อุโมงค์มรณะเชื่อมต่อโลกวิญญาณ

ตอนที่ 2 / 35

ตอนที่ 2 — เสียงกระซิบจากอีกมิติ

แสงสีเขียวอมม่วงส่องสว่างออกมาจากวงกลมบนผนังอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง เป็นแสงที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีความร้อน และให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกราวกับมาจากโลกอื่น ธีระยืนนิ่งอยู่หน้าประตูมิตินั้น สายตาของเขาสอดส่องเข้าไปในความว่างเปล่าสีสันสดใสที่อยู่เบื้องหน้า ราวกับกำลังพยายามอ่านความหมายของมัน “ประตูมิติเหรอครับ?” ณัฐเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่สภาพแวดล้อมและปรากฏการณ์ที่เห็นตรงหน้ามันช่างขัดแย้งกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เขายึดถือมาตลอด “มันดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น” ธีระตอบ เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับแสงนั้นอย่างระมัดระวัง “รู้สึกเย็น…เหมือนสัมผัสกับน้ำแข็ง” “อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามนะครับ” เมย์เตือน เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “เราไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร หรือมันจะอันตรายแค่ไหน” “ผมรู้” ธีระพยักหน้า “แต่เรามาถึงนี่แล้ว เราต้องหาคำตอบให้ได้” ปอมยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพอย่างไม่ลดละ เขาพยายามจับภาพแสงสีสันฉูดฉาดนั้นให้ได้มากที่สุด แต่ทุกครั้งที่เขามองผ่านเลนส์ ภาพที่ปรากฏก็ดูบิดเบี้ยว ไม่ชัดเจน เหมือนกับว่ามีบางสิ่งกำลังรบกวนสัญญาณของกล้อง “ภาพมันเบลอไปหมดเลยครับ” ปอมบ่น “เหมือนมีพลังงานอะไรบางอย่างกำลังรบกวน” “น่าจะเป็นผลกระทบจากสนามพลังงานที่มองไม่เห็น” ณัฐเดา “ถ้ามันคือประตูมิติจริง อาจจะมีผลกระทบต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม มันไม่ใช่เสียงกระซิบธรรมดา แต่มันเหมือนมีหลายเสียงปะปนกัน เป็นเสียงที่ฟังดูโหยหวน สื่อถึงความเจ็บปวดและความปรารถนาอันแรงกล้า “ได้ยินไหม?” เมย์ถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “มันเหมือนกับ…มันกำลังเรียกหาพวกเรา” “ฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง” ณัฐกล่าว มือของเขากำแน่น “มันเหมือนกับมีบางอย่างกำลังพยายามสื่อสารกับเรา” ธีระหลับตาลง เขารู้สึกได้ถึงกระแสความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา มันไม่ใช่แค่เสียงกระซิบ แต่เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน เป็นความปรารถนาที่จะข้ามผ่าน กำลังดึงดูดพวกเขาเข้าไป “มันคือเสียงของ…วิญญาณ” ธีระพูดเสียงเบา “ไม่ใช่เสียงของมนุษย์” คำพูดของธีระทำให้ทุกคนยิ่งตกใจ ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด “วิญญาณ?” ปอมถามเสียงสั่น “หมายความว่าไงครับ?” “ผมไม่แน่ใจ” ธีระส่ายหน้า “แต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่หลุดมาจากอีกมิติหนึ่ง เป็นความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความโหยหา” ทันใดนั้น แสงสีเขียวอมม่วงที่ประตูมิติก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง จนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังตา เสียงกระซิบก็ดังขึ้นพร้อมกัน กลายเป็นเสียงร้องโหยหวนที่ฟังดูน่าขนลุก “อ๊ากกก!” เมย์กรีดร้องเมื่อเธอรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งมองไม่เห็นกำลังคว้าแขนของเธอ “เมย์!” ธีระรีบหันไปคว้าแขนของเธอไว้ “เกิดอะไรขึ้น?” “ฉัน…ฉันรู้สึกเหมือนมีคนจับแขนฉันไว้” เมย์พูดเสียงสั่น เธอพยายามดึงแขนออก แต่กลับรู้สึกเหมือนถูกดึงไปทางประตูมิติ ปอมและณัฐรีบเข้ามาช่วยกันดึงเมย์ออกจากแรงดึงที่มองไม่เห็นนั้น ขณะที่พวกเขาต่อสู้กับแรงลึกลับนั้นเอง ร่างของผีดิบตนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ขอบประตูมิติ มันคือร่างของมนุษย์ที่มีผิวหนังซีดเซียว ดวงตาเบิกโพลงไร้แวว และสวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น มันยื่นมือที่ผอมเกร็งออกมาทางเมย์ “ผี!” ปอมตะโกนสุดเสียง ธีระผลักเมย์ไปข้างหลัง ก่อนจะเงื้อเครื่องมือที่ถืออยู่ตีเข้าใส่ร่างผีดิบนั้น แรงตีของเขาดูเหมือนจะไม่มีผล ร่างผีดิบนั้นเพียงแต่สั่นสะท้านเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยื่นมือออกมาหาเมย์อย่างไม่ลดละ “มันพยายามจะลากเมย์เข้าไป!” ณัฐตะโกน เขาพยายามดึงเมย์กลับมา แต่แรงดึงของผีดิบนั้นแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ “พวกเราต้องปิดมัน!” ธีระตะโกน เขากระชากเครื่องมือออกจากมือของผีดิบ ก่อนจะหันไปตะโกนสั่ง “ณัฐ! หาอะไรมาอุดช่องนี้ให้เร็วที่สุด!” ณัฐรีบหันไปมองรอบๆ เขาเห็นก้อนหินขนาดเล็กที่ตกอยู่ริมทางเดิน เขาคว้ามันมาอย่างรวดเร็ว “ผมจะลองอุดดู!” ขณะที่ณัฐกำลังพยายามนำก้อนหินไปอุดประตูมิตินั้น ร่างผีดิบอีกหลายตนก็เริ่มปรากฏขึ้นที่ขอบประตู พวกมันมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันไป บางตนดูเหมือนจะเป็นเด็ก บางตนดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงแก่ แต่ทุกตนล้วนมีดวงตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหิวกระหาย “เยอะขึ้นเรื่อยๆ!” เมย์ร้องอย่างตกใจ “เร็วเข้า ณัฐ!” ธีระตะโกน เขากระหน่ำตีร่างผีดิบตนแรกอย่างไม่ยั้งมือ ปอมเองก็พยายามหาอะไรมาป้องกันตัว เขาหยิบเศษหินที่แข็งแรงมาถือไว้ในมือ ณัฐพยายามดันก้อนหินเข้าไปในช่องประตูมิติ แต่ก้อนหินนั้นมีขนาดเล็กเกินไป มันไม่สามารถปิดช่องว่างขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์ และแรงดึงจากอีกฝั่งก็ยังคงมีอยู่ “มันไม่ได้ผล!” ณัฐตะโกน “ช่องมันใหญ่เกินไป!” “ถอยออกมา!” ธีระตะโกนสั่ง “พวกเราต้องหาทางอื่น!” พวกเขาถอยออกมาจากประตูมิติอย่างรวดเร็ว ร่างผีดิบหลายตนเริ่มคลานออกมาจากช่องนั้นอย่างเชื่องช้า แต่ก็ยังคงมุ่งหน้ามาหาพวกเขา “มันกำลังออกมา!” ปอมพูด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “เราต้องรีบออกไปจากที่นี่!” เมย์กล่าว เธอพยายามวิ่งนำหน้าไป แต่ก็ถูกธีระดึงแขนไว้ “ใจเย็นก่อนเมย์! เราต้องไปพร้อมกัน!” ธีระบอก “ทุกคน! ถอยหลัง! ไปทางเดิมที่เราเข้ามา!” พวกเขารีบวิ่งย้อนกลับไปทางปากถ้ำอย่างไม่คิดชีวิต เสียงฝีเท้าของผีดิบที่คลานตามมาดังไล่หลังมาติดๆ แสงไฟฉายที่ส่องไปข้างหน้าสั่นไหวอย่างน่ากลัว “มันตามเรามา!” ปอมร้อง “วิ่งเร็วเข้า!” ธีระเร่ง เมื่อพวกเขาออกมาถึงบริเวณที่กว้างขึ้นของถ้ำ ธีระก็หันกลับไปมอง เขาเห็นร่างผีดิบเหล่านั้นหยุดอยู่เพียงแค่ปากทางเข้าอุโมงค์ มันไม่กล้าที่จะก้าวออกมาสู่แสงสว่างของถ้ำด้านนอก “มันกลัวแสง” ธีระสังเกต “หรือว่ามันไม่สามารถทนอยู่ในโลกของเราได้นาน” “แล้วเราจะทำยังไงต่อครับ?” ณัฐถาม เมื่อหายใจหอบเหนื่อย “เราต้องหาทางปิดอุโมงค์นั่นให้ได้” ธีระกล่าวเสียงหนักแน่น “ก่อนที่พวกมันจะหาทางออกมาได้มากกว่านี้” “แต่เราจะปิดมันยังไง?” เมย์ถาม “เราไม่มีเครื่องมืออะไรที่สามารถปิดประตูมิติได้” ธีระมองเข้าไปในอุโมงค์มืดที่เต็มไปด้วยความลึกลับและความน่ากลัว “ผมไม่รู้…แต่เราต้องพยายาม” พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความตื่นเต้นจากการค้นพบได้ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวและความกังวลอย่างรุนแรง การผจญภัยของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และดูเหมือนว่ามันกำลังจะกลายเป็นฝันร้ายที่ยากจะตื่น

5,008 ตัวอักษร