ตอนที่ 3 — ร่มเงาแห่งความหวัง
รุ่งเช้าของวันต่อมา เมฆตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขายังคงคิดถึงพ่อกับแม่ แต่ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่เบาบางลง
“อรุณสวัสดิ์จ้ะเมฆ” ป้าสมศรีกำลังชงกาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์ในครัว “วันนี้มีอะไรอยากกินเป็นพิเศษไหม”
“เหมือนเดิมก็ได้ครับคุณป้า” เมฆตอบ พลางเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำส้ม
“แน่ใจนะจ๊ะ” ป้าสมศรียิ้ม “วันนี้ป้าว่าจะทำแพนเค้กให้กินนะ”
“จริงเหรอครับ!” เมฆอุทานด้วยความตื่นเต้น แพนเค้กเป็นอาหารโปรดของเขาที่แม่เคยทำให้กินเป็นครั้งคราว
“แน่นอนจ้ะ วันนี้เรามีเมนูพิเศษ” ป้าสมศรีกะพริบตาให้
เมื่อได้กินแพนเค้กอุ่นๆ ที่มีน้ำผึ้งราดเยิ้มๆ เมฆก็รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง ความสุขเล็กๆ น้อยๆ นี้ ค่อยๆ เติมเต็มช่องว่างในใจของเขา
“อร่อยมากเลยครับคุณป้า” เมฆเอ่ยชม
“ดีจังที่ชอบ” ป้าสมศรีกุมมือเมฆ “จำไว้นะเมฆ ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่ก็ยังมีคนที่รักและเป็นห่วงเมฆเสมอนะ”
เมฆมองเข้าไปในดวงตาของป้าสมศรีก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
ที่โรงเรียน เมฆเดินเข้าไปในห้องเรียนด้วยความมั่นใจมากขึ้น เขาเห็นน้ำใสโบกมือเรียกเขาจากที่นั่ง
“เมฆ! มานี่เร็ว!”
เมฆเดินไปที่โต๊ะของน้ำใส
“เมื่อวาน… สนุกดีนะ” น้ำใสยิ้มให้
“อืม” เมฆตอบ “ที่บ้านเธอ… แม่ทำอาหารไหม้บ่อยจริงๆ เหรอ”
“จริงสิ! เมื่อวานแม่ทำไข่เจียวไหม้ไปสองฟองแน่ะ” น้ำใสเล่าพลางหัวเราะ
“แล้วทำไมไม่ลองให้พ่อช่วยล่ะ” เมฆถาม
“พ่อก็ทำไม่เป็นเหมือนกัน” น้ำใสตอบ “บ้านเรานี่… เรื่องทำอาหารนี่แย่จริงๆ”
“ถ้าอย่างนั้น…” เมฆลังเลเล็กน้อย “วันหลัง… มาทำอาหารกินที่บ้านฉันก็ได้นะ”
น้ำใสเงยหน้ามองเมฆด้วยความประหลาดใจ “บ้านเธอเหรอ? แต่… พ่อกับแม่เธอ…”
“ป้าสมศรีอยู่บ้านน่ะ” เมฆรีบอธิบาย “เขาใจดีมากเลย เขาจะช่วยเราทำอาหารได้”
“จริงเหรอ! งั้น… ตกลง!” น้ำใสตอบรับด้วยความดีใจ
“ดีเลย” เมฆยิ้ม “งั้น… พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนนะ”
“ได้เลย!”
คาบเรียนในวันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมฆรู้สึกสนุกกับการเรียนและพูดคุยกับน้ำใส เขารู้สึกว่าโลกของเขากำลังค่อยๆ กลับมามีสีสันอีกครั้ง
หลังเลิกเรียน เมฆและน้ำใสเดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมกัน
“พรุ่งนี้เจอกันนะ” น้ำใสโบกมือลา
“เจอกัน” เมฆตอบ
เมื่อกลับถึงบ้าน เมฆก็เล่าเรื่องที่จะชวนน้ำใสมากินข้าวให้ป้าสมศรฟัง
“ดีเลยจ้ะเมฆ” ป้าสมศรีกอดเมฆ “ถ้าเมฆอยากทำอะไร หรืออยากชวนเพื่อนมา ป้าก็พร้อมจะสนับสนุนนะ”
เมฆรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครที่คอยอยู่เคียงข้างเขาและเข้าใจเขาได้มากขนาดนี้
วันรุ่งขึ้น เมฆตื่นเต้นเป็นพิเศษ เขาช่วยป้าสมศรีกวาดบ้าน ทำความสะอาดห้องครัว เตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร
เมื่อน้ำใสมาถึงบ้าน เมฆก็รีบพาเธอเข้าไปในครัว
“สวัสดีค่ะป้าสมศรี” น้ำใสทักทายอย่างนอบน้อม
“สวัสดีจ้ะน้ำใส ยินดีต้อนรับนะจ๊ะ” ป้าสมศรีก้มลงไปมองน้ำใส “วันนี้เราจะทำอะไรกินกันดีนะ”
“เมฆอยากทำสปาเก็ตตี้ครับ” เมฆเสนอ
“โอ้! ดีเลยจ้ะ ป้ามีสูตรเด็ดอยู่พอดี” ป้าสมศรีกระตือรือร้น
ทั้งสามคนช่วยกันทำสปาเก็ตตี้ เสียงหัวเราะและบทสนทนาคึกคักดังไปทั่วทั้งบ้าน เมฆรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เขาได้เห็นรอยยิ้มของป้าสมศรีกับน้ำใสที่กำลังสนุกกับการทำอาหาร
เมื่อสปาเก็ตตี้เสร็จสมบูรณ์ กลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยอบอวลไปทั่วบ้าน
“ว้าว! น่ากินมากเลย!” น้ำใสอุทาน
“ฝีมือเมฆกับน้ำใสนี่เอง” ป้าสมศรียิ้ม
ทั้งสามคนนั่งลงกินสปาเก็ตตี้ด้วยกัน เมฆตักสปาเก็ตตี้เข้าปาก รสชาติอร่อยกลมกล่อมเหมือนที่แม่เคยทำให้กิน
“อร่อยที่สุดเลยครับคุณป้า” เมฆเอ่ยชม
“ใช่แล้วค่ะ! อร่อยจริงๆ” น้ำใสเห็นด้วย
คืนนั้น เมฆนอนหลับไปอย่างมีความสุข เขารู้สึกว่าชีวิตของเขากำลังค่อยๆ กลับมามีความหมายอีกครั้ง
แม้ว่าเขาจะยังคงคิดถึงพ่อกับแม่ แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว
เขามีป้าสมศริดูแลเขา มีน้ำใสเป็นเพื่อนสนิท
และเขาก็รู้ว่า… แม้จะอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิดที่สุด แสงตะวันก็ยังคงส่องสว่างอยู่เสมอ
เขาพร้อมที่จะก้าวต่อไป… เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม
3,191 ตัวอักษร