แสงดาวของพ่อ

ตอนที่ 2 / 35

ตอนที่ 2 — เงาของพ่อบนผืนนา

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมายังผืนนา ทาบทาทั่วผืนดินให้กลายเป็นสีทองอร่าม บรรยากาศในบ้านสวนหลังเล็กเริ่มคึกคักขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังคงมีความเศร้าสร้อยเจือปนอยู่ แม่ของแดนคือคุณนายสมใจ หญิงวัยห้าสิบต้นๆ ที่มีใบหน้าหมองเศร้า ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้ เธอกำลังจัดเตรียมอาหารเช้าอย่างเงียบเชียบ มือไม้สั่นเทาเล็กน้อย “แม่คะ วันนี้หนูจะไปช่วยงานที่ตลาดนะคะ” นาราเอ่ยขึ้นขณะช่วยแม่จัดสำรับ คุณนายสมใจพยักหน้าเบาๆ “แล้วเรื่องของพ่อ….” “ไม่ต้องห่วงนะคะแม่ เดี๋ยวแดนเขาจัดการเอง” นารากล่าวปลอบ “เขากลับมาแล้วเมื่อคืนนี้” คุณนายสมใจหันมามองลูกสาวคนโตที่เพิ่งเดินลงมาจากบันได ใบหน้าของแดนยังคงดูอิดโรยจากการเดินทางและภาระที่แบกรับ แต่แววตาของเขากลับมีความมุ่งมั่นที่ฉายชัด “แดน” คุณนายสมใจเรียกชื่อลูกชายเสียงแผ่ว “ครับแม่” แดนเดินเข้าไปหา “แม่ทานข้าวเถอะครับ” “แม่ไม่ค่อยอยากทานอะไรเลย” คุณนายสมใจตอบ “รู้สึกไม่ค่อยสบาย” “ผมรู้ครับแม่” แดนทรุดตัวลงนั่งข้างๆ “แต่แม่ต้องทานนะครับ เพื่อสุขภาพของแม่เอง แล้วก็…เพื่อพ่อด้วย” คำว่า ‘พ่อ’ ทำให้คุณนายสมใจชะงักไปเล็กน้อย เธอค่อยๆ หยิบข้าวขึ้นมาทานทีละคำอย่างเชื่องช้า “แม่คะ” นาราเริ่มบทสนทนา “เงินที่พ่อเก็บไว้…แดนเขาดูแล้วค่ะ มันไม่ค่อยพอ” คุณนายสมใจวางช้อนลง “ไม่พอ? แล้วจะทำยังไงกันดี” “แดนจะหาทางเองครับแม่” แดนตอบเสียงหนักแน่น “ผมจะไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านเรื่องเงินกองทุนหมู่บ้านก่อน ถ้าไม่พอ ผมก็จะไปหาทำงานเพิ่ม” “ทำงานเพิ่ม? แดนกำลังจะแต่งงานนะ” คุณนายสมใจเอ่ยด้วยความเป็นห่วง “แล้วงานที่สวนล่ะ” “ผมจะจัดการเองครับแม่” แดนยืนยัน “ผมจะแบ่งเวลาให้ได้” “แล้วน้องปริม….” “ผมจะรับผิดชอบเองครับแม่” แดนตัดบท “ไม่ต้องห่วงนะครับ” หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ แดนก็รีบแต่งตัว เขาเลือกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวเก่าที่พ่อเคยชอบใส่ กางเกงสแล็คสีดำ และรองเท้าหนังคู่เก่าที่ยังคงสภาพดี “พี่แดนจะไปไหนคะ” นาราถามเมื่อเห็นพี่ชายแต่งตัวเสร็จ “จะไปหาผู้ใหญ่บ้านก่อน” แดนตอบ “แล้วก็…จะไปดูที่นาของเราด้วย” “ให้หนูไปด้วยนะคะ” นาราเสนอ “ไม่ต้องห่วงหรอก” แดนยิ้มให้ “เดี๋ยวพี่กลับมา” แดนเดินออกจากบ้านไป สู่ทุ่งนาอันกว้างใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเหมือนอาณาจักรของพ่อเขา บรรยากาศยามเช้าที่สดใส แต่สำหรับแดน มันกลับเต็มไปด้วยความกดดัน และความรับผิดชอบที่มองไม่เห็น เขาเดินไปตามคันนา มองดูข้าวที่กำลังสุกเหลืองอร่าม เมล็ดข้าวแต่ละเม็ดดูเหมือนจะถ่วงน้ำหนักชีวิตของเขาไว้ “สวัสดีครับลุง” แดนทักทายลุงสมบัติ ชาวนาข้างบ้านที่กำลังฉีดพ่นยาฆ่าแมลงอยู่ “อ้าว แดน มาแล้วเหรอ” ลุงสมบัติหันมามอง “เสียใจด้วยนะกับการจากไปของพ่อแก” “ขอบคุณครับลุง” แดนตอบ “พ่อแกน่ะ…เป็นคนดีจริงๆ” ลุงสมบัติพึมพำ “ใครเดือดร้อนแกไม่เคยปฏิเสธเลย” คำพูดของลุงสมบัติทำให้แดนยิ่งรู้สึกถึงความสูญเสีย เขารู้ว่าพ่อเป็นคนใจดี และชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่ไม่เคยรู้ว่ามันมากขนาดนี้ “แล้วเรื่อง…เรื่องที่พ่อแกติดหนี้…?” ลุงสมบัติลังเลที่จะถาม แดนหน้าชาไปเล็กน้อย “พ่อติดหนี้ใครเหรอครับลุง” “ก็…ที่แกยืมเงินจากสหกรณ์ไปทำโรงสีเล็กๆ นั่นแหละ” ลุงสมบัติกล่าว “เห็นว่าผ่อนส่งมาตลอดนะ แต่ก็ยังเหลืออีกพอสมควร” “โรงสี?” แดนประหลาดใจ เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย “เออ นั่นแหละ” ลุงสมบัติพยักหน้า “พ่อแกเก่งนะ สร้างมันขึ้นมาเองแทบจะทั้งหมด” แดนยืนนิ่งไป สมองของเขาประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ ความคิดต่างๆ ตีวนไปมา เขาจำได้ว่า พ่อเคยพูดถึงการอยากขยายกิจการโรงสีเล็กๆ ที่บ้าน แต่เขาเองก็ไม่เคยใส่ใจรายละเอียด “ขอบคุณครับลุง” แดนกล่าว แล้วเดินจากมาอย่างรวดเร็ว เขาเดินตรงไปยังทุ่งนาผืนใหญ่ของพ่อ ที่ติดกับลำธารเล็กๆ ที่ไหลเอื่อย เขาเดินไปจนถึงโรงสีเก่าที่พ่อสร้างไว้ โรงสีขนาดกะทัดรัด ที่ตอนนี้ดูเงียบเหงา และถูกทิ้งร้าง แดนผลักประตูเข้าไป กลิ่นฝุ่นและกลิ่นไม้แห้งอบอวลอยู่ในอากาศ เขามองไปรอบๆ เห็นเครื่องจักรเก่าๆ ที่ยังคงสภาพดีอยู่ “พ่อครับ…ทำไมพ่อไม่เคยบอกผมเลย” แดนพูดเสียงแผ่วเบา เขาเดินเข้าไปใกล้เครื่องจักร มองดูรายละเอียดต่างๆ ที่พ่อได้ลงมือทำด้วยตัวเอง “นี่มัน…เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก” แดนพึมพำ “พ่อตั้งใจจะทำอะไรกันแน่” เขานึกถึงคำพูดของพ่อที่ว่า “แดน พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย…เรื่องการเงินของครอบครัว” ถ้าพ่อบอกเขาเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนนั้น เขาอาจจะช่วยพ่อได้ เขาเดินเข้าไปในห้องเล็กๆ ด้านในโรงสี ที่พ่อเคยใช้เป็นที่พัก และทำงาน บนโต๊ะทำงาน มีสมุดบัญชีเล่มเก่า และกองกระดาษเอกสารวางอยู่ แดนค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาเปิดดู ข้อมูลในสมุดบัญชีทำให้เขาใจหายวาบ หนี้สินของพ่อมากมายมหาศาล เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ “พ่อครับ…ทำไม…ทำไมพ่อถึง…?” น้ำตาของแดนไหลอาบแก้ม เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไมพ่อถึงต้องแบกรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว ทำไมไม่บอกเขา “พ่อครับ ผมขอโทษ” แดนพึมพำ “ผมขอโทษที่ผมไม่ใส่ใจ” เขามองไปที่รูปพ่อที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน รูปถ่ายเก่าๆ ที่พ่อกำลังยิ้มกว้าง “พ่อครับ ผมจะทำทุกอย่าง” แดนประกาศก้อง “ผมจะใช้หนี้พ่อให้หมด ผมจะดูแลแม่และน้องๆ ให้ดีที่สุด” เขาหยิบสมุดบัญชีและเอกสารทั้งหมดขึ้นมาด้วยความตั้งใจแน่วแน่ “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกครอบครัวของเรา” แดนกล่าว เขาก้าวออกจากโรงสีเก่า ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เงาของพ่อทอดยาวไปบนผืนนา แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องประกาย แต่สำหรับแดน มันคือเปลวไฟแห่งความรับผิดชอบที่ลุกโชนขึ้นในใจ เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่ายเลย มันเต็มไปด้วยขวากหนาม และอุปสรรคมากมาย แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้ต่อไป เพื่อพ่อ เพื่อแม่ เพื่อครอบครัวของเขา

4,430 ตัวอักษร