เงาสะท้อนเลือดกลางศาลาร้าง

ตอนที่ 14 / 40

ตอนที่ 14 — ผู้พิทักษ์แห่งสายน้ำ

แสงสีขาวเจิดจ้าที่เปล่งประกายออกมาจากแท่นหินโบราณนั้น ช่างน่าอัศจรรย์และน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน มันไม่เหมือนกับแสงสีแดงฉานของดวงตาแห่งอมรเลยแม้แต่น้อย แสงนี้บริสุทธิ์ เย็นสบาย ราวกับจะชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งปวงออกจากผืนปฐพี เสียงคำรามใต้พิภพค่อยๆ แผ่วลง แต่การสั่นสะเทือนของแผ่นดินยังคงดำเนินต่อไป ชานนท์ทรุดตัวลงนั่งข้างแท่นหินโบราณ เขาเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความหวังที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจ “สำเร็จ… หรือเปล่านะ?” เขาพึมพำ กลุ่มคนชุดดำกำลังอยู่ในสภาพตื่นตระหนก พวกเขากระจายกำลังกันออกไป มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง “นี่มันคืออะไรกันแน่?” หนึ่งในลูกน้องของหัวหน้ากลุ่มเอ่ยถามเสียงสั่น “ข้าไม่รู้!” หัวหน้ากลุ่มตอบกลับอย่างหัวเสีย “แต่พลังนี่… มันไม่ใช่พลังที่เราควบคุมได้!” ทันใดนั้นเอง… จากใจกลางของแท่นหินโบราณที่เคยเป็นที่ตั้งของสัญลักษณ์ต่างๆ บัดนี้กลับปรากฏเป็นลำแสงสีขาวนวลที่พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า กลุ่มคนชุดดำต่างพากันถอยห่างออกไป “มัน… กำลังจะเปิดออก!” ชานนท์กล่าวขณะมองดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น “เปิดออก? เปิดออกไปสู่ที่ไหน?” หัวหน้ากลุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “สู่… มิติอื่น…” ชานนท์ตอบ “ที่ซึ่ง ‘ผู้พิทักษ์’ ถูกกักขังอยู่… หรือไม่ก็… ถูกเก็บรักษาไว้!” ขณะที่ชานนท์พูดจบ ลำแสงสีขาวก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง และจากใจกลางของลำแสงนั้น… ร่างเงาสูงใหญ่ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ร่างเงาร่างนั้นสวมชุดเกราะที่ทำจากโลหะสีเงินวาววับ คล้ายกับเกล็ดปลาขนาดใหญ่ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีฟ้าครามราวกับผืนน้ำในมหาสมุทร ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่ “ผู้พิทักษ์…” ชานนท์เอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา กลุ่มคนชุดดำต่างพากันตกตะลึง พวกเขามองดูร่างเงาที่ปรากฏขึ้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “เจ้า… เจ้าเป็นใคร?” หัวหน้ากลุ่มถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ ร่างเงาผู้พิทักษ์นั้นไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับค่อยๆ ชูมือขึ้น และสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ… คือดวงตาสีแดงก่ำที่เหมือนกับดวงตาแห่งอมรที่หัวหน้ากลุ่มคนชุดดำถืออยู่ก่อนหน้านี้! “อะไรนะ!?” หัวหน้ากลุ่มอุทานด้วยความตกใจ “เป็นไปได้อย่างไร!? ดวงตาแห่งอมร… มันอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?” “เจ้านั่นแหละ… ที่พยายามจะขโมยมันไป!” เสียงของผู้พิทักษ์ดังก้องกังวาน ราวกับเสียงของสายน้ำที่ไหลเอ่อ “เจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรที่จะครอบครองพลังแห่งกาลเวลาอย่างนั้นหรือ?” “ข้า… ข้าคือผู้สืบทอด… ข้าสมควรได้รับมัน!” หัวหน้ากลุ่มพยายามจะพูดแก้ต่าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีน้ำหนัก “สมควร?” ผู้พิทักษ์กล่าวซ้ำ “เจ้าสมควรได้รับเพียงความมืดมิด… ที่เจ้าพยายามจะนำมาสู่โลกใบนี้!” ทันใดนั้นเอง… ผู้พิทักษ์ก็ปัดมือออกไป ดวงตาแห่งอมรที่อยู่ในมือของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำก็ลอยละลิ่วไปสู่อ้อมแขนของผู้พิทักษ์อย่างรวดเร็ว “ไม่!” หัวหน้ากลุ่มร้องอย่างสิ้นหวัง “ภารกิจของข้า… คือการปกป้องสมดุล…” ผู้พิทักษ์กล่าว “และเจ้า… คือผู้ที่พยายามจะทำลายมัน!” เมื่อผู้พิทักษ์พูดจบ เขาก็หันมาทางชานนท์ “เจ้า… เด็กหนุ่มผู้มาเยือน… เจ้านั่นแหละ… ที่เป็นผู้ปลดปล่อยข้า… เจ้ารู้ดี… ว่าสิ่งใดควรคู่กับสิ่งใด…” “ผม… ผมแค่พยายาม… ทำในสิ่งที่ถูกต้อง…” ชานนท์ตอบอย่างตะกุกตะกัก “สิ่งที่ถูกต้อง… คือการรักษาสมดุล…” ผู้พิทักษ์กล่าว “พลังแห่งดวงตาแห่งอมร… มิใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถควบคุมได้… มันจะนำมาซึ่งความหายนะ… หากตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ขาดซึ่งปัญญาและความเมตตา…” ผู้พิทักษ์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่ยังคงมีเมฆดำทะมึนปกคลุมอยู่ “การเปลี่ยนแปลง… กำลังจะมาถึง… ข้าจะกลับไป… เพื่อปกป้องแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์… ที่เป็นดั่งหัวใจแห่งโลก…” “แล้ว… พวกเขา… ล่ะครับ?” ชานนท์ถามพลางผายมือไปทางกลุ่มคนชุดดำที่กำลังถูกพลังงานบางอย่างตรึงเอาไว้กับพื้น “พวกเขา… จะได้รับการลงทัณฑ์… ตามเจตนาอันชั่วร้ายของพวกเขา…” ผู้พิทักษ์ตอบ “ส่วนเจ้า… เด็กหนุ่ม… จงจำไว้… อำนาจที่แท้จริง… มิใช่สิ่งที่ครอบครอง… หากแต่คือสิ่งที่เข้าใจ…” สิ้นคำพูดนั้น ลำแสงสีขาวจากแท่นหินโบราณก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ร่างของผู้พิทักษ์ก็ค่อยๆ จางหายไปในลำแสงนั้น พร้อมกับดวงตาแห่งอมรที่อยู่ในมือของเขา กลุ่มคนชุดดำกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เมื่อร่างของผู้พิทักษ์เลือนหายไป พวกเขาก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แต่ดูเหมือนว่าพลังงานบางอย่างยังคงติดตรึงอยู่ที่ตัวพวกเขา ดวงตาของพวกเขาฉายแววแห่งความบ้าคลั่งและหวาดผวา ชานนท์มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ เขารู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็โล่งใจ “ภัทร… คุณทำสำเร็จแล้ว… คุณสามารถปลดปล่อยผู้พิทักษ์ออกมาได้…” ทันใดนั้นเอง… เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ชานนท์หยิบมือถือขึ้นมาดู ชื่อของ “สารวัตรวิชัย” ปรากฏอยู่บนหน้าจอ “สวัสดีครับสารวัตร” ชานนท์รับสาย “ชานนท์! เกิดอะไรขึ้นที่นั่น!?” เสียงของสารวัตรวิชัยดังมาอย่างรีบร้อน “ผมได้รับรายงานจากหน่วยลาดตระเวนว่ามีกลุ่มคนติดอาวุธจำนวนมากอยู่ที่ป่าแห่งนี้… แล้วก็มีเสียงปืนดังสนั่นไปทั่ว! ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังมุ่งหน้าเข้าไป!” “ไม่เป็นไรแล้วครับสารวัตร” ชานนท์ตอบ “ทุกอย่าง… จบลงแล้ว” “จบลง? หมายความว่ายังไง?” “กลุ่มคนร้าย… ได้ถูกจัดการแล้วครับ… และสิ่งที่พวกเขากำลังตามหา… ก็ได้ถูกนำกลับไปโดยเจ้าของที่แท้จริงแล้ว” ชานนท์บอก “ผมจะรอให้เจ้าหน้าที่มาถึง แล้วจะอธิบายรายละเอียดให้ฟังครับ” ชานนท์วางสายโทรศัพท์ เขามองไปยังแท่นหินโบราณที่บัดนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงหินธรรมดาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่า สายฝนเริ่มซาลง ท้องฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างรำไร

4,429 ตัวอักษร