ภาพวาดต้องสาปในแกลเลอรี่

ตอนที่ 1 / 35

ตอนที่ 1 — จิตรกรผู้เห็นวิญญาณและแกลเลอรี่ต้องสาป

สายลมยามบ่ายแก่พัดพาเอาไอเย็นจางๆ จากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาปะทะใบหน้าของ "เมธา" จิตรกรหนุ่มร่างผอมสูง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและฝุ่นละออง กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่ในวันนี้ มันกลับเจือปนไปด้วยกลิ่นบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ กลิ่นเหมือนน้ำค้างยามเช้าที่เกาะอยู่บนใบไม้ที่เริ่มเหี่ยวเฉา ชวนให้รู้สึกหวั่นไหว "คุณเมธาคะ ท่านเจ้าของแกลเลอรี่โทรมาค่ะ" เสียงหวานใสของ "น้ำมนต์" เลขาสาวประจำตัวดังขึ้นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เมธาขานรับในลำคอเบาๆ มือข้างหนึ่งยังคงจับพู่กันที่เปื้อนสีเข้มไว้แน่น "ว่าไงครับคุณน้ำมนต์" "ท่านเจ้าสัววิรัชฝากมาแจ้งเรื่องงานด่วนค่ะ พอดีท่านกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ เลยอยากให้คุณเมธาไปดูแลแกลเลอรี่ 'ศิลป์สถิต' แทนท่านสักระยะหนึ่งค่ะ" น้ำมนต์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "แล้วก็... ท่านบอกว่าที่นั่นมีภาพวาดที่พิเศษมากๆ รอคุณเมธาอยู่ค่ะ" "พิเศษ?" เมธาเลิกคิ้ว เขาเคยได้ยินชื่อแกลเลอรี่นี้มาบ้าง เป็นแกลเลอรี่เก่าแก่ใจกลางเมืองที่รวบรวมผลงานศิลปะล้ำค่าจากหลายยุคหลายสมัย แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม "แล้วผมต้องไปเมื่อไหร่ครับ" "พรุ่งนี้เช้าเลยค่ะคุณเมธา ท่านอยากให้คุณเมธาไปทำความคุ้นเคยกับสถานที่และงานก่อนที่จะมีงานแสดงครั้งใหญ่ในอีกสามเดือนข้างหน้าค่ะ" เมธาถอนหายใจเบาๆ งานด่วนที่ไม่คาดคิด เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมารับหน้าที่ดูแลแกลเลอรี่มาก่อน ปกติเขาจะใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่กับงานศิลปะของตัวเองในสตูดิโอแห่งนี้ แต่เมื่อได้ยินคำว่า "ภาพวาดที่พิเศษ" บางอย่างในตัวเขาก็พลันตื่นตัวขึ้นมา ความพิเศษที่ว่านั้นอาจไม่ใช่แค่ความงดงามทางศิลปะ แต่เป็นสิ่งที่มากกว่านั้น อาจเป็นบางสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น... สิ่งที่เขามองเห็น เมธาเป็นคนพิเศษมาตั้งแต่เกิด เขามองเห็น "เงา" ที่เกาะอยู่รอบตัวผู้คน มองเห็น "แสง" ที่เลือนรางจากผู้ที่จากโลกนี้ไปแล้ว วิญญาณของผู้คนที่ยังมีห่วงผูกพัน หรือสิ่งที่หลงเหลืออยู่บนโลกนี้ เขาเคยพยายามบอกเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง แต่กลับถูกมองว่าเป็นคนเพี้ยน ถูกพาไปหาหมอ แต่เมื่อโตขึ้น เขาก็ยอมรับในความสามารถพิเศษนี้ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเงียบๆ "รับทราบครับคุณน้ำมนต์ ฝากขอบคุณท่านเจ้าสัวด้วย แล้วผมจะไปตามนัดครับ" เมธาวางสายโทรศัพท์ลง เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินสวนกันไปมาบนท้องถนน แต่ละคนล้วนมีเงาสีเทาจางๆ เกาะอยู่รอบตัว บางเงาเข้ม บางเงาอ่อน บ้างก็เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า บ้างก็กระสับกระส่าย "แกลเลอรี่ศิลป์สถิต... ภาพวาดที่พิเศษ" เขาย้ำคำ เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าภาพวาดเหล่านั้นจะพิเศษอย่างไร มีวิญญาณของศิลปินที่สิงสถิตอยู่ หรือมีวิญญาณของผู้ที่ถูกวาดเป็นแบบอยู่เบื้องหลัง รุ่งเช้า เมธาเดินทางมาถึงแกลเลอรี่ศิลป์สถิต อาคารเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ผนังสีครีมอ่อนเคลือบเงา สะท้อนแสงแดดยามเช้าได้อย่างงดงาม ประตูไม้สักบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรเปิดอ้าต้อนรับเขา "สวัสดีครับ ผมเมธา จิตรกรที่จะมาช่วยดูแลแกลเลอรี่" เขาเอ่ยทักทายบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทสีดำที่ยืนรออยู่ตรงโถงทางเข้า "ยินดีต้อนรับครับคุณเมธา ผมสมชาย หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยของที่นี่ครับ ท่านเจ้าสัวฝากฝังไว้แล้วครับ เชิญด้านในเลยครับ" สมชายผายมือเชื้อเชิญด้วยท่าทีสุภาพ เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน กลิ่นอายของความเก่าแก่และความสง่างามก็โอบล้อมตัวเมธา พื้นหินอ่อนขัดเงาวับสะท้อนภาพเพดานสูงที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ ผนังสองข้างประดับด้วยภาพวาดนับร้อยชิ้น แต่ละชิ้นล้วนมีกรอบทองเหลืองอร่ามดูมีราคา แต่สิ่งที่ทำให้เมธาหยุดชะงักคือ "เงา" ที่เขาเห็น เขาเห็นเงาของคนจำนวนมากแฝงตัวอยู่ทั่วบริเวณนี้ บางเงาจางมากจนแทบจะมองไม่เห็น บางเงาก็มีรูปร่างที่ชัดเจนกว่าปกติ และที่แปลกคือ เงาเหล่านั้นส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเกาะอยู่กับ "ภาพวาด" "คุณสมชายครับ ภาพวาดพวกนี้... มีใครเคยมาแสดงที่นี่ก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหมครับ" เมธาถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ครับคุณเมธา ที่นี่รวบรวมผลงานของจิตรกรชื่อดังมากมาย ทั้งของไทยและต่างประเทศ มีทั้งงานเก่าแก่ที่ทางแกลเลอรี่สะสมไว้ และงานของศิลปินร่วมสมัยที่นำมาจัดแสดงหมุนเวียนครับ" สมชายตอบอย่างคล่องแคล่ว เมธาเดินสำรวจไปรอบๆ สายตาของเขากวาดมองไปที่ภาพวาดแต่ละภาพอย่างพินิจพิเคราะห์ ภาพวาดสีน้ำมันรูปหญิงสาวแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณ ดวงตาของเธอเศร้าสร้อยราวกับกำลังคร่ำครวญ ภาพวาดสีน้ำรูปเด็กชายกำลังวิ่งเล่นในทุ่งดอกไม้ รอยยิ้มของเด็กชายดูสดใส แต่รอบๆ ตัวเขากลับมีเงาจางๆ ที่ดูเหมือนกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาอาฆาต "ภาพนี้..." เมธาหยุดยืนนิ่งหน้าภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ ที่มีรูปชายหนุ่มในชุดทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึม แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และสิ่งที่ทำให้เมธาขนลุกซู่คือ เงาของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างหลังภาพ เขาเป็นเงาที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เมธาเคยเห็นมา เงาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง "ภาพนี้เป็นภาพวาดของขุนศึกผู้กล้าหาญในสมัยโบราณครับ วาดโดยศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศสเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าของแกลเลอรี่เลยครับ" สมชายอธิบาย "ขุนศึกผู้กล้าหาญ..." เมธาพึมพำ เขาเห็นเงาของชายหนุ่มอีกคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในภาพ ราวกับมีชีวิต "ผมรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจากภาพนี้ครับ" "พลังงาน?" สมชายเลิกคิ้ว มองเมธาด้วยความสงสัย "คุณเมธาหมายถึงอะไรครับ" "ผม... ผมแค่มองว่าภาพนี้มีชีวิตชีวามากครับ" เมธาตอบเลี่ยงๆ เขารู้ดีว่าไม่ควรเปิดเผยเรื่องการมองเห็นวิญญาณของเขา "แล้วภาพอื่นๆ ล่ะครับ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไหม" "แน่นอนครับคุณเมธา ภาพทุกภาพในแกลเลอรี่นี้ล้วนมีเรื่องราว เรื่องเล่า ประสบการณ์ของศิลปินที่ถ่ายทอดออกมา" สมชายยิ้ม "เดี๋ยวผมจะพาคุณเมธาไปชมห้องจัดแสดงส่วนตัวของท่านเจ้าสัวนะครับ ท่านสะสมงานศิลปะที่แปลกตาเอาไว้มาก" เมธาพยักหน้า เขาเดินตามสมชายไปเรื่อยๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพวาดที่ชวนให้ตั้งคำถาม และเงาที่มองไม่เห็นของคนทั่วไป แต่สำหรับเขาแล้ว เงาเหล่านั้นคือ "ผู้คน" ที่กำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่าง บางที... พวกเขาอาจกำลังรอคอยให้เขามาปลดปล่อย ห้องจัดแสดงส่วนตัวของเจ้าสัววิรัชตั้งอยู่ชั้นบนสุดของแกลเลอรี่ ประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงที่โอ่อ่ากว่าด้านล่างมาก แสงสลัวๆ จากโคมไฟตั้งพื้นสีทองสาดส่องไปยังภาพวาดขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังแต่ละด้าน "นี่คือห้องแสดงผลงานที่ท่านเจ้าสัวภาคภูมิใจที่สุดครับ" สมชายกล่าว "มีทั้งภาพวาดโบราณหายาก ภาพวาดที่มีมูลค่ามหาศาล และภาพวาดที่... มีเรื่องราวซับซ้อน" เมธาเดินเข้าไปสำรวจ สายตาของเขากวาดมองภาพวาดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว และแล้วเขาก็เห็นมันอีกครั้ง ภาพวาดสีน้ำมันรูปหญิงสาวงดงามในชุดราตรีสีดำ เธอกำลังมองตรงมาที่เขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า แต่รอบๆ ตัวเธอ กลับเต็มไปด้วยเงาที่บิดเบี้ยวราวกับกำลังกรีดร้อง "ภาพนี้... ชื่อว่าอะไรครับ" เมธาถาม เสียงสั่นเล็กน้อย "อ้อ ภาพนั้นชื่อ 'ราตรีที่ไร้ดาว' ครับ เป็นภาพวาดของหญิงสาวลึกลับที่ไม่มีใครทราบประวัติที่แท้จริงเลยครับ ศิลปินผู้วาดก็เป็นปริศนาเช่นกัน ถูกค้นพบในห้องใต้หลังคาของคฤหาสน์เก่าแห่งหนึ่งครับ" สมชายตอบ "หญิงสาวลึกลับ... ราตรีที่ไร้ดาว" เมธาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวในภาพ เขาเห็นเงาของเธอ สั่นไหวอยู่ภายในภาพนั้น ราวกับกำลังถูกกักขัง "ผมรู้สึกว่าเธอ... กำลังขอความช่วยเหลือ" "ขอความช่วยเหลือ? คุณเมธาพูดจริงหรือเปล่าครับ" สมชายทำหน้าฉงน "บางที... ภาพวาดเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ภาพวาดก็ได้ครับ" เมธาพูดเบาๆ พลางหันไปมองสมชาย "ผมว่าผมต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับที่นี่อีกสักหน่อยครับ" สมชายพยักหน้าอย่างเข้าใจ "แน่นอนครับคุณเมธา หากมีอะไรให้ผมช่วย บอกได้เลยนะครับ" เมธาเดินสำรวจไปทั่วห้องอีกครั้ง เขาเห็นเงาอีกมากมาย เกาะอยู่ตามภาพวาดต่างๆ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของมัน เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าสัววิรัชถึงอยากให้เขามาที่นี่ ภาพวาดเหล่านี้ "พิเศษ" จริงๆ และมันอาจกำลังต้องการ "เขา" เพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ถูกพันธนาการอยู่ภายใน

6,516 ตัวอักษร