ตอนที่ 2 — เงาปริศนาในราตรีมืด
ค่ำคืนแรกที่บ้านพักบุปผาผ่านไปอย่างเงียบเชียบ แม้จะมีความรู้สึกวังเวงอยู่บ้าง แต่ทุกคนก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศของคฤหาสน์หลังเก่า หลังจากมื้อเย็นที่ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องอาหารอันโอ่อ่า ซึ่งตกแต่งไปด้วยภาพวาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์ที่ดูขรึมขลัง กวินทร์ก็เรียกประชุมเพื่อนๆ ทั้งหมดที่ห้องนั่งเล่น
“ทุกคนคงจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงชวนมาที่นี่” กวินทร์เริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องมันมีอยู่ว่า… ฉันได้รับมรดกบ้านหลังนี้มาจากญาติที่ฉันไม่เคยเจอหน้า”
“มรดก?” ชานนท์เลิกคิ้ว
“ใช่” กวินทร์พยักหน้า “แต่สิ่งที่ฉันได้รับมาพร้อมกับบ้านหลังนี้… คือความลับบางอย่าง”
“ความลับอะไร” ธีร์ถามอย่างตั้งใจ
“ฉันได้พบจดหมายฉบับหนึ่งของเจ้าของบ้านคนสุดท้าย” กวินทร์หยิบซองจดหมายสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าออกมาจากกระเป๋า “เขาเขียนไว้ว่า… เขาได้ซ่อน ‘สิ่งสำคัญ’ บางอย่างไว้ในบ้านหลังนี้ และเขาต้องการให้ ‘คนที่คู่ควร’ เป็นผู้ค้นพบ”
“แล้ว ‘สิ่งสำคัญ’ ที่ว่านั่นคืออะไร” พิมรดาถาม
“ไม่รู้สิ” กวินทร์ตอบ “แต่จดหมายบอกใบ้ไว้ค่อนข้างเยอะ เขาใช้รหัสลับที่เกี่ยวกับ… ดอกไม้”
“ดอกไม้?” มัทนาทวนคำ
“ใช่ ดอกไม้ที่พบได้ในสวนหลังบ้านแห่งนี้” กวินทร์อธิบาย “เขาบอกว่า… ‘ดอกไม้งามยามรัตติกาล จะนำทางสู่หัวใจแห่งความจริง’”
“ดอกไม้งามยามรัตติกาล? นี่มันเหมือนในนิยายของธีร์เลยนะ” พิมรดาหันไปพูดกับธีร์
ธีร์ยิ้มบางๆ “อาจจะนะ แต่ในโลกแห่งความจริง มันอาจจะซับซ้อนกว่านั้น”
“ฉันสงสัยว่า ‘สิ่งสำคัญ’ ที่ว่า อาจจะเป็นของมีค่า” ชานนท์กล่าว “ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นสมบัติ หรืออะไรสักอย่างที่มีมูลค่ามหาศาล”
“ฉันก็คิดแบบนั้น” กวินทร์เห็นด้วย “แต่ถ้าเป็นแค่นั้น ฉันคงไม่ชวนทุกคนมาให้เหนื่อยหรอก”
“แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นอีก” อธิปัตย์ถาม
“จดหมายยังพูดถึง… ‘เงา’ อีกด้วย” กวินทร์กล่าว “เขาเขียนว่า ‘เงาแห่งอดีตจะคอยปกป้องสิ่งนี้ แต่ก็พร้อมจะกัดกินผู้ที่หวังร้าย’”
“เงาแห่งอดีต? ฟังดูน่ากลัวนะ” พิมรดาพูดเสียงเบาลง
“ฉันเลยอยากให้ทุกคนช่วยกัน” กวินทร์มองไปรอบๆ “เรามาที่นี่เพื่อพักผ่อน แต่ในเมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ฉันก็อยากจะลองไขปริศนาไปด้วยกัน”
“น่าสนใจมาก” ธีร์กล่าว “ฉันชอบการไขปริศนาอยู่แล้ว”
“ฉันก็ด้วย” พิมรดาเสริม “เหมือนได้ผจญภัยจริงๆ”
“ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะช่วยอะไรได้บ้าง” อธิปัตย์พูดอย่างถ่อมตัว “ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่นักสืบ”
“ทุกคนมีส่วนช่วยได้” มัทนาพูดขึ้น “แต่ละคนมีความถนัดที่แตกต่างกัน กวินทร์ คุณมีข้อมูลจากจดหมาย ธีร์ คุณมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์เรื่องราว ชานนท์ คุณมองในมุมธุรกิจ พิมรดา คุณมองในมุมศิลปะ ส่วนอธิปัตย์ คุณอาจจะสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นมองข้ามไป และฉัน… ในฐานะนักจิตวิทยา ฉันอาจจะช่วยวิเคราะห์แรงจูงใจของผู้คนได้”
“ดีมาก” กวินทร์ยิ้ม “งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”
พวกเขาเริ่มหารือกันเกี่ยวกับความหมายของปริศนา ดอกไม้งามยามรัตติกาลคือดอกอะไร? สวนหลังบ้านมีดอกไม้อะไรบ้าง? เงาแห่งอดีตหมายถึงอะไร? คำถามมากมายผุดขึ้นมา แต่คำตอบยังคงเลือนราง
“คืนนี้เราลองไปสำรวจสวนหลังบ้านกันดีไหม” ธีร์เสนอ “เผื่อจะเจออะไรที่น่าสนใจ”
“ฉันว่าคืนนี้ยังก่อนดีกว่า” กวินทร์ตอบ “อากาศข้างนอกไม่ค่อยดีนัก พรุ่งนี้เช้าค่อยไปกัน”
“งั้นเรามาคุยกันเรื่องอื่นๆ ก่อน” มัทนาเสนอ “ก่อนที่จะมีใครพบอะไรบางอย่าง หรือก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น”
“อะไรเกิดขึ้น?” พิมรดาถาม
“ฉันแค่รู้สึกว่า… ที่นี่มันมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่จริงๆ” มัทนาตอบ “และมันอาจจะไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสมบัติ”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ “ใครน่ะ?” กวินทร์ถาม
“แม่บ้านค่ะ” เสียงแหบแห้งดังลอดประตูมา “ขอโทษที่รบกวนนะคะ พอดี… ดิฉันเห็นอะไรบางอย่างที่สวนหลังบ้านค่ะ”
ทุกคนหันไปมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
“เห็นอะไรครับ” กวินทร์ถาม
“เหมือน… มีใครบางคนกำลังเดินอยู่ในสวนตอนดึกๆ ค่ะ” แม่บ้านตอบ “แต่พอออกไปดูก็ไม่เจอใครเลยค่ะ”
“ตอนดึกๆ?” มัทนาทวนคำ
“ใช่ค่ะ ประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วค่ะ” แม่บ้านยืนยัน
“ใครกันนะ?” พิมรดาพึมพำ
“อาจจะเป็นแค่สัตว์ก็ได้” ชานนท์กล่าว
“ไม่น่าใช่ค่ะ” แม่บ้านส่ายหน้า “มันเหมือนคนเดินจริงๆ ค่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ความสงสัยและความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“เอาล่ะ” กวินทร์เอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้เช้า เราจะไปสำรวจสวนกันอย่างละเอียด”
คืนนั้น ทุกคนเข้านอนด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป บางคนตื่นเต้นกับการผจญภัย บางคนกังวลกับคำเตือนในจดหมาย และบางคนก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่กำลังคุกคามพวกเขาอยู่ในความมืดของคฤหาสน์หลังเก่า
3,677 ตัวอักษร