ตอนที่ 11 — แผนซ้อนแผน
"เราต้องรีบกลับไปที่ยาน!" คาไลกล่าวเสียงเครียด เขามองไปที่เซราฟิน่า "ถ้าพวกวอยด์ยึดยานของเราไปได้ พวกมันก็จะตามหาเราได้ง่ายขึ้นมาก!"
"แต่เอลเดรดล่ะคะ?" เซราฟิน่าถามด้วยความเป็นห่วง "ท่านจะปลอดภัยไหม?"
"เราต้องเชื่อใจเขา" คาไลตอบ แม้ว่าในใจของเขาจะเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ "ตอนนี้หน้าที่ของเราคือปกป้อง 'ดวงใจแห่งดวงดาว' และยานของเรา"
พวกเขารีบวิ่งกลับไปตามทางเดินที่เพิ่งผ่านมา เสียงระเบิดและเสียงปืนยังคงดังเป็นระยะๆ แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
"เราจะเข้าไปในฐานได้อย่างไร?" เซราฟิน่าถาม ขณะที่พวกเขามาถึงทางเข้าหลักที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเสียหาย
"เราต้องหาทางอื่น" คาไลมองไปรอบๆ "ดูเหมือนว่าพวกวอยด์จะเข้ามาทางนี้เป็นหลัก เราอาจจะต้องหาทางอ้อม"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณวิทยุจากเอลเดรดก็ดังขึ้นในอุปกรณ์สื่อสารของคาไล
"คาไล! เซราฟิน่า! พวกเจ้าอยู่ที่ไหน?" เสียงของเอลเดรดดังมาอย่างอ่อนแรง แต่ยังคงแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
"ท่านเอลเดรด! ท่านยังปลอดภัย!" เซราฟิน่าอุทานด้วยความโล่งอก
"ข้าเกือบจะเอาตัวไม่รอด" เอลเดรดตอบ "แต่ข้าก็สามารถถ่วงเวลาให้พวกเจ้าได้มากพอสมควรแล้ว ตอนนี้ข้ากำลังหาทางถอย แต่พวกวอยด์ตามข้ามาติดๆ"
"ยานของเรากำลังตกอยู่ในอันตราย!" คาไลแจ้ง "พวกมันกำลังจะเข้าถึงยานของเรา!"
"ข้ารู้แล้ว" เอลเดรดกล่าว "ข้าเห็นพวกมันกำลังมุ่งหน้าไปทางโรงเก็บยาน แต่ข้าก็คิดแผนสำรองไว้แล้ว"
"แผนสำรอง?" เซราฟิน่าถาม
"ข้าได้สั่งให้ทหารที่เหลืออยู่เตรียมพร้อมที่จะทำลายยานของพวกเจ้า หากพวกมันเข้ามาถึง" เอลเดรดกล่าว "แต่ข้าก็หวังว่าพวกเจ้าจะสามารถเข้าไปในยานได้ก่อน"
"ทำลายยานงั้นเหรอ?" คาไลทวนคำด้วยความตกใจ "ท่านแน่ใจนะ?"
"มันเป็นทางเลือกสุดท้าย" เอลเดรดตอบ "หากพวกมันได้ยานของเราไป มันก็จะมีพาหนะที่ทรงพลังในการตามล่าพวกเจ้า และ 'ดวงใจแห่งดวงดาว' ก็จะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าเดิม ข้าไม่อาจปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้"
"แต่..."
"ไม่มีแต่!" เอลเดรดขัดขึ้น "ข้าได้ส่งข้อมูลการเข้าถึงยานสำรองให้พวกเจ้าแล้ว มันอยู่ที่ระดับใต้ดิน ใกล้กับระบบระบายอากาศหลัก พวกเจ้าต้องรีบไปที่นั่น! ข้าจะพยายามนำพวกมันไปให้ห่างจากยานของเรามากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"เข้าใจแล้วครับท่านเอลเดรด!" คาไลตอบรับ "ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง"
"จงระวังตัวด้วย..." เสียงของเอลเดรดขาดหายไป กลายเป็นเสียงสัญญาณรบกวน
"เราต้องไป!" คาไลกล่าว เขาหันไปมองเซราฟิน่า "ตามที่เอลเดรดบอก เราต้องไปที่ยานสำรอง"
เขานำทางเซราฟิน่าไปยังทิศทางที่เอลเดรดบอก พยายามหลบเลี่ยงการปะทะกับพวกวอยด์ที่ยังคงลาดตระเวนอยู่
"คุณคิดว่าเอลเดรดจะรอดไหมคะ?" เซราฟิน่าถามด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"เขาเป็นนักสู้ที่เก่งกาจ" คาไลตอบ "และเขามีเหตุผลที่จะต้องรอด"
"เหตุผลอะไรคะ?"
"เพื่อปกป้อง 'ดวงใจแห่งดวงดาว'" คาไลกล่าว "และเพื่อรอวันที่เราจะกลับมาช่วยเขา"
พวกเขาเดินทางผ่านทางเดินที่คดเคี้ยวและมืดมิด ในที่สุดก็มาถึงทางเข้าเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังแผงควบคุมที่เสียหาย
"นี่แหละ" คาไลกระซิบ "ทางเข้าสู่ระบบระบายอากาศ"
พวกเขาปีนเข้าไปในช่องทางที่แคบและอึดอัด กลิ่นอับชื้นและฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
"เราจะหาทางไปยานสำรองเจอได้อย่างไร?" เซราฟิน่าถาม
"ฉันได้รับข้อมูลการนำทางมาแล้ว" คาไลเปิดอุปกรณ์สื่อสารของเขา "มันค่อนข้างซับซ้อน แต่เราน่าจะไปถึงได้"
การเดินทางผ่านระบบระบายอากาศเต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเขาต้องคลานไปตามช่องแคบๆ ที่เต็มไปด้วยสายไฟและท่อต่างๆ บางครั้งก็ต้องปีนข้ามสิ่งกีดขวางที่น่าสะอิดสะเอียน
"นี่มันแย่กว่าการเดินทางข้ามกาแล็กซีเสียอีก" เซราฟิน่าบ่นขณะที่เธอพยายามดันตัวเองไปข้างหน้า
"อดทนหน่อย" คาไลให้กำลังใจ "เราใกล้จะถึงแล้ว"
หลังจากผ่านไปอีกหลายอึดใจ พวกเขาก็ได้ยินเสียงยานยนต์ดังมาจากข้างหน้า
"นั่นไง!" คาไลชี้ไป "ยานสำรอง!"
พวกเขาคลานออกมาจากช่องระบายอากาศ และพบว่าตัวเองอยู่ในโรงเก็บยานขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้ดิน มีเพียงยานอวกาศขนาดกลางลำเดียวจอดตระหง่านอยู่ มันดูทันสมัยและแข็งแกร่ง ต่างจากยาน "สตาร์ดริฟเตอร์" ของพวกเขา
"มันคือ 'นภาดำดิ่ง'" คาไลกล่าว "เป็นยานสำรองของเหล่าผู้พิทักษ์ มันถูกออกแบบมาสำหรับการเดินทางที่ยาวนานและลับๆ"
"มันสวยงามมาก" เซราฟิน่ากล่าว "และดูเหมือนจะยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์"
"เราต้องรีบขึ้นยาน" คาไลกล่าว "และออกเดินทางให้เร็วที่สุด"
พวกเขารีบขึ้นไปบนยาน "นภาดำดิ่ง" คาไลเข้าไปประจำที่ห้องนักบิน ส่วนเซราฟิน่าก็เข้าไปยังส่วนเก็บสัมภาระเพื่อเก็บ "ดวงใจแห่งดวงดาว" ไว้ในที่ปลอดภัย
"ระบบทุกอย่างทำงานได้ดี" คาไลกล่าวหลังจากตรวจสอบระบบต่างๆ "เราสามารถออกเดินทางได้ทันที"
"แล้วเอลเดรดล่ะ?" เซราฟิน่าถามด้วยน้ำเสียงกังวล
"เราต้องหวังว่าเขาจะปลอดภัย" คาไลตอบ "เมื่อเราหาที่ปลอดภัยได้แล้ว เราจะหาทางกลับมาช่วยเหลือเขา"
เขาเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ของยาน "นภาดำดิ่ง" เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังขึ้นอย่างทรงพลัง
"ตั้งเข็มทิศไปยัง 'หอสมุดแห่งกาแล็กซี'" เซราฟิน่าบอก
"รับทราบ" คาไลตอบ "แต่ก่อนอื่น เราต้องออกจากดาวเคราะห์ดวงนี้ก่อน"
เขาค่อยๆ นำยาน "นภาดำดิ่ง" ออกจากโรงเก็บยานอย่างระมัดระวัง พวกเขาเดินทางผ่านอุโมงค์ใต้ดินที่คดเคี้ยว ขึ้นสู่พื้นผิวดาวโลกเก่า
เมื่อยานทะลุผ่านชั้นบรรยากาศออกมา ท้องฟ้าสีฟ้าของดาวโลกเก่าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ทั้งสองคนใจหาย
ยาน "สตาร์ดริฟเตอร์" ของพวกเขากำลังลุกไหม้ เปลวไฟสีแดงฉานลุกท่วมลำยานอย่างน่าสลดใจ มันกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นโลกอย่างช้าๆ
"ไม่!" เซราฟิน่าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "สตาร์ดริฟเตอร์!"
"เอลเดรด..." คาไลพึมพำ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า
"เขาทำจริงๆ" เซราฟิน่ากล่าวเสียงสั่นเครือ "เขาทำลายยานของเราเพื่อไม่ให้พวกวอยด์ได้ไป"
"เขาเสียสละทุกอย่าง" คาไลกล่าว "เพื่อปกป้องเรา และปกป้อง 'ดวงใจแห่งดวงดาว' ตอนนี้เราต้องทำให้ความเสียสละของเขาไม่สูญเปล่า"
เขาบังคับยาน "นภาดำดิ่ง" ให้พุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ทิ้งดาวโลกเก่าที่กำลังถูกยึดครองไว้เบื้องหลัง
"เราจะไปที่หอสมุดแห่งกาแล็กซี" คาไลกล่าวเสียงเด็ดเดี่ยว "และเราจะหาทางหยุดยั้งพวกวอยด์ให้ได้"
เซราฟิน่ามองไปที่ "ดวงใจแห่งดวงดาว" ที่อยู่ในมือของเธอ แสงของมันยังคงส่องสว่าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะมีความเศร้าแฝงอยู่ด้วย
"เราจะทำสำเร็จ" เธอพูดอย่างมั่นใจ "เพื่อเอลเดรด และเพื่อจักรวาล"
ยาน "นภาดำดิ่ง" พุ่งทะยานไปในความมืดมิดของอวกาศ มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยความหวังและความไม่แน่นอน
5,144 ตัวอักษร