เงาอดีตตามหลอนในวังโบราณ

ตอนที่ 3 / 35

ตอนที่ 3 — ภาพหลอนในห้องโถง

อรวรรณและอาจารย์พงษ์สวัสดิ์วิ่งออกมาจากวังเจริญรัตน์จนกระทั่งถึงรถยนต์ที่จอดรออยู่ พวกเขารีบขึ้นรถและขับออกไปทันที โดยไม่หันกลับไปมองอาคารต้องสาปแห่งนั้นเลยสักครั้ง “นี่มัน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับอาจารย์?” คนขับรถหนุ่มเอ่ยถามเสียงสั่น “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ตอบเสียงหอบ “แต่เราจะไม่กลับไปที่นั่นอีก” อรวรรณยังคงนั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง ดวงตาของเธอเหม่อลอย ราวกับภาพที่เห็นในวังยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ “เสียง… เสียงพวกนั้น… มันจริงหรือคะอาจารย์?” เธอถามเสียงแผ่วเบา “ฉันไม่รู้” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว “แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันอธิบายได้ยากจริงๆ” เมื่อกลับมาถึงมหาวิทยาลัย อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ได้เรียกประชุมทีมวิจัยทันที “ฉันตัดสินใจแล้วว่า เราจะไม่ศึกษาเรื่องวังเจริญรัตน์อีกต่อไป” ท่านกล่าว “มันอันตรายเกินไป” อรวรรณรู้สึกโล่งใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ต้องทิ้งงานวิจัยที่น่าสนใจนี้ไป “แต่… สมุดบันทึกของพระสนมบุปผา…” เธอเอ่ยขึ้น “ฉันจะเก็บสมุดเล่มนั้นไว้เอง” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ตอบ “และฉันจะลองค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับพระสนมพระองค์นี้อย่างเงียบๆ” วันเวลาผ่านไป อรวรรณพยายามทำใจให้ลืมเรื่องราวที่วังเจริญรัตน์ แต่ภาพหลอนและเสียงกระซิบยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอเสมอ เธอเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้ายซ้ำๆ เกี่ยวกับวังร้างแห่งนั้น คืนหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังจะหลับ เธอก็ได้ยินเสียงเพลงบรรเลงแผ่วเบาดังมาจากนอกหน้าต่าง เสียงเพลงนั้นเศร้าสร้อยและวังเวง ราวกับเสียงเพลงจากยุคโบราณ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่านออก และมองออกไปข้างนอก สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอแทบหยุดหายใจ กลางสวนสาธารณะที่มืดสนิท มีกลุ่มคนกำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน สวมใส่ชุดโบราณที่งดงาม ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ… พวกเขาดูเหมือนจะเป็นเงาที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน “นั่น… นั่นมันอะไรกัน?” อรวรรณพึมพำเสียงสั่น ทันใดนั้นเอง ดวงตาของเธอพลันเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งที่ยืนอยู่นอกวงเต้นรำ ร่างนั้นคือสตรีในชุดโบราณสีเข้ม ดวงตาของเธอแดงก่ำ และมีน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอคือสตรีที่อรวรรณเคยเห็นในวังเจริญรัตน์! สตรีในเงากระซิบคำบางอย่างกับอรวรรณ แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าจะจับใจความได้ จากนั้น เธอก็หันกลับไปเต้นรำกับเหล่าเงาเหล่านั้นต่อ อรวรรณรีบปิดหน้าต่างทันที หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง “มัน… มันกำลังตามมาจริงๆ” เธอคิด เช้าวันต่อมา อรวรรณตัดสินใจไปพบอาจารย์พงษ์สวัสดิ์ “อาจารย์คะ… หนู… หนูเห็นพวกเขาอีกแล้วค่ะ” เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ท่านฟัง อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าของท่านเคร่งเครียด “เป็นไปได้ว่า… วิญญาณของผู้อยู่อาศัยในวังเจริญรัตน์… กำลังพยายามสื่อสารกับเรา” “แต่… ทำไมต้องเป็นหนูคะอาจารย์? หนูเป็นแค่นักโบราณคดี ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเลย” อรวรรณถาม “บางที… เธออาจจะเป็นคนเดียวที่สัมผัสถึงพวกเขาได้” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว “หรือบางที… สมุดบันทึกของพระสนมบุปผา… อาจมีบางอย่างที่เชื่อมโยงเธอเข้ากับเรื่องราวเหล่านี้” “แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ?” อรวรรณถาม “เราต้องกลับไปที่วังเจริญรัตน์อีกครั้ง” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์ตัดสินใจ “แต่คราวนี้… เราจะไปพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญด้านอาถรรพ์” อรวรรณรู้สึกใจหายวาบ เธอไม่แน่ใจว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่ากลัวนั้นอีกครั้งหรือไม่ แต่เธอก็รู้ดีว่า… มันอาจเป็นหนทางเดียวที่จะไขปริศนาของวังเจริญรัตน์ และปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ถูกจองจำให้เป็นอิสระ คืนนั้น ขณะที่อรวรรณกำลังจะเข้านอน เธอหยิบสมุดบันทึกของพระสนมบุปผาขึ้นมา เปิดไปยังหน้าที่เธออ่านค้างไว้ “‘หากข้าไม่สามารถหยุดยั้งแผนการของเขาได้… ทุกคนจะต้องรับรู้ถึงความจริงที่ถูกซ่อนเร้น…’” “ความจริงที่ถูกซ่อนเร้น…” อรวรรณพึมพำ “อะไรคือความจริงนั้นกันแน่?” ทันใดนั้นเอง เธอก็สังเกตเห็นรอยหมึกบางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวอักษร เธอหยิบแว่นขยายมาส่องดู และพบว่ามันคือข้อความที่เขียนด้วยหมึกที่ซีดจางกว่าข้อความอื่นๆ “‘…เขา… ท่านอัครมหาดเล็ก… ลอบปลงพระชนม์… เพื่อแย่งชิงอำนาจ… ข้า… รู้ความลับ… เขาตามล่าข้า… เพื่อปิดปาก…’” อรวรรณตกตะลึง “ปลงพระชนม์? แย่งชิงอำนาจ? นี่มัน… เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต หรือเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น?” ขณะที่เธอกำลังขบคิด จู่ๆ ประตูห้องนอนของเธอก็ถูกเปิดออกอย่างแรง แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนของผู้ชายคนหนึ่ง “คุณอยู่ไหนอรวรรณ! มีคนพยายามเข้ามาในห้องคุณ!” อรวรรณหันไปมอง และเห็นอาจารย์พงษ์สวัสดิ์ยืนอยู่ตรงประตู พร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย “อาจารย์!” อรวรรณอุทาน “เกิดอะไรขึ้นคะ?” “คุณปลอดภัยแล้ว” อาจารย์พงษ์สวัสดิ์กล่าว “แต่… ดูเหมือนว่า… เรื่องราวทั้งหมด… จะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น” อรวรรณมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท้องฟ้ายามค่ำคืนยังคงมืดมิด แต่บัดนี้ เธอรู้สึกได้ถึงเงาบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา… เงาที่มาจากอดีต… และกำลังจะกลืนกินอนาคตของเธอ.

4,055 ตัวอักษร