ตอนที่ 2 — เสียงกระทะเหล็กแห่งความหลัง
เสียงกุกกักจากครัวหลังบ้านเป็นสิ่งแรกที่ปลุกปานให้ตื่นจากภวังค์ เขาขยี้ตาเบาๆ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาจากภายนอก แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาเป็นลำ พานั่งขึ้นพิงหัวเตียง มองไปรอบๆ ห้องนอนที่คุณย่าเคยใช้เป็นห้องนอนของเขาในวัยเด็ก มันถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ผ้าปูที่นอนสะอาดสะอ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
“นั่นไง ตื่นแล้วเหรอ” เสียงของต้องดังขึ้นมาจากนอกประตู เขาถือถาดอาหารเช้าเข้ามา ซึ่งประกอบด้วยข้าวต้มหมูสับร้อนๆ และไข่ลวกสองฟอง
“ใครทำข้าวต้มให้เนี่ย” ปานถามอย่างแปลกใจ “แล้วทำไมได้กลิ่นกับข้าวด้วย”
“ก็ฉันไง” ต้องตอบ พลางวางถาดลงบนโต๊ะหัวเตียง “เห็นว่าเรามาถึงตอนดึก เลยอยากให้ลองกินอะไรร้อนๆ ดู ส่วนกลิ่นกับข้าวน่ะ” เขาทำท่าทางลึกลับ “อันนี้เป็นความลับ”
ปานมองหน้าน้องชายอย่างสงสัย “ความลับอะไรของแก”
“ก็ความลับที่จะทำให้เราหายคิดถึงบ้านไง” ต้องยิ้มกว้าง “ไหนลองกินข้าวต้มก่อนสิ”
ปานไม่รอช้า เขาตักข้าวต้มเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นข้าวและรสหวานของกระดูกหมู มันเป็นรสชาติที่คุ้นเคย แต่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่แตกต่างออกไป
“อร่อยนะ” ปานเอ่ยชม “แต่… มันเหมือนขาดอะไรไปนิดหน่อย”
“นั่นแหละ! ฉันรู้แล้วว่าขาดอะไร” ต้องรีบพูด พลางเดินไปหยิบเครื่องปรุงที่วางอยู่บนถาด “คุณย่าเคยบอกว่า ข้าวต้มที่ดี ต้องมีกระเทียมเจียวหอมๆ โรยหน้า ถึงจะครบเครื่อง” เขาหยิบกระเทียมเจียวที่ดูเหลืองกรอบขึ้นมาโรยหน้าข้าวต้มของปาน
เมื่อได้กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวปานก็ตาโตขึ้นมาทันที “ใช่เลย! นี่แหละ! กลิ่นนี้แหละ” เขาตักข้าวต้มเข้าปากอีกครั้ง คราวนี้รสชาติสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
“เป็นไง” ต้องถามอย่างภูมิใจ
“เยี่ยมเลย” ปานตอบ “เหมือนได้กลับไปกินข้าวต้มฝีมือคุณย่าอีกครั้งเลย”
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ปานก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เขาเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังครัวหลังบ้านที่ได้ยินเสียงกุกกักเมื่อครู่ เมื่อเดินไปถึง เขาก็เห็นต้องกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ท่ามกลางกลิ่นหอมฉุยที่ลอยออกมาจากเตา
“แกทำอะไรแต่เช้าเนี่ย” ปานถาม
“กำลังจะทำ ‘น้ำพริกกะปิ’ กับ ‘ผักลวก’ จ้ะ” ต้องตอบ พลางใช้ครกตำพริก “ไหนๆ ก็กลับมาบ้านคุณย่าทั้งที ก็ต้องรื้อฟื้นเมนูเด็ดๆ ของท่านหน่อย”
ปานเดินเข้าไปใกล้ๆ สังเกตการณ์ ตั้งแต่การตำพริก โขลกกระเทียม หั่นมะเขือเทศ ไปจนถึงการปรุงรสชาติด้วยน้ำปลา มะนาว และน้ำตาลปี๊บ ทุกขั้นตอนดูคล่องแคล่วราวกับเป็นเชฟมืออาชีพ
“แกไปฝึกทำอาหารมาตอนไหนเนี่ย” ปานถามอย่างทึ่งๆ
“อ๋อ… ก็ตอนที่เราย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ใหม่ๆ น่ะแหละ” ต้องเล่า “จำได้ว่าตอนนั้นเราคิดถึงอาหารที่คุณย่าทำให้กินมาก เลยลองไปหาหนังสือสูตรอาหารของคุณย่ามาทำตามดู แรกๆ ก็เละเทะไปหมด แต่หลังๆ ก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง”
ปานมองน้องชายด้วยความรู้สึกทึ่งและประหลาดใจ “ไม่เคยรู้เลยว่าแกจะทำอาหารได้ขนาดนี้”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” ต้องถ่อมตัว “แต่ก็พอทำได้บ้างแหละ” เขาผัดพริกแกงกับกะปิจนหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ “ที่สำคัญที่สุด คือ ต้องใส่วัตถุดิบด้วยใจ”
ปานยิ้ม เขาเห็นด้วยกับน้องชายอย่างที่สุด การทำอาหารของคุณย่า ไม่ใช่แค่การปรุงส่วนผสมตามสูตร แต่เต็มไปด้วยความรัก ความใส่ใจ และความสุขที่ท่านมอบให้แก่ผู้รับประทาน
“แล้วผักลวกนี่ล่ะ” ปานถาม
“ผักบุ้ง ผักกระเฉด ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ” ต้องว่าพลางหยิบผักที่เตรียมไว้ “คุณย่าชอบกินผักสดๆ ลวกแบบไม่สุกจนเกินไป จะได้ยังคงความหวานและกรอบของผักอยู่”
ทั้งสองช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ ปานช่วยปอกผัก ต้องช่วยลวกและปรุงน้ำพริกกะปิ เสียงกระทะเหล็กที่ตั้งไฟร้อนๆ ดัง ‘ฉ่า’ เมื่อต้องใส่น้ำมันลงไป เป็นเสียงที่คุ้นเคย เป็นเสียงที่ทำให้หัวใจของปานเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง
“ตอนเด็กๆ ฉันชอบแอบมาดูคุณย่าทำอาหารที่นี่มากเลย” ปานเล่า “ชอบดูท่านตำพริก เสียงดังครกๆ โครกๆ แล้วก็ชอบดมกลิ่นเครื่องแกงที่ท่านผัด”
“ฉันก็เหมือนกัน” ต้องเสริม “แล้วก็ชอบแอบชิมตอนที่คุณย่ากำลังปรุงรสชาติด้วย”
“แล้วก็โดนคุณย่าตีมือ” ปานหัวเราะ
“แต่สุดท้าย คุณย่าก็ป้อนให้กินอยู่ดี” ต้องยิ้ม “คุณย่าใจดีที่สุดเลย”
หลังจากปรุงน้ำพริกกะปิเสร็จเรียบร้อย ต้องก็จัดวางทุกอย่างลงบนโต๊ะไม้ในครัว ที่เคยเป็นที่ที่ทุกคนในครอบครัวมารวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหาร กลิ่นหอมของน้ำพริกกะปิที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ ผสมผสานกับกลิ่นผักลวกสดๆ และกลิ่นอายของบ้านคุณย่า สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าประทับใจ
“นี่มันเหมือนเรากำลังย้อนเวลากลับไปตอนเด็กๆ เลยนะ” ปานพูด พลางนั่งลงที่โต๊ะ
“ก็ใช่ไง” ต้องตอบ “ฉันอยากให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศเก่าๆ แบบนี้อีกครั้ง”
ทั้งสองเริ่มรับประทานอาหารด้วยกัน ท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยความสุข เสียงเคี้ยว เสียงช้อนกระทบจาน และเสียงพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับรสชาติอาหารและความทรงจำในวัยเด็ก
“น้ำพริกกะปินี่ รสชาติเข้มข้นกว่าที่ฉันเคยกินตอนไปกินข้าวร้านอาหารเยอะเลย” ปานเอ่ยชม
“แน่นอนสิ” ต้องบอก “เพราะนี่คือสูตรลับของคุณย่า ใส่ใจทุกขั้นตอน แล้วก็ต้องใช้กะปิอย่างดีด้วย”
“แล้วผักลวกนี่ก็สดมาก” ปานเสริม “เหมือนเพิ่งเก็บมาจากสวนเมื่อเช้านี้เอง”
“ก็ใช่ไง” ต้องยิ้ม “ฉันไปเก็บมาจากในสวนหลังบ้านเมื่อกี้เอง”
ปานมองออกไปนอกหน้าต่างครัว เห็นสวนผักเล็กๆ ที่คุณย่าเคยปลูกไว้ บัดนี้เติบโตขึ้นอย่างงอกงาม มีผักนานาชนิดขึ้นเต็มไปหมด
“สวนผักนี่… คุณย่าปลูกไว้หมดเลยเหรอ” ปานถาม
“ใช่” ต้องตอบ “ฉันมาดูแลเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่… เอ่อ… คุณย่าไม่อยู่แล้ว”
ปานมองน้องชายด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง เขารู้ดีว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา น้องชายของเขาแบกรับภาระหลายอย่างไว้เพียงลำพัง โดยที่เขาเองก็ไม่เคยรับรู้
“ขอบใจนะ ต้อง” ปานพูด “ขอบใจที่ดูแลที่นี่ไว้”
“ไม่เป็นไรหรอก” ต้องยิ้ม “นี่ก็บ้านของเราเหมือนกัน”
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ปานก็เดินไปที่มุมหนึ่งของครัว ซึ่งมีเตาฟืนเก่าๆ ตั้งอยู่ เขาเคยเห็นคุณย่าใช้เตาแห่งนี้ในการทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ
“คุณย่าเคยทำอาหารด้วยเตาฟืนนี้บ่อยๆ เลยนะ” ปานพูด พลางลูบไล้ไปที่เตา “ฉันจำได้ว่ากลิ่นควันฟืนเวลาท่านทำกับข้าว มันหอมอบอวลไปทั่วบ้านเลย”
“ฉันก็จำได้” ต้องเสริม “แล้วก็จำได้ว่าต้องคอยไปก่อไฟให้ท่านด้วย”
“แล้วบางทีก็โดนคุณย่าเรียกไปช่วยตำน้ำพริก” ปานยิ้ม “รู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง”
ปานเดินสำรวจรอบๆ ครัว เขาเห็นหม้อ กะทะ และอุปกรณ์ทำครัวเก่าๆ ที่ยังคงวางเรียงรายอยู่ตามเดิม มันเต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้งาน บ่งบอกถึงเรื่องราวและความทรงจำมากมายที่เกิดขึ้นในครัวแห่งนี้
“บ้านหลังนี้มีอะไรที่มากกว่าแค่ที่อยู่อาศัยจริงๆ นะ” ปานพูด “มันคือที่เก็บความทรงจำ เป็นที่ที่ความสุขถูกสร้างขึ้น และเป็นที่ที่สายใยของครอบครัวยังคงผูกพันกันอยู่”
“ใช่” ต้องเห็นด้วย “และฉันก็เชื่อว่า เราจะค้นพบอะไรบางอย่างที่สำคัญ ที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้”
ปานพยักหน้าเห็นด้วย เขามั่นใจแล้วว่า การกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การกลับมาเพื่อทำความสะอาดบ้าน แต่เป็นการกลับมาเพื่อทบทวนความทรงจำ ค้นพบความรักที่เคยมี และสานต่อสิ่งที่สำคัญต่อจากนี้ไป
5,599 ตัวอักษร