เงาแค้นเหนืออาณาจักร
เลือดสีแดงสดหยดลงบนผืนพรมโบราณ ใครกันเล่าที่กล้าปลิดชีพองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในห้องหับที่มั่นคงที่สุด? สิ้นเสียงลมหายใจของบุรุษผู้ปกครองอาณาจักร 'อมตะนคร' โลกทั้งใบของ 'ไรอัน' ก็พลันมืดดับลงพร้อมกับชีวิตของบิดา...
ไรอัน ทายาทองค์เดียวแห่งอมตะนคร นั่งนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังร่างไร้วิญญาณขององค์จักรพรรดิผู้เป็นที่รัก ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวด สุ้มเสียงของเขาแผ่วเบาราวกระซิบ “ใคร… ใครทำเช่นนี้กับท่านพ่อของข้า!” ข่าวร้ายแพร่สะพัดราวไฟลามทุ่งทั่วพระราชวัง บรรดาขุนนางผู้มากเล่ห์เหลี่ยมต่างซุบซิบ วางแผนชิงอำนาจกันอย่างออกหน้าออกตา ไรอันรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของสงคราม มิใช่เพียงสงครามบนสนามรบ แต่เป็นสงครามแห่งเงาที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังม่านแห่งอำนาจ
“ท่านไรอัน ต้องรีบหนี!” เสียงของ ‘เอลาร่า’ องครักษ์คู่ใจดังขึ้น ข้อมือของเธอเต็มไปด้วยรอยแผล เธอรีบคว้าแขนของไรอัน “พวกเขาจะมาถึงตัวท่านในไม่ช้า!” ไรอันลังเล เขาไม่ต้องการทิ้งวังหลวงไป แต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและอันตรายของเอลาร่า เขาก็พยักหน้า
“ท่านพ่อ… ข้าจะไม่มีวันลืมท่าน” ไรอันรำพึงในใจ เขาเหลือบมองไปยังภาพวาดของบิดา ภาพที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความทรงจำอันดีงาม จากนั้น เขาก็รีบก้าวเดินตามเอลาร่าไปยังทางลับที่ซ่อนอยู่
เมื่อเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ที่มืดมิดและชื้นแฉะ เสียงฝีเท้าของทหารยามดังไล่ตามมาไม่ห่าง เอลาร่ากอดไรอันไว้แน่น “อย่ากลัวนะท่าน… เราจะผ่านมันไปให้ได้” แต่แล้ว ทันใดนั้นเอง แสงไฟที่สาดส่องเข้ามาจากปากอุโมงค์ก็ทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก
“จับตัวองค์ชายไว้!” เสียงตะโกนกึกก้องดังมาแต่ไกล ไรอันหันไปมองเอลาร่า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“หนีไปเถอะท่านไรอัน! อย่าห่วงข้า!” เอลาร่าผลักไรอันออกไปจนเขากระเด็นไปด้านหลัง เพียงชั่วพริบตา เธอก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับเหล่าทหาร ภาพสุดท้ายที่ไรอันเห็นคือเอลาร่ากำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ก่อนที่แสงสว่างจะหายไป เหลือไว้เพียงความมืดและความหวาดกลัว
ไรอันสะดุ้งตื่นเหงื่อไหลท่วมตัว เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องที่ไม่คุ้นเคย แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่าง เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาหนีออกมาได้ แต่ก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ยินดีต้อนรับกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง องค์ชายไรอัน” เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากมุมมืด “ข้ามีเรื่องที่เจ้าต้องรู้… เกี่ยวกับศิลาชีวา”
ไรอันหันไปมองต้นเสียง ร่างชายชราในชุดคลุมสีดำปรากฏตัวขึ้น เขาถือสิ่งของบางอย่างที่ส่องแสงเรืองรอง ราวกับมีชีวิต
“ศิลาชีวา?” ไรอันทวนคำ “มันคืออะไร?”
“มันคือความหวัง… และเป็นกุญแจที่จะไขความลับทั้งหมด” ชายชรากล่าว “แต่มันก็เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดในพิภพนี้เช่นกัน”
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบของยามเช้า ประตูห้องเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นใบหน้าอันโหดเหี้ยมของชายชุดดำหลายคน ไรอันเบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนชุดของพวกเขา… สัญลักษณ์ที่เขาคุ้นเคย มันคือสัญลักษณ์ของศัตรูตัวฉกาจของอมตะนคร!
“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก องค์ชาย!” หนึ่งในนั้นตะโกน
ชายชราโยนวัตถุเรืองแสงนั้นให้ไรอัน “จงปกป้องมัน! และอย่าให้ตกอยู่ในมือพวกมันเด็ดขาด!”
ไรอันรับวัตถุนั้นไว้ในมือ มันเย็นเยียบ แต่กลับให้ความรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่เต้นตุบๆ อยู่ในตัวเขา เขากำมันไว้แน่น มองไปยังเหล่าผู้บุกรุกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น… เขาจะไม่ยอมแพ้
แต่เมื่อเขามองไปยังชายชราอีกครั้ง เขาก็พบว่าเขาหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงปริศนาและอันตรายที่ถาโถมเข้ามา… แล้วเขาก็เห็นเงาหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าต่าง… เงาที่เขาคุ้นเคย… หรือเขาจะคิดไปเอง?
109 ตัวอักษร