เงาสะท้อนเลือดกลางศาลาร้าง

ตอนที่ 7 / 40

ตอนที่ 7 — สัญญาณจากสถานที่โบราณ

ชานนท์นึกถึงตอนที่เขาไปเจอศพภัทรครั้งแรกที่ศาลาร้าง ความรู้สึกเย็นเยียบที่สัมผัสได้จากสถานที่แห่งนั้น กลิ่นอับชื้นของความเก่าแก่ที่ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ “ศาลาร้างนั่น… มันไม่ใช่แค่ที่บังเอิญแน่ๆ ครับ” เขาพึมพำกับตัวเอง “สัญลักษณ์ที่ผมเห็นบนพื้น… มันอาจจะเป็นเครื่องหมายบางอย่าง” อารักษ์พยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าเผ่าอาทูลายังคงอยู่ และภัทรเคยมีความเกี่ยวข้องกับพวกเขา… ศาลาร้างนั้นอาจจะเป็นสถานที่ที่เคยมีความสำคัญต่อพวกเขามาก่อน หรือไม่ก็เป็นจุดนัดพบสำคัญ” “แต่ว่า… มันก็เป็นแค่ศาลาร้างเก่าๆ ที่ไม่มีใครใช้งานมานานแล้ว” ชานนท์กล่าว “ผมไม่เห็นอะไรพิเศษเลย นอกจากร่องรอยการต่อสู้บางอย่าง” “อย่ามองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สิชานนท์” อารักษ์เตือน “บางครั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็ซ่อนอยู่ในสิ่งที่ดูธรรมดาที่สุดนั่นแหละ สัญลักษณ์ที่แกเห็น… มันอาจจะเป็นการสื่อสารบางอย่างที่คนทั่วไปมองไม่เห็น” “ผมกลับไปที่นั่นอีกครั้งดีไหมครับ” ชานนท์ถาม “บางทีผมอาจจะมองข้ามอะไรไป” “ฉันว่าควรจะไป” อารักษ์เห็นด้วย “แต่ไปอย่างระมัดระวังที่สุด ถ้าเผ่าอาทูลามีตัวตนจริง และพวกเขากำลังปกปิดความลับบางอย่าง การปรากฏตัวของเราอาจจะทำให้พวกเขาตื่นตัว” “แล้วถ้าพวกเขากำลังตามหาอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับภัทรอยู่ล่ะครับ” ชานนท์ถาม “หรือบางที… พวกเขากำลังตามหาผมอยู่ก็ได้” “นั่นเป็นความเสี่ยงที่เราต้องยอมรับ” อารักษ์กล่าว “แต่เราหยุดไม่ได้แล้ว เราใกล้จะได้คำตอบแล้ว ชานนท์” ชานนท์นิ่งคิด เขาหยิบรูปถ่ายเก่าของภัทรที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูอีกครั้ง ภาพของภัทรในวัยหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าสิ่งก่อสร้างประหลาดคล้ายพีระมิด สัญลักษณ์รอบๆ นั้นดูเหมือนจะมีความคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นในตำราโบราณบางเล่มที่อารักษ์เคยแสดงให้ดู “ผมรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในเขาวงกตที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ” ชานนท์กล่าว “ทุกครั้งที่ผมคิดว่าผมเจอทางออก ผมกลับพบว่ามันมีทางแยกใหม่ที่นำไปสู่ความมืดมิดกว่าเดิม” “นั่นแหละคือเสน่ห์ของการสืบสวน” อารักษ์ยิ้ม “แต่มันก็อันตรายเสมอ… โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้” “เหนือธรรมชาติ… ผมยังไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะลึกซึ้งไปถึงขนาดนั้น” ชานนท์ส่ายหน้า “แต่ถ้าเป็นเรื่องของกลุ่มคนที่มีอำนาจและพยายามปิดบังความจริง… อันนั้นผมเชื่อแน่” “บางที ‘ความจริง’ กับ ‘เรื่องเหนือธรรมชาติ’ มันก็อาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้นะ” อารักษ์กล่าว “ลองคิดดูสิ… ถ้ามีกลุ่มคนที่มีความรู้โบราณที่สืบทอดกันมาเป็นร้อยเป็นพันปี พวกเขาก็อาจจะมีพลังหรือความสามารถที่เราไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน” “คุณกำลังจะบอกว่า ภัทรอาจจะไปเกี่ยวข้องกับลัทธิอะไรบางอย่างที่บูชาพลังงานโบราณนั่นเหรอครับ” ชานนท์ถาม “ฉันไม่รู้แน่ชัด” อารักษ์ตอบ “แต่ ‘ผู้พิทักษ์’ และ ‘แหล่งพลังงานศักดิ์สิทธิ์’ ที่ฉันเคยค้นคว้ามา… มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นมาเล่นๆ หรอกนะ มันมีบันทึกโบราณที่กล่าวถึงเรื่องพวกนี้อยู่จริง” “แล้วสัญลักษณ์บนกล่องไม้ล่ะครับ” ชานนท์นึกขึ้นได้ “มันเชื่อมโยงกับเผ่าอาทูลาด้วยใช่ไหม” “แน่นอน” อารักษ์ยืนยัน “สัญลักษณ์บนกล่องไม้ของคุณ… มันคือตราสัญลักษณ์ของผู้นำ หรือสมาชิกอาวุโสของเผ่าเลยก็ว่าได้ มันบ่งบอกถึงอำนาจและความสำคัญ” “แล้วทำไมภัทรถึงมีมันอยู่ในครอบครอง” ชานนท์ถาม “และทำไมเขาถึงต้องเก็บมันไว้เป็นความลับขนาดนั้น” “อาจจะเป็นไปได้ว่า ภัทรเคยเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าอาทูลาจริงๆ” อารักษ์คาดเดา “หรือเขาอาจจะได้มันมาโดยบังเอิญ หรือขโมยมา… แต่ไม่ว่ากรณีไหน ถ้าเขาครอบครองสิ่งของที่มีความสำคัญขนาดนี้… เขาต้องตกเป็นเป้าหมายแน่ๆ” “แล้วเป้าหมายของเขาคืออะไร” ชานนท์ถาม “เขาต้องการปกป้อง หรือต้องการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานนั้น” “นั่นคือคำถามที่เราต้องหาคำตอบ” อารักษ์ถอนหายใจ “และผมกลัวว่า… คำตอบอาจจะนำไปสู่เรื่องที่อันตรายกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก” ชานนท์กวาดสายตามองไปรอบๆ ออฟฟิศของเขา เอกสารกองโต แผนที่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยหมึกที่ขีดเขียนอย่างเร่งรีบ เขาเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ “ผมว่า… เราควรจะไปที่ศาลาร้างนั่นอีกครั้ง” ชานนท์ตัดสินใจ “ผมจะลองหาอะไรที่ผมมองข้ามไปตอนแรก” “ฉันจะไปด้วย” อารักษ์เสนอ “ไม่เป็นไรครับ” ชานนท์ปฏิเสธ “ผมคิดว่าผมอยากจะไปคนเดียว… เพื่อจะได้สังเกตการณ์ได้อย่างอิสระกว่า ถ้ามีอะไรผิดปกติ ผมจะได้รู้ตัวก่อน” “ถ้าอย่างนั้น… ระวังตัวด้วยนะชานนท์” อารักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อย่าประมาทเด็ดขาด อย่าลืมว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่” “ผมทราบดีครับ” ชานนท์ตอบ “ผมจะติดต่อคุณทันทีถ้าผมเจออะไรที่น่าสนใจ” หลังจากการสนทนาจบลง ชานนท์ก็เก็บของจำเป็นลงกระเป๋า เขามองนาฬิกาที่บอกเวลาล่วงเลยมาจนเย็นย่ำ แสงอาทิตย์สุดท้ายกำลังจะลับขอบฟ้า สร้างเงายาวทาบทับไปทั่วทั้งห้องทำงาน “ถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับเงาในอดีตอีกครั้งแล้วสินะ” เขาพึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นยืน และเดินออกจากออฟฟิศไป

3,978 ตัวอักษร