ตอนที่ 3 — ประชุมทายาท เผยปมขัดแย้ง
หลังจากที่ธนกรได้พูดคุยกับคุณหญิงอรทัยและคุณสมชายแล้ว เขาก็รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ได้มา เขาตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเผชิญหน้ากับทายาททั้งสามคนอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุปและคลี่คลายปริศนาที่ซับซ้อนนี้
ธนกรกลับมายังห้องทำงานของท่านประธานวิวัฒน์อีกครั้ง ทายาททั้งสามคน คุณหญิงอรทัย คุณากร และคุณอิงฟ้า ได้มารวมตัวกันแล้ว บรรยากาศในห้องดูตึงเครียดกว่าเดิม
"สวัสดีครับทุกท่าน" ธนกรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ผมได้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพินัยกรรมฉบับล่าสุด"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "ผมได้รับจดหมายจากท่านประธานวิวัฒน์ ซึ่งเขียนขึ้นก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตไม่นาน"
เขาหยิบจดหมายฉบับนั้นออกมา และอ่านบางส่วนให้ทุกคนฟัง
"ท่านประธานระบุในจดหมายว่า การเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมครั้งนี้ เป็นการทดสอบ" ธนกรกล่าว "เป็นการทดสอบว่าใครคือคนที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมฉบับก่อนหน้า และใครคือคนที่ปรารถนาจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างเพียงผู้เดียว"
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในห้องนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ใบหน้าของคุณหญิงอรทัยฉายแววตกใจ คุณากรขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ส่วนคุณอิงฟ้าดูสับสน
"คุณธนกร คุณกำลังจะบอกว่า มีใครบางคนพยายามจะเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมของพ่อผมอย่างนั้นหรือ" คุณากรเอ่ยถามเสียงเข้ม "ใครคือคนคนนั้น!"
"ผมยังไม่ทราบแน่ชัดครับ" ธนกรตอบ "แต่จากข้อมูลที่ผมได้รับมา พินัยกรรมฉบับก่อนหน้า ระบุให้ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของคุณหญิงอรทัยเป็นอันดับแรก"
คุณหญิงอรทัยหันไปมองคุณากร และคุณอิงฟ้า แววตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง
"และพินัยกรรมฉบับล่าสุดนี้" ธนกรกล่าวต่อ "มีการเปลี่ยนแปลงที่ระบุให้แบ่งทรัพย์สินเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน ระหว่างคุณหญิงอรทัย คุณากร และคุณอิงฟ้า โดยส่วนของผมจะมอบให้กับมูลนิธิเพื่อเด็กกำพร้า"
"นี่มันหมายความว่า ยังไงกันแน่!" คุณหญิงอรทัยถามเสียงสั่น "ท่านวิวัฒน์ไม่น่าจะเปลี่ยนใจง่ายๆ แบบนี้"
"ผมได้สอบถามคุณสมชาย เลขานุการของท่านประธาน" ธนกรกล่าว "คุณสมชายให้ข้อมูลว่า ท่านประธานดูจะกังวลใจเรื่องคุณากรเป็นพิเศษในช่วงหลังๆ นี้"
คำพูดนี้ทำให้คุณากรหน้าซีดเผือด "นี่คุณกำลังกล่าวหาผมอย่างนั้นหรือ!" เขาตะคอกเสียงดัง "ผมไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมของพ่อ!"
"ผมไม่ได้กล่าวหาใครครับคุณากร" ธนกรกล่าวอย่างใจเย็น "ผมเพียงแต่กำลังรวบรวมข้อเท็จจริง"
"คุณสมชายยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คุณากรมีแผนที่จะขยายธุรกิจของบริษัทไปในทิศทางที่ค่อนข้างเสี่ยง และท่านประธานก็ไม่ค่อยเห็นด้วย" ธนกรพูดต่อ "ซึ่งคุณสมชายคาดว่า นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านประธานตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม"
"นั่นมันเป็นแค่การคาดเดา!" คุณกรตะคอก "พ่อผมไม่เคยบอกผมตรงๆ ว่าไม่เห็นด้วย"
"แต่คุณพ่อก็เคยคุยกับผมนะครับ" เสียงของคุณอิงฟ้าดังขึ้น "คุณพ่อเคยบอกว่า คุณากรทำอะไรหุนหันพลันแล่นเกินไป"
คุณากรหันไปมองน้องสาวด้วยสายตาไม่พอใจ "นี่เธอจะใส่ร้ายฉันอย่างนั้นหรืออิงฟ้า!"
"ฉันไม่ได้ใส่ร้าย" คุณอิงฟ้าตอบเสียงเรียบ "ฉันแค่เล่าสิ่งที่ได้ยิน"
"คุณแม่ล่ะครับ" ธนกรหันไปถามคุณหญิงอรทัย "คุณแม่เคยทราบเรื่องแผนธุรกิจของคุณากร หรือความกังวลใจของท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมครับ"
คุณหญิงอรทัยส่ายหน้าช้าๆ "ฉันไม่เคยรับรู้เรื่องนี้เลยค่ะ" เธอพูดเสียงเบา "ท่านวิวัฒน์ไม่เคยเล่าเรื่องธุรกิจให้ฉันฟังละเอียดนัก"
"แต่ฉันก็รู้สึกได้ว่า ท่านวิวัฒน์ไม่ค่อยพอใจกับทิศทางธุรกิจที่คุณากรพยายามจะผลักดัน" คุณหญิงอรทัยกล่าว "ท่านเคยบอกใบ้ๆ กับฉันว่า หวั่นเกรงว่าลูกชายคนโตจะนำพาบริษัทไปสู่ความหายนะ"
"คุณแม่!" คุณากรหน้าแดงก่ำ "คุณก็ไม่เชื่อผมเหมือนกันอย่างนั้นหรือ!"
"ฉันไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อ" คุณหญิงอรทัยตอบ "แต่ฉันก็ต้องรับฟังสิ่งที่ธนกรพูด และข้อมูลจากคุณสมชาย"
"แล้วเรื่องมูลนิธินั่นล่ะ" คุณอิงฟ้าถามขึ้น "ทำไมท่านพ่อถึงต้องยกสมบัติส่วนหนึ่งให้มูลนิธินั่นด้วย"
"ผมได้ตรวจสอบประวัติการบริจาคของท่านประธานวิวัฒน์" ธนกรกล่าว "ท่านได้ให้การสนับสนุนมูลนิธิเพื่อเด็กกำพร้าแห่งนี้มาโดยตลอด"
"และที่สำคัญ" ธนกรพูดต่อ "ผมพบว่า คุณากรเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับมูลนิธินี้ในอดีต"
คำพูดของธนกรทำให้ทุกคนในห้องหันมามองคุณากรด้วยความตกใจ
"คุณกร... เกี่ยวข้องกับมูลนิธินี้อย่างไรหรือคะ" คุณหญิงอรทัยถามเสียงสั่น
คุณกรหน้าซีดเผือด "ผม... ผมเคยเป็นประธานคณะกรรมการของมูลนิธินั้นเมื่อหลายปีก่อน" เขาพูดตะกุกตะกัก "แต่ผมก็ลาออกไปแล้ว"
"แล้วทำไมท่านประธานถึงไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผมเลย" คุณหญิงอรทัยถามต่อ "และทำไมคุณถึงไม่เคยบอกฉัน"
"ผม... ผมไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยาก" คุณกรตอบเสียงอ่อย "และผมก็ไม่คิดว่าท่านประธานจะยกสมบัติส่วนหนึ่งให้มูลนิธินั้น"
ธนกรกวาดสายตามองทั้งสามคน เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทีละน้อย "ผมเชื่อว่า ท่านประธานวิวัฒน์ ได้ทราบถึงความสัมพันธ์ของคุณกรกับมูลนิธินี้"
"และผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมครั้งนี้ อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับมูลนิธินี้"
"คุณกร" ธนกรหันไปถามคุณากรตรงๆ "คุณได้ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธินี้ จนอาจจะทำให้ท่านประธานไม่พอใจ จนต้องเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมหรือไม่"
คุณกรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเบา "ผม... ผมเคยมีปัญหาทางการเงินอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน" เขาพูดอย่างอึดอัด "และผมก็เคย... ยักยอกเงินของมูลนิธิไปบางส่วน"
คำสารภาพของคุณกร ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับอึ้ง คุณหญิงอรทัยยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ คุณอิงฟ้าดูเหมือนจะไม่เชื่อหูตัวเอง
"คุณกร! คุณทำแบบนี้ได้อย่างไร!" คุณหญิงอรทัยอุทาน "ท่านวิวัฒน์คงเสียใจมากแน่ๆ"
"ผม... ผมสำนึกผิดแล้วครับ" คุณกรพูดเสียงสั่น "ผมคืนเงินทั้งหมดไปแล้ว และผมก็ลาออกจากตำแหน่งประธาน"
"แต่ท่านประธานคงจะทราบเรื่องนี้" ธนกรกล่าว "และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านประธานตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม เพื่อลงโทษคุณ หรือเพื่อป้องกันไม่ให้คุณได้สมบัติไป"
"แต่... แต่พินัยกรรมฉบับล่าสุดนี้ระบุว่า ทรัพย์สินส่วนหนึ่งจะมอบให้กับมูลนิธินั้น" คุณอิงฟ้าพูดขึ้น "ถ้าพ่อต้องการลงโทษคุณกร ทำไมถึงต้องยกสมบัติให้มูลนิธินั่นด้วย"
ธนกรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ผมคิดว่า ท่านประธานวิวัฒน์ อาจจะไม่ได้ต้องการลงโทษคุณกรเพียงอย่างเดียว"
"แต่ท่านอาจจะต้องการ... ชดใช้"
"ชดใช้?" คุณหญิงอรทัยถามอย่างไม่เข้าใจ
"ใช่ครับ" ธนกรกล่าว "ผมคิดว่า ท่านประธานวิวัฒน์ ได้ทราบถึงการยักยอกเงินของมูลนิธิที่คุณกรเคยทำ"
"และท่านอาจจะต้องการใช้พินัยกรรมฉบับนี้ เพื่อชดใช้ความผิดที่คุณกรเคยทำไว้กับมูลนิธิ"
"นี่มัน... ซับซ้อนเกินไปแล้ว" คุณหญิงอรทัยพูดเสียงแผ่ว
ธนกรพยักหน้า "ผมเชื่อว่า ปริศนาพินัยกรรมฉบับสุดท้ายนี้ จะนำไปสู่ความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง"
"และผมเชื่อว่า ท่านประธานวิวัฒน์ ได้มอบภารกิจที่สำคัญที่สุดนี้ ให้กับผม เพื่อให้ผมได้ค้นพบความจริงทั้งหมด"
ธนกรกวาดสายตามองทั้งสามคนอีกครั้ง เขาตระหนักดีว่า การสืบสวนของเขายังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้หน้ากากของความเศร้าโศกและการสูญเสียนี้
5,613 ตัวอักษร