะต่อสู้ และเราจะฝึกฝนพวกเขา เราจะใช้ทะเลทรายให้เป็นประโยชน์ เราจะซุ่มโจมตี สร้างความเสียหาย และทำให้รามาสหวาดระแวง"
"แล้วเราจะหาคนได้อย่างไร?" ฟาริสถาม
"เราจะเริ่มจากที่นี่" คาลิลชี้ไปยังฝูงชนที่เดินสวนไปมา "ในโอเอซิสแห่งความฝันนี้ มีผู้คนมากมายที่ถูกรามาสกดขี่ มีผู้ที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป เราจะค่อยๆ เข้าไปทำความรู้จัก พูดคุย และชักชวนพวกเขา"
"แต่การเข้าถึงผู้คนเหล่านั้นอาจไม่ง่าย" เลลาเตือน "บางคนอาจจะกลัวเกินกว่าจะทำอะไร"
"นั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีความอดทน" คาลิลตอบ "เราจะใช้สติปัญญา ความกล้าหาญ และความยุติธรรมของเราเป็นเครื่องมือในการชักชวน"
คาลิลตัดสินใจว่าพวกเขาจะพักที่โอเอซิสแห่งนี้สักระยะหนึ่ง เพื่อรวบรวมข้อมูลและค่อยๆ สร้างเครือข่าย เขาเชื่อว่าในความสิ้นหวัง ย่อมมีประกายแห่งความหวังซ่อนอยู่เสมอ และเขาจะค้นหามันให้เจอ
เขาเดินไปที่ริมทะเลสาบเล็กๆ ของโอเอซิส มองดูเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่นที่ทวีความรุนแรงขึ้น เขาจะต้องพาผู้คนของเขาไปสู่อิสรภาพให้ได้ ไม่ว่าหนทางจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม
5,006 ตัวอักษร