ต้นตะเคียนทองสิงจิตมนุษย์

ตอนที่ 7 / 35

ตอนที่ 7 — พลวัตเหนือธรรมชาติสถิตร่าง

เสียงไม้ลั่นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ภายในท่อนไม้ตะเคียนทอง กำพลเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขาจ้องมองไปยังท่อนไม้ด้วยความหวาดผวา เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง อรวรรณที่นอนซมอยู่บนเตียงก็พลันชักกระตุกเล็กน้อย ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับฉายแววตื่นตระหนกอีกครั้ง "พ่อ...หนู...หนูรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะออกมาจากต้นไม้นั่น" อรวรรณกระซิบเสียงสั่นเครือ เธอกระชับผ้าห่มที่คลุมกายไว้แน่น พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะที่มีอยู่ กำพลไม่รอช้า รีบสาวเท้าเข้าไปหาลูกสาวทันที เขากอดอรวรรณไว้แนบอก พยายามส่งความอบอุ่นและกำลังใจผ่านอ้อมกอดนั้น "ไม่เป็นไรนะลูก พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัว" เสียงไม้ลั่นยังคงดังต่อเนื่อง ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะฉีกกระชากเนื้อไม้ให้แยกออกจากกัน เปลือกไม้สีทองอร่ามที่เคยดูสงบนิ่ง บัดนี้กลับมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นหลายจุด แสงสว่างประหลาดลอดผ่านรอยร้าวเหล่านั้นออกมาเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวทวีคูณ "มัน...มันไม่ปกติแล้ว" กำพลพึมพำ เขาปล่อยมือจากลูกสาว แล้วก้าวถอยหลังไปอีกสองสามก้าว สายตายังคงจับจ้องไปยังท่อนไม้ด้วยความระแวง "นี่มันไม่ใช่แค่ไม้ธรรมดาจริงๆ" ทันใดนั้นเอง รอยร้าวบนท่อนไม้ก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังออกมาจากภายใน มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่แหลมสูง เย็นยะเยือก และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับมาจากอีกภพหนึ่ง กำพลหน้าซีดเผือด เขารู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดหัวใจจนแทบจะหยุดหายใจ "อรวรรณ! วิ่งออกไปจากที่นี่!" กำพลตะโกนลั่น พยายามผลักลูกสาวให้ลุกขึ้น แต่อรวรรณกลับไม่ขยับ เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง สายตาจับจ้องไปยังท่อนไม้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มีทั้งความหวาดกลัว ความเศร้า และ...ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง "พ่อคะ...หนู...หนูไม่รู้สึกกลัวอีกแล้ว" "อะไรนะลูก!" กำพลอุทานด้วยความตกใจ "ลูกพูดอะไรออกมา" "หนู...หนูได้ยินเสียงกระซิบอีกแล้วค่ะพ่อ" อรวรรณกล่าว น้ำเสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนไป ไม่มีความสั่นเครือหรือหวาดกลัวเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบนิ่งเยือกเย็น "เสียงนั้น...บอกให้หนูอยู่ตรงนี้...บอกว่าเธอ...เธอต้องการอะไรบางอย่างจากหนู" "ใครกันแน่ที่ต้องการอะไรจากลูก!" กำพลตะคอกเสียงดัง เขาเดินเข้าไปหาอรวรรณอีกครั้ง ตั้งใจจะดึงตัวลูกสาวออกไปให้พ้นจากอันตราย แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาสะท้อนบางอย่างที่ปรากฏขึ้นบนผิวไม้ตะเคียนทอง มันคือเงาของหญิงสาวนางหนึ่ง สวมชุดไทยโบราณ งดงามราวกับรูปปั้น แต่ดวงตาของเธอฉายแววเศร้าสร้อยและอาฆาตแค้น เงาของเธอขยับไหวอย่างช้าๆ ราวกับมีชีวิต "คุณ...คุณเป็นใคร!" กำพลถามเสียงสั่น เงาหญิงสาวบนท่อนไม้ไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับค่อยๆ ชูมือขึ้นมา แล้วชี้มาทางอรวรรณ แสงสีทองอร่ามจากท่อนไม้ก็พลันพุ่งเข้าใส่ร่างของอรวรรณอย่างรวดเร็ว "อรวรรณ!" กำพลร้องเรียกชื่อลูกสาวสุดเสียง เขาพุ่งเข้าไปจะคว้าตัวลูกสาว แต่ก็สายเกินไปแล้ว แสงสีทองสว่างวาบกลืนกินร่างของอรวรรณไปจนหมดสิ้น เมื่อแสงนั้นจางหายไป ร่างของอรวรรณก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ ดวงตาของเธอ บัดนี้ไม่ใช่แววตาที่ว่างเปล่าอีกต่อไป หากแต่ฉายแววอำมหิต เย็นชา และเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ "แก...แกมาทำอะไรที่นี่" เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอของอรวรรณ บัดนี้ไม่ใช่เสียงของลูกสาวเขาอีกต่อไป มันเป็นเสียงที่แหบพร่า เย็นยะเยือก และดังมาจากที่ไหนสักแห่งที่ลึกเข้าไปภายใน "แก...แกบังอาจมารบกวนที่ของข้าหรือ!" กำพลยืนตะลึงอ้าปากค้าง เขาไม่เชื่อในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า นี่มันเป็นไปได้อย่างไร ลูกสาวของเขาถูกครอบงำโดยสิ่งชั่วร้ายที่สิงสถิตอยู่ในท่อนไม้ตะเคียนทองต้นนั้น "อรวรรณ...ลูก...ลูกฟังพ่อสิ" กำพลพยายามพูดให้เสียงของเขามั่นคงที่สุด แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "อรวรรณ...ไม่มีอยู่แล้ว" เสียงของอรวรรณตอบกลับมาอย่างเย็นชา "บัดนี้...มีเพียง 'นาง' ที่จะอยู่ ณ ที่แห่งนี้" พร้อมกันนั้น ร่างของอรวรรณก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ท่าทางของเธอเปลี่ยนไป ดูสง่างามและทรงพลังอย่างประหลาด ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองวาววับ ราวกับมีเปลวเพลิงกำลังลุกโชนอยู่ภายใน "แก...แกมันเป็นใครกันแน่!" กำพลถามอีกครั้ง เขากำหมัดแน่น พยายามรวบรวมความกล้าหาญที่มีอยู่ทั้งหมด "ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งผืนป่า...ข้าคือ 'นางตะเคียน' ผู้มีฤทธานุภาพ" เสียงของอรวรรณประกาศก้อง "และเจ้า...เจ้าผู้บังอาจเข้ามาตัดต้นไม้ของข้า...เจ้าต้องชดใช้!" กำพลถอยหลังกรูด เขารู้สึกราวกับถูกพลังงานมหาศาลกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก นี่ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรได้

3,767 ตัวอักษร