ตอนที่ 19 — รสชาติแรกที่หวนคืน
ใบหน้าของคุณแม่ยังคงหลับตาพริ้ม ปานและต้องยืนนิ่ง สัมผัสได้ถึงความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องพัก ความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังอันแสนเปราะบาง หัวใจของทั้งสองเต้นระรัวตามจังหวะการหายใจของคุณแม่ที่แผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความหวัง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวกับชั่วนิรันดร์ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านเข้ามาเป็นลำ ทำลายความมืดสลัวในห้องให้จางลง คุณแม่ยังคงไม่ขยับเขยื้อน แต่แล้ว… เปลือกตาของเธอก็ةค่อยๆ กระตุกเบาๆ
ปานและต้องกลั้นหายใจ จ้องมองไปที่คุณแม่ด้วยความหวังที่พวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง
ช้าๆ… ช้าๆ… เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ เลิกขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคู่เดิมที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยประกายสดใส แต่บัดนี้กลับดูเลือนลางและสับสน
“แม่… แม่คะ” ปานเอ่ยเรียกเสียงสั่นเครือ
คุณแม่กะพริบตาปริบๆ มองไปรอบๆ ห้องอย่างงุนงง สายตาของคุณแม่หยุดอยู่ที่ปานและต้อง “ปาน… ต้อง… มาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงของคุณแม่แหบพร่า แต่ก็ยังคงเป็นเสียงที่คุ้นเคย
“พวกเราเพิ่งมาถึงครับแม่” ต้องรีบตอบ “เอาขนมมาให้แม่ทานด้วยครับ”
คุณแม่หันไปมองที่กล่องไม้โบราณที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง “ขนม… ขนมอะไร?”
“ขนมน้ำดอกไม้ครับแม่” ปานตอบ พลางค่อยๆ หยิบขนมชิ้นหนึ่งจากกล่อง ยื่นให้คุณแม่ “สูตรของคุณย่าไงครับ แม่จำได้ไหม?”
คุณแม่รับขนมมาอย่างเชื่องช้า มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับกลิ่นหอมหวานที่คุ้นเคย กลิ่นที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน กลิ่นที่เชื่อมโยงกับวันเวลาแห่งความสุขในวัยเด็ก วันเวลาที่อบอวลไปด้วยไอรักจากคุณย่า
เธอค่อยๆ นำขนมเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ แต่ละคำที่เคี้ยวลงไป ราวกับว่ามันกำลังปลุกบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอขึ้นมา
“หวาน…” เสียงของคุณแม่แผ่วเบา “หวานเหมือน… เหมือนที่เคยทานเลย…”
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของคุณแม่ รอยยิ้มที่ปานและต้องไม่ได้เห็นมานานแล้ว เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความทรงจำ
“ใช่ครับแม่” ปานกล่าว “นี่คือขนมน้ำดอกไม้ของคุณย่าจริงๆ ครับ”
“แล้ว… แล้วตะไคร้ล่ะ?” คุณแม่เอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง “ใส่ตะไคร้ลงไปด้วยหรือเปล่า?”
ปานและต้องมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ “ใส่ครับแม่” ต้องตอบ “พวกเราใส่ตะไคร้หอมลงไปด้วยครับ”
“อืม… ดีแล้ว” คุณแม่พยักหน้าช้าๆ “ถ้าไม่มีตะไคร้… มันก็ไม่เหมือนเดิม”
น้ำตาเริ่มคลอหน่วยในดวงตาของปานและต้อง พวกเขารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก การตอบสนองของคุณแม่ในครั้งนี้มันชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ
“แล้ว… มีเรื่องอะไรอีกนะ?” คุณแม่เริ่มพูดต่ออย่างขาดห้วง “เรื่อง… เรื่องดอกปีบ… กลิ่นดอกปีบ… มันหอม…”
“ใช่ครับแม่” ปานรีบเสริม “พวกเราเอาดอกปีบแห้งมาด้วยครับ แล้วก็เอามาทำเป็นน้ำเชื่อมสำหรับทำขนมด้วย”
“ดอกปีบ…” คุณแม่พึมพำ “จำได้… ย่าเคยบอกว่า… ดอกปีบเป็นของขวัญจากธรรมชาติ… มันช่วยให้ใจสงบ…”
คุณแม่เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของคุณแม่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังมองเห็นภาพบางอย่างที่อยู่ไกลแสนไกล
“แล้ว… ตะกร้านั่นล่ะ?” คุณแม่ถามเสียงแผ่ว “ตะกร้าดอกไม้… ที่ย่าเคยให้… อยู่ไหน?”
ปานและต้องอึ้งไปอีกครั้ง พวกเขาจำได้ถึงตะกร้าหวายใบเล็กที่เคยเจอในห้องเก็บของของคุณย่า ซึ่งข้างในมีดอกไม้แห้งบางส่วน และมีกระดาษห่อสมุนไพรอยู่ด้วย
“ตะกร้าดอกไม้… คุณแม่หมายถึงตะกร้าใบนั้นเหรอครับ?” ปานถามอย่างระมัดระวัง
“ใช่… ใช่แล้ว” คุณแม่พยักหน้า “ใบนั้นแหละ… ข้างในมี… มีอะไรบางอย่าง…”
“มีสมุนไพรอยู่ครับแม่” ต้องเสริม “พวกเราเห็นมีสมุนไพรแห้งๆ อยู่ข้างในด้วย”
“สมุนไพร…” คุณแม่เอ่ยซ้ำ “ใช่… ย่าบอกว่า… มันคือ… มันคือยา… ยาของความสุข…”
คำพูดของคุณแม่ยิ่งทำให้ปานและต้องสับสนมากขึ้น “ยาของความสุข?” ปานทวนคำ “หมายความว่ายังไงครับแม่?”
คุณแม่ส่ายหน้าช้าๆ “จำไม่ได้… จำไม่ได้ทั้งหมด… มัน… มันนานมากแล้ว…”
คุณหมอที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ มาตลอด เดินเข้ามาใกล้ “คุณสมหญิงครับ คุณพอจะจำได้ไหมว่าในตะกร้านั้นมีสมุนไพรชนิดไหนบ้าง?”
คุณแม่พยายามนึก “มี… สีเขียวๆ… กลิ่นฉุนๆ… เหมือน… เหมือนใบอะไรสักอย่าง… แล้วก็… สีขาวๆ… เป็นผง…”
“สีเขียวๆ กลิ่นฉุนๆ… เหมือนตะไคร้หรือเปล่าครับ?” คุณหมอถาม
“ใช่… ใช่เหมือน… แต่ไม่แน่ใจ… แล้วก็มี… กลิ่นหอมอ่อนๆ…” คุณแม่ตอบอย่างลังเล
ปานและต้องนึกถึงสิ่งที่พวกเขาเจอในตะกร้าดอกไม้นั้นอีกครั้ง นอกจากดอกไม้แห้งแล้ว ก็มีซองกระดาษที่ห่อสมุนไพรแห้งอยู่หลายซอง มีทั้งที่ป่นเป็นผงละเอียด และที่เป็นก้านแห้งๆ
“พวกเราจะลองไปดูที่บ้านอีกครั้งนะครับคุณหมอ” ปานกล่าว “เผื่อว่าจะมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม”
“ดีครับ” คุณหมอพยักหน้า “การกระตุ้นความทรงจำของคุณแม่เป็นเรื่องที่ดีมากครับ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ท่านเหนื่อยล้าจนเกินไปนะครับ”
“ครับคุณหมอ” ทั้งสองพี่น้องตอบรับ
คุณแม่ยังคงเคี้ยวขนมน้ำดอกไม้ไปเรื่อยๆ ใบหน้าของคุณแม่ดูผ่อนคลายขึ้น แต่ก็ยังคงมีความสับสนปะปนอยู่
“หวาน… จริงๆ” คุณแม่เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “หวาน… เหมือน… เหมือนวันนั้น…”
“วันนั้นวันไหนครับแม่?” ปานถามอย่างอ่อนโยน
คุณแม่หลับตาลงอีกครั้ง “วัน… วันที่… ย่า… ย่าทำขนมให้…”
ปานและต้องมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกว่าความทรงจำของคุณแม่กำลังค่อยๆ ถูกปลดล็อกออกมาทีละน้อย แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่ถูกซ่อนเร้นอยู่
“พวกเราจะช่วยแม่นะครับแม่” ปานกล่าว “พวกเราจะช่วยกันนึก… ช่วยกันค้นหาความทรงจำของคุณแม่ให้กลับคืนมา”
คุณแม่ยิ้มให้ทั้งสองพี่น้อง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง
“ขอบคุณนะ… ลูกรัก…” คุณแม่กล่าว เสียงของคุณแม่แผ่วลงไปอีกครั้ง แต่แววตาของคุณแม่กลับดูมีประกายมากขึ้น
ปานและต้องนั่งลงข้างเตียงของคุณแม่ มือของปานค่อยๆ ลูบแขนของคุณแม่เบาๆ ส่วนต้องก็หยิบขนมน้ำดอกไม้ที่เหลือในกล่องออกมา แล้วค่อยๆ ป้อนให้คุณแม่ทานทีละชิ้น
“อร่อยไหมครับแม่?” ต้องถาม
“อร่อย…” คุณแม่ตอบ “หอม… หวาน… เหมือน… เหมือนที่เคย… จำได้…”
คำว่า “จำได้” ที่หลุดออกมาจากปากของคุณแม่ ทำให้ทั้งสองพี่น้องใจชื้นขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารู้ดีว่าหนทางยังอีกยาวไกล แต่การได้เห็นคุณแม่เริ่มมีความทรงจำกลับคืนมา มันคือสัญญาณที่ดีที่สุด
“เราต้องรีบกลับไปดูที่บ้านอีกครั้งแล้วล่ะ” ปานกระซิบกับต้อง “เรื่องตะกร้าดอกไม้กับสมุนไพรนั่น… มันต้องมีอะไรแน่ๆ”
“ผมก็ว่างั้นครับพี่ปาน” ต้องพยักหน้าเห็นด้วย “สงสัยว่า ‘ยาของความสุข’ ที่แม่พูดถึง… อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องขนมก็ได้”
พวกเขาช่วยกันดูแลคุณแม่จนถึงเวลาที่ต้องกลับ พวกเขารับปากคุณหมอว่าจะกลับมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น และจะพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้
ก่อนจะออกจากห้อง ปานหันกลับไปมองคุณแม่ “แม่ครับ พวกเราจะรีบกลับมานะครับ”
คุณแม่พยักหน้าช้าๆ “ดูแลตัวเองนะ… ลูกรัก…”
ปานและต้องเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่พองโต แต่ก็ยังคงมีคำถามมากมายวนเวียนอยู่ในความคิด
“พี่ปาน… พี่ว่า ‘ยาของความสุข’ นี่มันคืออะไรกันแน่?” ต้องเอ่ยถาม ขณะที่ทั้งสองเดินไปขึ้นรถ
“พี่ก็ไม่แน่ใจนะ ต้อง” ปานตอบ “แต่พี่ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับสูตรของคุณย่าของเราแน่ๆ”
“แล้วเรื่องสมุนไพรในตะกร้าล่ะครับ?”
“พี่ว่า… เราต้องกลับไปรื้อดูให้ละเอียดอีกครั้ง” ปานกล่าว “บางที… ความลับที่คุณย่าซ่อนไว้… อาจจะอยู่ในนั้นจริงๆ ก็ได้”
ทั้งสองขึ้นรถ และมุ่งหน้ากลับบ้านต่างจังหวัดอีกครั้ง พร้อมกับความหวังและภารกิจใหม่ที่รออยู่เบื้องหน้า
5,706 ตัวอักษร