เงาของอดีตในคฤหาสน์หลังเขา

ตอนที่ 6 / 40

ตอนที่ 6 — รัตติกาลในคืนที่มืดมิด

ความหวาดระแวงยังคงปกคลุมคฤหาสน์บุปผาราวกับหมอกยามเช้าที่ยังไม่จางหายไป ทุกสายตาที่มองกันล้วนแฝงไปด้วยความสงสัย ผู้คนสิบกว่าชีวิตที่เคยเป็นเพื่อนสนิท ตอนนี้กลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาของกันและกัน ดร. มัทนา พยายามรวบรวมสติและตั้งคำถามกับตัวเองว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดนี้ “เราต้องกลับไปที่สวนอีกครั้ง” มัทนากล่าวกับกลุ่มเพื่อนในห้องนั่งเล่น “ฉันรู้สึกว่าเรายังมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป” “แต่เราเพิ่งกลับมาจากที่นั่นเมื่อช่วงบ่าย” กวินทร์ทักท้วง “แล้วตำรวจก็เพิ่งจะตรวจสอบไปเมื่อไม่นานนี้เอง” “บางที… เราอาจจะมองหาผิดที่ผิดทาง” ธีร์เสริม “หรืออาจจะมีอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากที่พวกเราออกมา” “แล้วเราจะไปตอนไหน?” พิมรดาถามอย่างกังวล “ตอนกลางวันดูเหมือนจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่” “เราจะไปตอนกลางคืน” มัทนาตัดสินใจ “ตอนที่ ‘ดอกไม้งามยามรัตติกาล’ จะเผยตัวตนของมัน” “กลางคืน?” อธิปัตย์เลิกคิ้ว “ฟังดูอันตรายนะ” “เราต้องเสี่ยง” มัทนาตอบ “ถ้า ‘ดอกไม้’ นั้นเป็นกุญแจสำคัญ… เราต้องหาให้เจอ” “แล้วถ้าเราเจอ ‘เงา’ ล่ะ?” กวินทร์ถาม “เราจะทำอย่างไร?” “เราจะอยู่ด้วยกัน” ธีร์ยืนยัน “เราจะไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง” เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดก็ค่อยๆ กลืนกินบริเวณโดยรอบคฤหาสน์ มัทนา กวินทร์ ธีร์ อธิปัตย์ และพิมรดา รวมตัวกันที่โถงทางเดินชั้นล่าง ทุกคนต่างถือไฟฉายที่ส่องแสงวูบวาบไปมา พวกเขาก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์อย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้านที่ซ่อนเร้นความลับเอาไว้ “เรามาเริ่มที่จุดที่ทำเครื่องหมายกากบาทไว้ทั้งหมดก่อน” มัทนาออกคำสั่ง “ดูว่ามีอะไรที่แตกต่างไปจากช่วงกลางวันบ้าง” พวกเขาค่อยๆ เดินสำรวจไปตามแผนผัง ท่ามกลางความเงียบที่ถูกรบกวนด้วยเสียงแมลงยามค่ำคืนและเสียงใบไม้เสียดสีกัน กลิ่นดิน กลิ่นดอกไม้ และกลิ่นอายของความชื้นผสมปนเปกันจนยากจะแยกแยะ “ที่แปลงดอกกุหลาบ… ฉันว่ามีอะไรบางอย่าง” พิมรดาเอ่ยขึ้น เธอชี้ไปที่พุ่มกุหลาบที่เคยสำรวจไปแล้ว “เหมือนมีแสงสะท้อนแปลกๆ” ทุกคนรีบเดินเข้าไปหา เมื่อส่องไฟฉายไปที่จุดนั้น พวกเขาก็พบกับของแข็งเล็กๆ ที่ฝังอยู่ใต้ดินใกล้กับพุ่มกุหลาบ “นี่มัน… ของมีค่า?” กวินทร์ถาม เมื่อขุดขึ้นมา สิ่งที่พบคือกล่องโลหะขนาดเล็กที่ถูกกัดกร่อนไปตามกาลเวลา เมื่อเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายในกลับไม่ใช่ทองคำหรืออัญมณี แต่เป็นจี้ห้อยคอเก่าๆ ที่ทำจากเงิน สลักลายเป็นรูปดอกไม้ที่ดูคุ้นตา “นี่มัน… ดอกไม้งามยามรัตติกาล!” ธีร์อุทาน “ฉันเคยเห็นรูปมันในบันทึกประจำวันของเจ้าของบ้านคนก่อน!” “แสดงว่า ‘สิ่งสำคัญ’ ที่ว่า… อาจจะเป็นจี้อันนี้ก็ได้” อธิปัตย์กล่าว “แต่มันดูไม่น่าจะมีมูลค่ามากขนาดนั้นนะ” พิมรดาบ่น “อาจจะไม่ใช่เรื่องมูลค่าทางวัตถุ” มัทนาครุ่นคิด “แต่เป็นมูลค่าทางความหมาย… หรืออาจจะเชื่อมโยงกับ ‘เงาแห่งอดีต’ ที่เขาพูดถึง” ขณะที่พวกเขากำลังพิจารณาจี้นั้นเอง เสียงกรอบแกรบจากพุ่มไม้ใกล้ๆ ก็ดังขึ้น ทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยง “ใครอยู่นั่น!” กวินทร์ตะโกน ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงใบไม้ที่ถูกกวนเบาๆ “ฉันว่า… เราควรกลับเข้าไปข้างใน” อธิปัตย์แนะนำ “รอเดี๋ยวก่อน” มัทนากล่าว “ฉันรู้สึกว่า… เรากำลังเข้าใกล้ความจริงแล้ว” เธอเดินไปยังแปลงดอกลิลลี่อีกครั้ง ที่ซึ่งเคยพบกับน้ำเหนียวสีเข้ม “กลิ่น… กลิ่นยังแรงอยู่เลย” ธีร์ใช้ไฟฉายส่องไปที่พื้นดินบริเวณโคนต้นลิลลี่ “ดูนั่นสิ!” ใต้แสงไฟฉาย สิ่งที่ปรากฏคือรอยเท้าที่ประทับอยู่บนดินที่เปียกชื้น ซึ่งดูเหมือนจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน รอยเท้านั้น… ไม่เหมือนกับรองเท้าของใครในกลุ่มเลย “นี่มัน… รอยเท้าของใคร?” พิมรดาถามด้วยความหวาดกลัว “ฉันว่า… มันคือรอยเท้าของ ‘เงา’ ที่ใครบางคนเห็น” มัทนาตอบ “แล้ว ‘ดอกไม้งามยามรัตติกาล’… มันคืออะไรกันแน่?” กวินทร์ถาม “บางที… มันอาจจะไม่ใช่ดอกไม้เพียงอย่างเดียว” ธีร์ครุ่นคิด “มันอาจจะเป็นความเชื่อมโยงระหว่างดอกไม้… กับบุคคลบางคน” ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาจากทางด้านนอกคฤหาสน์ เสียงนั้น… ดังมาจากทิศทางของปีกที่อยู่ห่างออกไป “นั่นมันเสียงอะไร!” กวินทร์ถาม “เหมือนเสียง… พิมรดา!” อธิปัตย์อุทาน ทุกคนรีบวิ่งกลับไปยังทิศทางของเสียง ทิ้งแผนผังและจี้ห้อยคอไว้เบื้องหลัง ความหวาดกลัวและความไม่แน่นอนถาโถมเข้าใส่พวกเขาอีกครั้ง พิมรดา… หายไปไหน? และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความมืดมิดนี้? “เงาแห่งอดีต” กำลังจะเผยโฉมหน้าอันน่าสะพรึงกลัวของมันออกมาแล้ว.

3,539 ตัวอักษร