ภาพวาดต้องสาปในแกลเลอรี่

ตอนที่ 21 / 35

ตอนที่ 21 — การปลดปล่อยและทางเลือกสุดท้าย

ชายสวมหน้ากากถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจนั้นดังแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง "ข้า... ข้าถูกสาปให้ต้องรับใช้ 'นายท่าน' ตลอดไป" เขาเริ่มเล่า "เมื่อหลายร้อยปีก่อน... นายท่านคือจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่... แต่เขาหมกมุ่นอยู่กับการค้นหาความเป็นอมตะ... จนได้ค้นพบวิธีที่จะถ่ายทอดชีวิต... ลงบนผืนผ้าใบ" "และนั่นคือที่มาของวิญญาณในภาพวาด?" เมธาถาม "ใช่" ชายสวมหน้ากากพยักหน้า "เขาใช้พลังงานของชีวิต... ผสมผสานกับศาสตร์มืด... สร้างภาพวาดที่สามารถกักขังวิญญาณไว้ได้... แต่มันก็ต้องแลกมาด้วย... การสูญเสียความเป็นมนุษย์ของเขาเอง" "แล้วลูกบาศก์นี่ล่ะ?" สมชายถาม "มันเกี่ยวข้องอะไร?" "เมื่อพลังของเขากล้าแข็งเกินไป... เขาก็เริ่มสูญเสียการควบคุม" ชายสวมหน้ากากอธิบาย "วิญญาณที่ถูกกักขังก็เริ่มแข็งข้อ... เขาจึงสร้างลูกบาศก์นี้ขึ้นมา... เพื่อเป็น 'เครื่องพันธนาการ'... ที่จะใช้ควบคุมวิญญาณเหล่านั้น... และที่สำคัญที่สุด... เพื่อกักขังตัวเขาเอง... ไม่ให้พลังอำนาจมืดกลืนกินเขาไปทั้งหมด" "แต่นายท่าน... ก็คือเขา... และเขาก็คือ 'นายท่าน' ในตอนนี้" อรพูด "แล้วใครล่ะคือคนที่คุณรับใช้?" "นายท่าน... ในตอนนี้... คือจิตสำนึกที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากพลังอำนาจมืด... และความปรารถนาที่จะทำลายล้างทุกสิ่ง" ชายสวมหน้ากากตอบ "ส่วนข้า... ข้าคือผู้ที่ถูกเขาผูกมัดไว้... ให้ทำหน้าที่ดูแลเครื่องพันธนาการนี้... และหา 'เหยื่อ' เพิ่มเติม... เพื่อเสริมพลังให้นายท่าน" "เหยื่อ?" เมธากล่าวด้วยความตกใจ "คุณหมายถึง... คนที่ถูกทำให้กลายเป็นวิญญาณในภาพวาด?" "ใช่... และผู้ที่เข้ามาในแกลเลอรี่นี้... โดยไม่รู้ตัว... ก็คือเป้าหมาย" ชายสวมหน้ากากกล่าว "จนกระทั่ง... พวกเจ้าเข้ามา... และทำลายความสมดุลของมัน" "แล้ว... เราจะปลดปล่อยวิญญาณทั้งหมดได้อย่างไร... โดยไม่ทำลายเครื่องพันธนาการนี้?" อรย้ำคำถามเดิม "มีวิธีเดียว" ชายสวมหน้ากากตอบ ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังลูกบาศก์หิน "คือต้อง... 'สะท้อน' พลังงานของนายท่าน... กลับไปหานายท่านเอง" "สะท้อน? หมายความว่ายังไง?" เมธาถาม "ในภาพวาดแต่ละภาพ... มีส่วนหนึ่งของวิญญาณนายท่าน... สถิตอยู่" ชายสวมหน้ากากอธิบาย "หากเราสามารถรวบรวมพลังงานจากวิญญาณเหล่านั้น... และส่งกลับไปที่เครื่องพันธนาการ... มันจะเกิดปฏิกิริยา... ที่จะทำให้นายท่านอ่อนแอลง... และวิญญาณที่ถูกกักขัง... ก็จะค่อยๆ เป็นอิสระ" "แล้วเราจะรวบรวมพลังงานนั้นได้อย่างไร?" สมชายถาม "รูปปั้นกิ้งก่ามีปีก... ที่อรถืออยู่... คือกุญแจสำคัญ" ชายสวมหน้ากากกล่าว "มันถูกสร้างขึ้นมา... เพื่อเป็น 'ภาชนะ' ในการรวบรวมพลังงานเหล่านั้น... หากอรใช้พลังของเธอ... เชื่อมโยงกับรูปปั้น... และนึกถึงวิญญาณทั้งหมด... พลังงานจะไหลเข้ามา" อรหยิบรูปปั้นกิ้งก่ามีปีกขึ้นมาไว้ในมือ เธอสัมผัสถึงพลังงานที่แตกต่างจากเดิม มันดูเหมือนจะรอคอยที่จะถูกปลุกขึ้นมา "ฉันพร้อมแล้ว" เธอกล่าว "แต่มีข้อแม้" ชายสวมหน้ากากกล่าวต่อ "การสะท้อนพลังงานนี้... จะสร้างแรงสะท้อนกลับ... ที่รุนแรง... พลังงานบางส่วน... จะถูกดูดกลับเข้าไปในเครื่องพันธนาการ... และอาจจะ... ดึงเอาตัวตนของคนที่สะท้อนพลังงานนั้น... เข้าไปแทนที่" "หมายความว่า... ฉันอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน?" อรเอ่ยถาม เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย "ใช่" ชายสวมหน้ากากตอบ "มันคือการเสียสละ... ที่ต้องแลกมาด้วย... การปลดปล่อยวิญญาณทั้งหมด" เมธาและสมชายมองหน้าอรด้วยความเป็นห่วง "อร... เราไม่ควรทำแบบนี้" เมธากล่าว "ต้องมีวิธีอื่น" "เราไม่มีเวลาแล้วเมธา" อรตอบ "ถ้าเราไม่ทำ... วิญญาณเหล่านั้นจะถูกกลืนกินไปตลอดกาล" เธอหันไปมองชายสวมหน้ากาก "ฉันขอให้คุณ... ช่วยนำทางฉัน" ชายสวมหน้ากากพยักหน้า "ข้าจะทำ" อรหลับตาลง เธอเริ่มเพ่งสมาธิไปที่รูปปั้นกิ้งก่ามีปีก พลังงานจากตัวเธอค่อยๆ ไหลผ่านรูปปั้นเข้าไป ราวกับเส้นเลือดที่เชื่อมต่อกับหัวใจแห่งโลกที่ถูกลืม ภาพของวิญญาณนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเธอ เสียงกระซิบ เสียงร้องไห้ เสียงเพรียกหาดังระงมไปทั่ว แสงสีดำจากลูกบาศก์หินเริ่มสว่างวาบขึ้นเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น มันสะท้อนกับแสงสีเขียวอ่อนที่แผ่ออกมาจากรูปปั้นกิ้งก่ามีปีก สร้างเป็นภาพลวงตาอันน่าตื่นตา "เกือบแล้ว..." ชายสวมหน้ากากกล่าว "อีกนิดเดียว... พลังของเจ้า... จงส่งผ่านไป!" ทันใดนั้น ลูกบาศก์หินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวเล็กๆ เริ่มปรากฏขึ้นบนผิวของมัน เผยให้เห็นแสงสีแดงฉานที่ส่องออกมาจากภายใน "มันกำลังจะระเบิด!" เมธาตะโกน "ไม่! มันกำลังจะแตกสลาย... และปลดปล่อยทุกสิ่ง!" ชายสวมหน้ากากกล่าว "อร! ทำต่อไป!" อรสูดลมหายใจลึกๆ เธอทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีเข้าไปในรูปปั้น พลังงานสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง จนแทบจะกลบแสงสีดำของลูกบาศก์หิน พลัน! ลูกบาศก์หินก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีดำทะมึนที่เคยห้อมล้อมมันอยู่ก็สลายหายไปทันที พร้อมๆ กับร่างของชายสวมหน้ากากที่ทรุดฮวบลงไปกับพื้น "สำเร็จแล้ว!" สมชายตะโกนด้วยความดีใจ แต่แล้ว... อรค่อยๆ ทรุดลงไปกับพื้นเช่นกัน แสงสีเขียวจากรูปปั้นกิ้งก่ามีปีกเริ่มจางหายไป ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ราวกับกำลังจะถูกดูดเข้าไปในบางสิ่ง "อร!" เมธาและสมชายรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ "ฉัน... ฉันรู้สึก... เหมือนกำลังจะหายไป..." อรพูดเสียงแผ่วเบา "พลังงาน... มันดึงฉันเข้าไป..." "ไม่นะ! อย่าไป!" เมธาพยายามคว้ามืออรไว้ แต่เหมือนมือของเธอกำลังจะเลือนลางหายไป "ขอบคุณนะ... สำหรับทุกอย่าง..." อรพูดเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเธอจะสลายไป กลายเป็นละอองแสงสีเขียวที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วก็หายวับไปในอากาศธาตุ เมธาและสมชายยืนนิ่งงัน มองไปยังที่ที่อรเคยยืนอยู่ด้วยความว่างเปล่า "อร..." เมธาพึมพำชื่อเธออย่างแผ่วเบา บนท้องฟ้า เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เคยได้ยินก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง "อิสระแล้ว... พวกเรา... เป็นอิสระแล้ว..." แสงแดดอันอบอุ่นเริ่มส่องลงมาในโลกที่เคยถูกปกคลุมด้วยความมืด ต้นไม้รูปร่างบิดเบี้ยวเริ่มคลายตัว ใบไม้สีดำค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวสดใส เมธาและสมชายมองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าอรได้เสียสละทุกสิ่ง เพื่อช่วยพวกเขา และวิญญาณทั้งหมด... แต่การเดินทางของพวกเขายังไม่จบแค่นี้... พวกเขาต้องหาทางกลับบ้าน... และบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด... เพื่อไม่ให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่อของความมืดมิดนี้อีกต่อไป.

4,961 ตัวอักษร