ตอนที่ 20 — แสงสว่างแห่งความจริง
แสงสว่างสีทองที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้ายังคงสว่างจ้าไม่ลดละ มันแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณสุสานโบราณ สร้างบรรยากาศที่น่าอัศจรรย์และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้อย่างแผ่วเบา
ชานนท์ยังคงนั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความหวังและความตื่นเต้นฉายชัดในแววตา เขาเห็นชายชุดดำทั้งสี่คนพยายามลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พวกเขาดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากแสงสว่างนั้นอย่างมาก
“นี่มัน… อะไรกันแน่วะ!” ชายชุดดำคนหนึ่งตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด แต่ก็แฝงไปด้วยความหวาดกลัว “แสงบ้านี่… มันทำให้ฉันแสบตาไปหมด!”
“ข้าว่า… เราควรจะถอยไปก่อน” ชายชุดดำอีกคนหนึ่งพูดเสียงสั่น “ที่นี่… ไม่ใช่ที่ที่พวกเราควรจะอยู่”
“ถอยเหรอ?!” ชายชุดดำคนแรกหันไปตวาด “ท่านนายสั่งให้เราจับตัวนักสืบคนนี้ และเอา ‘ดวงตาแห่งอมร’ กลับไป! เราจะถอยไม่ได้!”
“แต่ดูสภาพพวกเราสิ!” ชายชุดดำคนที่สามแย้ง “เราจะต่อสู้กับใครได้? กับแสงนี่เหรอ?”
ชานนท์มองการทะเลาะเบาะแว้งของกลุ่มชายชุดดำด้วยความสนใจ เขาเห็นว่าพวกเขากำลังเสียขวัญ เขาจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้
“พวกแกกำลังจะเสียใจที่มาที่นี่” ชานนท์พูดเสียงดัง “ที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ยอมรับคนชั่วอย่างพวกแก”
“หุบปาก!” ชายชุดดำคนแรกตะโกนไล่หลัง “แกอย่ามาเพ้อเจ้อ! พวกรองเท้าแตะอย่างแก… จะมาสอนอะไรเรา!”
แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้ามา ชายชุดดำอีกคนหนึ่งกลับคว้าแขนเขาไว้
“พอเถอะน่า!” ชายชุดดำคนที่สองพูด “เรากลับไปแจ้งท่านนายก่อนดีกว่า ปล่อยนักสืบนี่ไปก่อน… แล้วค่อยมาจัดการทีหลัง”
“แต่…” ชายชุดดำคนแรกยังคงไม่ยอม
“ถ้าเรายังอยู่ที่นี่นานกว่านี้… เราอาจจะถูกพลังงานนี่กลืนกินไปก็ได้” ชายชุดดำคนที่สามพูดเสริม “ข้าไม่อยากตายที่นี่”
สุดท้าย ชายชุดดำทั้งสี่คนก็ตัดสินใจล่าถอย พวกเขามองชานนท์ด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะค่อยๆ หายลับเข้าไปในความมืดของป่า
ชานนท์เฝ้ามองพวกเขาจนลับสายตา เขารออยู่สักครู่ จนแน่ใจว่าพวกเขาไปไกลแล้ว จึงค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน
“รอดมาได้จนได้” เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย แต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบไม่ได้กับความรู้สึกของชัยชนะที่เขาได้รับ
เขาหันกลับไปมองที่แท่นหินโบราณ แสงสว่างสีทองยังคงสาดส่องลงมาอย่างต่อเนื่อง มันทำให้ลวดลายโบราณที่แกะสลักอยู่บนแท่นหินดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“นี่มัน… คือพลังงานที่แท้จริงสินะ” ชานนท์พึมพำ เขาเดินเข้าไปใกล้แท่นหินอย่างช้าๆ เขาแตะลงบนพื้นผิวที่ได้รับแสงสว่างนั้น
ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับแท่นหิน เขาก็รู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลไหลทะลวงผ่านร่างกายของเขา มันไม่ใช่พลังงานที่ทำให้เจ็บปวด แต่เป็นพลังงานที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสงบ
ภาพนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาในหัวของเขา ภาพของอดีตกาล ภาพของพิธีกรรมโบราณ ภาพของผู้คนในชุดคลุมกำลังสวดมนต์อยู่รอบแท่นหิน
“นี่คือ… ความจริงแห่งกาลเวลา…” ชานนท์เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา
เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเชื่อมต่อกับอดีต เชื่อมต่อกับพลังงานที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
“ผู้พิทักษ์… จะปรากฏ… เพื่อปกป้อง…” ประโยคนั้นดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง
ชานนท์เข้าใจแล้ว ‘ผู้พิทักษ์’ ไม่ใช่บุคคล แต่เป็นพลังงาน เป็นการปกป้องจากธรรมชาติที่ถูกส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น
“แล้ว ‘สายน้ำ’… ก็คือผู้ส่งมอบ” ชานนท์คิด “ผู้ที่ต้องดูแลให้พลังงานนี้… ส่งต่อไปยังผู้ที่เหมาะสม”
เขามองไปที่สัญลักษณ์ที่เขาพบก่อนหน้านี้ สัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ สัญลักษณ์นั้นเรืองแสงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้รับพลังงานจากแสงสีทอง
“นี่คือรหัส… ที่จะนำไปสู่ ‘ดวงตาแห่งอมร’ สินะ” ชานนท์ตระหนักได้
เขาจดจำสัญลักษณ์นั้นไว้ในใจอย่างแม่นยำ เขารู้ดีว่าการค้นพบครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่เป้าหมายที่เขาตามหามาตลอด
แสงสว่างสีทองค่อยๆ หรี่ลง จนสุดท้ายก็จางหายไป เหลือเพียงบรรยากาศที่สงบเงียบ แต่ความรู้สึกทรงพลังยังคงอบอวลอยู่รอบกาย
ชานนท์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกัน ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ฉันทำได้แล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง “ฉันได้ค้นพบความลับที่แท้จริงแล้ว”
เขาตัดสินใจ เขาต้องรีบกลับไปหา ‘สายน้ำ’ เขาต้องบอกเรื่องที่เขาค้นพบ และเขาต้องหาทางปกป้อง ‘ดวงตาแห่งอมร’ จากเงื้อมมือของคนชั่วร้าย
ชานนท์เดินออกจากสุสานโบราณ สู่โลกภายนอกอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้เดินอย่างสิ้นหวัง แต่เดินด้วยความมุ่งมั่นและความหวังที่เต็มเปี่ยม
3,565 ตัวอักษร