เสียงกระซิบจากอดีต
สัญลักษณ์ลึกลับบนเศษผ้าทำให้สารวัตรพยัคฆ์สงสัยในตัวมาลิน แต่เมื่อเขากลับไปที่ห้องเก็บสมบัติอีกครั้ง เขากลับพบหลักฐานที่พาเขาดำดิ่งสู่พิธีกรรมโบราณอันน่าสะพรึงกลัว! เสียงกระซิบที่อาจารย์พงษ์ได้ยิน… คือเสียงเรียกจากใครกันแน่?
สารวัตรพยัคฆ์ยืนตะลึงเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนเศษผ้านั้น มันเป็นสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นในการสืบสวนคดีลัทธิบูชายัญเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเป็นคดีที่ปิดไม่ลงและเต็มไปด้วยความคลุมเครือ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความสงสัยและความตื่นเต้น เขาเดินตรงกลับไปยังห้องสอบสวนที่มาลินนั่งรออยู่
“คุณมาลิน… เครื่องประดับที่คุณใส่อยู่… ที่คอของคุณ… มีสัญลักษณ์นี้อยู่ใช่ไหม?” สารวัตรพยัคฆ์ชูเศษผ้าที่มีสัญลักษณ์ขึ้น
มาลินเบิกตากว้างอย่างตกใจ เธอรีบยกมือขึ้นสัมผัสสร้อยคอที่เธอสวมอยู่ ซึ่งมีจี้รูปสัญลักษณ์เดียวกันห้อยอยู่
“คุณ… คุณรู้ได้อย่างไรคะ?” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “นี่มัน… ของที่ฉันได้รับมา… จาก… จากท่านอาจารย์ค่ะ”
“อาจารย์พงษ์ให้คุณมา?” สารวัตรพยัคฆ์ถามย้ำ “เขาไม่ได้บอกคุณเกี่ยวกับความหมายของมัน หรือสัญลักษณ์นี้เกี่ยวข้องกับอะไร?”
มาลินส่ายหน้า “ท่านอาจารย์บอกแค่ว่า… มันเป็นของเก่าแก่… และมีความสำคัญ… ท่านบอกว่ามันจะช่วยปกป้องฉัน…”
“ปกป้อง? จากอะไร?” สารวัตรพยัคฆ์กดดัน “มาลิน… คุณต้องบอกความจริงผมทั้งหมด ตอนนี้อาจารย์พงษ์เสียชีวิตไปแล้ว และมีชิ้นส่วนสำคัญของหน้ากากหายไป คุณเห็นอะไรในคืนนั้นจริงๆ?”
มาลินหลับตาลงราวกับกำลังรวบรวมความกล้า “ฉัน… ฉันกลัวค่ะ… แต่… ฉันจะบอกค่ะ” เธอสูดหายใจลึก “หลังจากที่ฉันออกจากห้องเก็บสมบัติไป… ฉันก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ… ฉันเลยแอบกลับมาดู… และฉันเห็น… ฉันเห็นท่านอาจารย์… เขากำลัง… กำลังทำพิธีบางอย่าง…”
“พิธีอะไร?”
“ท่านกำลัง… นำส่วนหนึ่งของหน้ากาก… ไปวางไว้บนแท่น… และท่านกำลังสวดมนต์… เป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย… เสียงสวดมนต์นั้น… มันน่ากลัวมากค่ะ… แล้ว… แล้วก็… ฉันได้ยินเสียง… เสียงที่ดังมาจากในห้อง… เสียงกระซิบ… มันบอกว่า… ‘ปลดปล่อยข้า… ปลดปล่อยข้า… ชิ้นส่วนของข้า… ยังไม่ครบ…’”
สารวัตรพยัคฆ์รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า “แล้วคุณเห็นอะไรอีก?”
“ฉันเห็น… แสงสว่างวาบขึ้น… และ… แล้วก็… ทุกอย่างก็มืดมิดไป…” มาลินตัวสั่น “พอฉันลืมตาขึ้น… ฉันก็เห็น… ท่านอาจารย์… นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น… และ… และชิ้นส่วนของหน้ากาก… ก็หายไป…”
“แล้วเงาที่คุณเห็นก่อนหน้านี้ล่ะ?”
“ฉันคิดว่า… มันคือ… สิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมา… ค่ะ” มาลินตอบด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “มันกำลังตามหา… ชิ้นส่วนที่เหลือ… เพื่อจะกลับมา… สมบูรณ์อีกครั้ง…”
สารวัตรพยัคฆ์กำลังประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ คำว่า “ปลดปล่อย” และ “ชิ้นส่วนที่ยังไม่ครบ” ทำให้เขาอดนึกถึงเรื่องราวของหน้ากากเทพเจ้าไม่ได้ ถ้าหน้ากากนี้มีอำนาจในการสื่อสารกับโลกหลังความตายจริงๆ… มันอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกกักขังไว้ในอดีตก็ได้
“คุณแน่ใจนะว่าเสียงนั้นมาจากไหน?”
“มาจาก… ข้างใน… แท่นบูชาค่ะ… เหมือนมันถูกผนึกไว้…”
สารวัตรพยัคฆ์ตัดสินใจว่าต้องกลับไปที่ห้องเก็บสมบัติอีกครั้ง เขารู้สึกว่าเขาได้เบาะแสสำคัญแล้ว เขาขอให้มาลินอธิบายลักษณะของแท่นบูชาอย่างละเอียด
เมื่อกลับมาถึงห้องเก็บสมบัติ แสงไฟสลัวๆ ยังคงส่องให้เห็นฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ สารวัตรพยัคฆ์เดินตรงไปยังแท่นบูชาที่เคยตั้งหน้ากากเทพเจ้า เขาสำรวจรอบๆ อย่างละเอียด และแล้วเขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง… รอยสลักที่พื้นใต้แท่นบูชา… มันเป็นสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนกว่าที่เห็นบนเศษผ้ามากนัก
“จ่าสมชาย! มาดูนี่!” สารวัตรพยัคฆ์เรียกให้จ่าสมชายเข้ามาดู
“นี่มัน… สัญลักษณ์สำหรับการผนึกเลยนะครับท่าน!” จ่าสมชายอุทาน “ดูเหมือนว่า… แท่นบูชานี้… จะเคยใช้เป็นที่กักขังอะไรบางอย่าง…”
“และอาจารย์พงษ์… เขาอาจจะกำลังพยายามปลดปล่อยมัน… โดยไม่ตั้งใจ” สารวัตรพยัคฆ์พูดเสริม “แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?”
“อาจจะเป็นไปได้ว่า… ท่านกำลังถูกชักจูง… โดยสิ่งที่ถูกผนึกอยู่ข้างใน…” จ่าสมชายเสนอ
ทันใดนั้นเอง… เสียงกระซิบที่แหบพร่าและเย็นยะเยือกก็ดังขึ้นอีกครั้ง… คราวนี้มันดังมาจาก… ใกล้กับหูของสารวัตรพยัคฆ์! “เจ้า… ก็สัมผัสได้… ถึงพลัง… ของข้า… ใช่หรือไม่…”
สารวัตรพยัคฆ์สะดุ้งเฮือก! เขาหันขวับไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่พบอะไร! แต่น้ำเสียงนั้น… มันเหมือนกำลังพูดกับเขาโดยตรง! และมันก็เหมือนกับเสียงที่มาลินได้ยิน…
“อะไรนะครับท่าน?” จ่าสมชายถาม
“ไม่… ไม่มีอะไรจ่า” สารวัตรพยัคฆ์พยายามควบคุมเสียงให้เป็นปกติ “แต่ผมว่า… เราต้องรีบหาชิ้นส่วนที่เหลือของหน้ากากให้เจอ… ก่อนที่… ก่อนที่มันจะสมบูรณ์…”
เขารู้สึกถึงความอันตรายที่กำลังคุกคาม… ไม่ใช่แค่กับตัวเขา… แต่กับทุกคน! เสียงกระซิบนั้น… มันกำลังตามหาเขา… และมันรู้… ว่าเขา… ก็สัมผัสได้… ถึงพลังของมัน…
แต่ในขณะที่เขากำลังรู้สึกถึงความหวาดกลัวนั้นเอง… สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เศษผ้าที่เขายังไม่ได้เอาออกทั้งหมด… มันคือ… กล่องไม้เล็กๆ ที่แกะสลักลวดลายโบราณ… และที่ฝากล่อง… มีรอยประทับ… เป็นรูป… ดวงตา… ที่เหมือนกับที่มาลินเคยเห็น… และเมื่อเขาค่อยๆ เปิดมันออก… เขาก็พบ… สิ่งที่อาจารย์พงษ์ซ่อนไว้… สิ่งที่ถูกขโมยไป… ไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนของหน้ากาก… แต่เป็น… บางสิ่งบางอย่างที่เล็กกว่า… และมีพลังอำนาจ… ที่มองไม่เห็น…
และในขณะที่สารวัตรพยัคฆ์กำลังจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกล่องด้วยความตกตะลึง… เขาก็รู้สึกถึงลมหายใจเย็นยะเยือกที่รดต้นคอ… และเสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง… “ในที่สุด… ก็พบแล้ว…”
199 ตัวอักษร