ตอนที่ 6 — เสียงเพลงเชื่อมใจ
อรนั่งฟังปรินทร์บรรเลงเปียโนบทเพลงที่เขาเพิ่งแต่งเสร็จ “เสียงกระซิบจากสายน้ำ” ท่วงทำนองของเพลงนั้นอ่อนโยน เย็นฉ่ำ ราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อยไปตามลำธาร แต่แฝงไว้ด้วยพลังและความสดชื่น
“เพราะมากค่ะคุณปรินทร์” อรเอ่ยชม “ฟังแล้วรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในธรรมชาติเลย”
“ขอบคุณครับคุณอร” ปรินทร์ยิ้ม “ผมได้แรงบันดาลใจมาจากลำธารเล็กๆ ที่อยู่หลังบ้านครับ”
“น่าทึ่งมากค่ะ” อรกล่าว “คุณสามารถถ่ายทอดบรรยากาศออกมาได้ชัดเจนจริงๆ”
“ผมพยายามที่จะทำแบบนั้นครับ” ปรินทร์ตอบ “ผมอยากให้เพลงของผมมันมีชีวิต มีเรื่องราว”
“แล้วเพลง ‘รักนิรันดร์’ ที่คุณเคยบอกว่าจะแต่งให้คุณแม่ล่ะคะ” อรถาม “เป็นยังไงบ้าง”
“ผมกำลังพยายามอยู่ครับ” ปรินทร์ถอนหายใจเบาๆ “มันเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกันที่จะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดออกมาเป็นบทเพลง”
“ฉันเข้าใจค่ะ” อรพยักหน้า “ความรักของแม่เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ”
“แม่ของผมเสียสละเพื่อผมมาตลอดชีวิต” ปรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ผมรู้สึกผิดเสมอที่ไม่เคยได้ดูแลท่านอย่างดีเท่าที่ควร”
“อย่าคิดแบบนั้นเลยค่ะ” อรปลอบ “คุณกลับมาอยู่กับท่านแล้ว นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว”
“คุณอร… คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้ไหมครับ” ปรินทร์ถาม “รู้สึกผิดต่อใครบางคน แล้วอยากจะแก้ไข”
อรนิ่งไปครู่หนึ่ง “เคยค่ะ” เธอตอบเสียงเบา “ฉันเคยทำให้พ่อกับแม่เสียใจมาก ตอนที่ฉันตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศโดยไม่ปรึกษาท่าน”
“แล้วคุณแก้ไขยังไงครับ” ปรินทร์ถามต่อ
“ฉันพยายามติดต่อท่านบ่อยๆ ค่ะ” อรเล่า “เล่าเรื่องราวชีวิตของฉันให้ท่านฟัง บอกท่านว่าฉันรักท่านมากแค่ไหน และขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา”
“แล้วพ่อกับแม่ของคุณ… ท่านให้อภัยไหมครับ”
“ท่านให้อภัยค่ะ” อรยิ้ม “ท่านบอกว่า แค่เห็นฉันมีความสุข ท่านก็สบายใจแล้ว”
ปรินทร์ฟังเรื่องราวของอรด้วยความเข้าใจ เขาเห็นว่าหลายคนก็เคยประสบปัญหาในชีวิตคล้ายๆ กับเขา
“ผมคิดว่า ผมเริ่มมีไอเดียสำหรับเพลง ‘รักนิรันดร์’ แล้วครับ” ปรินทร์กล่าว
“จริงเหรอคะ” อรตื่นเต้น “ดีจังเลยค่ะ”
“ผมจะลองแต่งท่อนฮุกของเพลงก่อนครับ” ปรินทร์พูด “จะเป็นคำพูดที่ผมอยากบอกแม่มากที่สุด”
ปรินทร์กลับไปที่เปียโนเก่า เขาเริ่มไล่นิ้วไปตามแป้นเปียโน ท่วงทำนองที่ออกมานั้นอ่อนหวาน ละมุนละไม เต็มไปด้วยความรักและความสำนึกบุญคุณ
“แม่… ขอบคุณนะ ที่ให้ชีวิตลูก” ปรินทร์ฮัมเบาๆ “ขอบคุณนะ… ที่รักลูกเสมอมา”
อรนั่งฟังอยู่นิ่งๆ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ออกมาจากบทเพลงนั้น
“เยี่ยมมากค่ะคุณปรินทร์” อรกล่าว “มันคือสิ่งที่แม่ทุกคนอยากได้ยิน”
“ผมอยากให้เพลงนี้มันสื่อถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของแม่นะครับ” ปรินทร์บอก “ความรักที่คอยโอบอุ้มเราเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“ถูกต้องเลยค่ะ” อรเห็นด้วย “แม่คือคนที่เสียสละเพื่อเรามากที่สุด”
หลังจากนั้น ปรินทร์ก็เริ่มแต่งเพลง ‘รักนิรันดร์’ อย่างจริงจัง เขาขอให้แม่ของเขาเล่าเรื่องราวในวัยเด็กของเขาให้ฟังอีกครั้ง เขาอยากจะบันทึกทุกความทรงจำดีๆ ลงไปในบทเพลง
“ตอนเด็กๆ ลูกชอบวิ่งเล่นในสวน แล้วก็ชอบเก็บดอกมะม่วงมาให้แม่” แม่เล่าด้วยรอยยิ้ม “ถึงแม้จะเป็นดอกมะม่วง แต่แม่ก็เก็บไว้หมดเลยนะ”
“จริงเหรอครับแม่” ปรินทร์ถามอย่างดีใจ
“จริงสิ” แม่ตอบ “เพราะนั่นคือของขวัญจากลูกชายคนเดียวของแม่”
ปรินทร์ซาบซึ้งในความรักของแม่ เขาบรรเลงเปียโนด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น ท่วงทำนองของเพลง ‘รักนิรันดร์’ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น มันเป็นเพลงที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง
“แม่ครับ ผมอยากให้เพลงนี้ เป็นตัวแทนคำขอบคุณจากหัวใจของผมนะครับ” ปรินทร์บอกแม่ “ผมรักแม่นะครับ”
แม่โผเข้ากอดปรินทร์แน่น “แม่ก็รักลูกนะ”
อรซึ่งนั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็รู้สึกตื้นตันใจไปด้วย เธอเห็นว่าปรินทร์ได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของดนตรีแล้ว ดนตรีที่เชื่อมโยงหัวใจของผู้คนเข้าด้วยกัน ดนตรีที่ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน และความทรงจำ
“ถ้าคุณปรินทร์แต่งเพลง ‘รักนิรันดร์’ เสร็จแล้ว” อรเอ่ยขึ้น “ฉันอยากขอเพลงนี้ไปร้องนะคะ”
ปรินทร์มองหน้าอรด้วยความประหลาดใจ “คุณอร… อยากร้องเพลงนี้จริงๆ เหรอครับ”
“ค่ะ” อรตอบอย่างหนักแน่น “ฉันอยากร้องเพลงนี้ เพื่อสื่อถึงความรักของฉันที่มีต่อพ่อกับแม่ของฉันค่ะ”
ปรินทร์ยิ้ม “ผมยินดีครับคุณอร”
การมาเยือนของอร ทำให้ชีวิตของปรินทร์มีความหมายมากยิ่งขึ้น เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้กำลังแต่งเพลงเพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่เขากำลังสร้างสรรค์ผลงานที่จะสามารถส่งต่อความรู้สึกดีๆ ไปสู่ผู้คนอีกมากมาย
เขามองไปที่เปียโนเก่าตัวนั้น เปียโนที่เคยถูกลืมเลือน บัดนี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยเสียงเพลงแห่งความรัก ความทรงจำ และหัวใจที่แท้จริงของเขา
3,668 ตัวอักษร