ตอนที่ 15 — การกลับมาของตำนาน
วันเกิดของพ่อมาถึง บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการเฉลิมฉลอง ญาติสนิทมิตรสหายที่ปรินทร์เชิญมาร่วมงาน ต่างก็มาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับพ่อของเขา ปรินทร์แอบซุ่มซ้อมเพลง "บทเพลงแห่งความภูมิใจ" กับครูชื่น และนักดนตรีพื้นบ้านในหมู่บ้าน เพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์ในตอนท้ายของงาน
หลังจากรับประทานอาหารร่วมกัน พ่อของปรินทร์ก็กล่าวขอบคุณแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน "ผมรู้สึกเป็นเกียรติและมีความสุขมาก ที่ทุกท่านมาร่วมฉลองวันเกิดกับผมในวันนี้"
"ผมเองก็อยากจะขอขอบคุณลูกชายของผม ปรินทร์" พ่อหันมามองปรินทร์ "ที่คอยดูแลผมมาตลอด และวันนี้ เขามีอะไรพิเศษจะมอบให้พ่อด้วย"
ปรินทร์เดินออกมาพร้อมกับเปียโนแบบพกพา เขาจุดเทียนวันเกิดบนเค้ก ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้วงดนตรีพื้นบ้านเตรียมพร้อม
"เพลงนี้ ผมแต่งขึ้นเพื่อมอบให้กับพ่อครับ" ปรินทร์กล่าวด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย "ผมอยากจะบอกว่า ผมรักพ่อ และภูมิใจในตัวพ่อมากครับ"
ปรินทร์เริ่มบรรเลงเปียโน ท่วงทำนองอันอบอุ่นและทรงพลังค่อยๆ ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงขลุ่ยอันไพเราะ เสียงพิณ เสียงซึง และเสียงกีตาร์โปร่งตัวเก่าของพ่อที่ปรินทร์นำมาเล่นร่วมด้วย การผสมผสานเสียงดนตรีเหล่านี้ ทำให้เพลงมีความสมบูรณ์และเต็มไปด้วยอารมณ์
พ่อของปรินทร์นั่งนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า เขามองไปยังลูกชายของเขาอย่างภาคภูมิใจ เสียงเพลงที่ลูกชายแต่งขึ้น มันไม่ใช่แค่เพลง แต่มันคือเรื่องราวชีวิตของเขา คือความรัก คือความเสียสละ และคือความภูมิใจที่ได้เป็นพ่อ
เมื่อเพลงจบลง เสียงปรบมือก็ดังสนั่นหวั่นไหว แขกเหรื่อต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดีกับปรินทร์และพ่อของเขา
"ลูกรัก" พ่อกอดปรินทร์แน่น "พ่อไม่เคยคิดเลยว่าลูกจะทำอะไรที่ซาบซึ้งได้ขนาดนี้"
"ผมรักพ่อนะครับ" ปรินทร์กระซิบ
ในขณะที่ทุกคนกำลังแสดงความยินดีกันอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของปรินทร์ก็ดังขึ้น เขาเห็นว่าเป็นเบอร์ของคุณอร จึงรีบเดินออกมาจากกลุ่ม
"ฮัลโหลครับคุณอร" ปรินทร์รับสาย
"คุณปรินทร์คะ" อรเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ดิฉันมีข่าวดีมาบอกค่ะ"
"ข่าวดีอะไรเหรอครับ" ปรินทร์ถาม
"เพลง 'เพลงรักบ้านนา' ของคุณ กับเพลง 'บทเพลงแห่งความภูมิใจ' ที่คุณเพิ่งแสดงไปเมื่อสักครู่นี้ค่ะ" อรกล่าว "มีค่ายเพลงใหญ่จากกรุงเทพฯ สนใจมาก พวกเขาอยากจะติดต่อคุณเพื่อทำอัลบั้มค่ะ"
ปรินทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นเท่าที่ควร
"ผม… ผมต้องขอโทษด้วยนะครับคุณอร" ปรินทร์ตอบ "ผมคงยังไม่พร้อมที่จะกลับไปทำเพลงในกรุงเทพฯ ครับ"
"เข้าใจค่ะ" อรตอบอย่างเข้าใจ "ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณคงจะยังไม่ตัดสินใจ"
"ผมมีความสุขดีกับการอยู่ที่นี่ครับ" ปรินทร์อธิบาย "ผมได้อยู่กับพ่อแม่ ได้สอนดนตรีให้เด็กๆ และผมก็กำลังมีความสุขกับการสร้างสรรค์บทเพลงที่มาจากใจครับ"
"ดิฉันเข้าใจค่ะ" อรกล่าว "แต่ถ้าคุณปรินทร์เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ บอกฉันได้เสมอนะคะ"
"ขอบคุณมากครับคุณอร" ปรินทร์กล่าว "คุณเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ"
หลังจากวางสาย ปรินทร์ก็เดินกลับไปหาพ่อ เขามองเห็นพ่อกำลังพูดคุยกับครูชื่น และนักดนตรีพื้นบ้านคนอื่นๆ อยู่ พ่อของเขากำลังชวนทุกคนมาเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง
"พ่อครับ" ปรินทร์เดินเข้าไปหา
"มานี่สิลูก" พ่อเรียก "ครูชื่นเขากำลังชวนพ่อกลับมาเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง"
"จริงเหรอครับพ่อ" ปรินทร์ดีใจ
"ใช่แล้ว" พ่อยิ้ม "พ่อคงจะกลับมาเป็น 'เสียงใสบ้านนา' อีกครั้ง"
ปรินทร์มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เขาเห็นว่าพ่อของเขากำลังจะได้กลับมาทำในสิ่งที่รักอีกครั้งหนึ่ง และเขาก็เชื่อว่า นี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ของตำนานดนตรีพื้นบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้
ปรินทร์รู้ดีว่า เขาได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของดนตรีแล้ว ดนตรีที่ดีที่สุด ไม่ใช่บทเพลงที่ดังที่สุด หรือเพลงที่ได้รับคำชมมากที่สุด แต่คือบทเพลงที่มาจากหัวใจ มาจากความทรงจำ และสามารถส่งต่อความสุขให้กับผู้อื่นได้
เขาตัดสินใจที่จะอยู่ที่บ้านเกิดแห่งนี้ต่อไป เขาจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัว พร้อมกับสร้างสรรค์บทเพลงที่จะเป็นตัวแทนของความรัก ความผูกพัน และมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของบ้านเกิดของเขา
3,217 ตัวอักษร