ตอนที่ 25 — ความสำเร็จที่มาพร้อมภาระ
ลิลลี่ค่อยๆ ก้มลงไปมองภาพสะท้อนของตัวเองในหน้าจอแล็ปท็อปที่ปิดอยู่ เป็นภาพของเด็กสาวที่กำลังมีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ภายในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก การได้รับการตอบรับจากสำนักพิมพ์เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เหมือนกับดาบสองคมที่กำลังจะฟาดฟันลงมาใส่ชีวิตของเธอ
"เป็นอะไรไปจ๊ะ ทำไมทำหน้าเครียดเชียว" เสียงคุณอรดังขึ้นจากด้านหลัง เธอเดินเข้ามาพร้อมกับถาดขนมปังปิ้งทาแยมสีแดงสด
"เปล่าค่ะแม่" ลิลลี่พยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูฝืนๆ "แค่นั่งคิดเรื่องงานนิดหน่อยค่ะ"
"คิดเรื่องงานเขียนเหรอ" คุณอรยื่นขนมปังให้ "เอาล่ะ กินก่อนนะ จะได้มีแรงคิด"
ลิลลี่รับขนมปังมาหนึ่งชิ้น กลิ่นหอมหวานของแยมลอยมาแตะจมูก แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันช่างห่างไกลจากความสุขที่ควรจะเป็น "แม่คะ" เธอเริ่มพูด "หนู... หนูรู้สึกกดดันนิดหน่อยค่ะ"
"กดดันเรื่องอะไรจ๊ะ" คุณอรทรุดตัวลงนั่งข้างๆ อย่างอ่อนโยน "เล่าให้แม่ฟังได้นะ"
"ก็... การได้ตีพิมพ์มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยค่ะ หนูดีใจที่สุด แต่พอคิดว่าต้องส่งต้นฉบับนิยายเรื่องยาว แล้วก็ต้องปรับแก้เรื่องสั้นอีก หนูรู้สึกกลัวค่ะ กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ กลัวว่าสำนักพิมพ์จะผิดหวังในตัวหนู" น้ำเสียงของลิลลี่เริ่มสั่นเครือ
คุณอรมองหน้าลูกสาวบุญธรรมด้วยความเข้าใจ เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล เธอรู้ดีว่าการเป็นนักเขียนไม่ใช่เรื่องง่าย มันมีความคาดหวังที่ต้องแบกรับ และการแข่งขันที่สูงเสียดฟ้า "ลิลลี่จ๊ะ" คุณอรเอื้อมมือมาลูบแขนของลิลลี่เบาๆ "การที่เขาตอบรับเรื่องสั้นของหนู มันแสดงว่าเขาเห็นศักยภาพในตัวหนูนะ เขาเชื่อว่าหนูทำได้"
"แต่ถ้าหนูทำไม่ได้ล่ะคะ" ลิลลี่ยังคงกังวล "ถ้าผลงานของหนูไม่ดีพอจริงๆ"
"ไม่มีใครสมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรกหรอกจ้ะ" คุณอรพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน "ทุกคนต้องเรียนรู้ ต้องลองผิดลองถูก มันเป็นเรื่องธรรมดา นักเขียนดังๆ หลายคนก็เคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาแล้วทั้งนั้น ที่สำคัญที่สุดคือหนูต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่หนูรัก"
"หนูรักการเขียนค่ะ" ลิลลี่พึมพำ "แต่บางทีหนูก็ไม่แน่ใจว่าหนูจะทำได้ดีพอจริงๆ หรือเปล่า"
"ถ้าหนูไม่แน่ใจ ก็ลองทำดูสิ" คุณวิทย์เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาเพิ่งกลับจากการไปซื้อของที่ตลาด "ถ้าทำแล้วไม่ดี ก็ค่อยๆ ปรับปรุง ค่อยๆ แก้ไข ชีวิตคนเรามันก็ต้องเรียนรู้กันไปแบบนี้แหละ"
"ใช่ค่ะพ่อ" ลิลลี่พยักหน้าเบาๆ
"แล้วเรื่องปรับแก้น่ะ" คุณวิทย์นั่งลงบนโซฟาอีกตัว "คุณชาติเขาช่วยหนูใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ" ลิลลี่ตอบ "คุณชาติใจดีมากเลยค่ะ เขาแนะนำดีมากๆ เลย"
"ดีแล้ว" คุณวิทย์ยิ้ม "ถ้ามีอะไรที่พ่อกับแม่ช่วยได้ บอกนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม"
"ขอบคุณค่ะ" ลิลลี่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำพูดของพ่อแม่บุญธรรม เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวในเส้นทางนี้ "คุณชาติเขาให้หนูส่งต้นฉบับนิยายเรื่องยาวไปให้เขาพิจารณาด้วยค่ะ"
"โอ้โห! ยอดเยี่ยมไปเลย!" คุณวิทย์อุทานด้วยความดีใจ "แล้วลิลลี่คิดว่าจะเริ่มเขียนเมื่อไหร่"
"หนูก็กะว่าจะเริ่มเลยค่ะ" ลิลลี่ตอบ "แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี"
"ค่อยๆ คิดไปสิ" คุณอรบอก "ลองร่างโครงเรื่องดูก่อนก็ได้ หรือจะลองเขียนฉากเปิดที่อยู่ในหัวก่อนก็ได้"
"ใช่แล้ว" คุณวิทย์เสริม "บางทีการเขียนอะไรก็ได้ไปก่อน มันอาจจะจุดประกายไอเดียดีๆ ขึ้นมาก็ได้"
ลิลลี่พยักหน้า เธอรู้สึกว่าเธอเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง "หนูจะลองดูค่ะ"
หลังจากนั้น วันเวลาของลิลลี่ก็เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการปรับปรุงแก้ไขเรื่องสั้นของเธอภายใต้การแนะนำของคุณชาติ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของเรื่อง การพัฒนาตัวละคร และการใช้ภาษาให้ทรงพลังยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่เธอส่งต้นฉบับไปแก้ไข เธอก็จะได้รับอีเมลตอบกลับพร้อมคำแนะนำที่ละเอียดถี่ถ้วน ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
"ลิลลี่จ๊ะ" คุณอรเรียกเธอในตอนบ่ายของวันหนึ่ง "คุณชาติเขาโทรมานะ"
ลิลลี่รีบวางหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ลง "เขาว่าไงบ้างคะแม่"
"เขาบอกว่าอยากคุยกับลิลลี่เรื่องการโปรโมทเรื่องสั้นจ้ะ" คุณอรบอก "แล้วก็มีเรื่องที่เขาอยากจะคุยกับลิลลี่เกี่ยวกับนิยายเรื่องยาวด้วย"
"จริงเหรอคะ!" ลิลลี่ตาเป็นประกาย เธอรับโทรศัพท์จากคุณอรด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย "สวัสดีค่ะคุณชาติ"
"สวัสดีครับคุณลิลลี่" เสียงของคุณชาติฟังดูสดใส "ผมโทรมาเพื่อแจ้งข่าวดีครับ เรื่องสั้นของคุณจะได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับหน้า และเราก็ได้รับต้นฉบับนิยายเรื่องยาวของคุณแล้วเช่นกันครับ"
"ขอบคุณมากค่ะคุณชาติ" ลิลลี่กล่าวด้วยความตื่นเต้น "แล้ว... เป็นอย่างไรบ้างคะ"
"ต้องบอกว่าน่าประทับใจมากครับ" คุณชาติตอบ "โครงเรื่องมีความแข็งแรง ตัวละครมีมิติ และภาษาที่ใช้ก็มีเอกลักษณ์ ผมเชื่อว่านิยายเรื่องนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้อ่านอย่างแน่นอน"
"ขอบคุณค่ะ" ลิลลี่แทบจะกระโดดโลดเต้น "หนูดีใจมากจริงๆ ค่ะ"
"ผมเองก็ดีใจครับ" คุณชาติหัวเราะ "เอาล่ะครับ ทีนี้เรามาคุยกันเรื่องการปรับแก้ต้นฉบับนิยายเรื่องยาวกันนะครับ ผมมีข้อเสนอแนะบางประการ..."
การพูดคุยกับคุณชาติเป็นไปอย่างราบรื่น เขาอธิบายถึงสิ่งที่ต้องปรับปรุงในนิยายเรื่องยาวของเธออย่างละเอียด ลิลลี่ตั้งใจฟังและจดบันทึกทุกคำแนะนำ เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตของเธอ
"คุณชาติคะ" ลิลลี่ถามขึ้นมาในระหว่างการสนทนา "ถ้าหนู... ถ้าหนูอยากจะขอให้ทางสำนักพิมพ์พิจารณาเรื่องของแม่หนูด้วย หนูจะทำได้ไหมคะ"
คุณชาติเงียบไปครู่หนึ่ง "หมายถึงเรื่องราวเกี่ยวกับแม่ของคุณใช่ไหมครับ"
"ค่ะ" ลิลลี่ตอบเสียงแผ่ว "มันเป็นเรื่องราวที่หนูอยากจะถ่ายทอดออกไปค่ะ"
"ผมเข้าใจครับ" คุณชาติกล่าว "หากคุณลิลลี่มีความมั่นใจในเรื่องราวนี้ และพร้อมที่จะแบ่งปัน ผมก็ยินดีที่จะรับพิจารณาครับ แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ด้วยนะครับ"
"หนูเข้าใจค่ะ" ลิลลี่พยักหน้า "ขอบคุณมากนะคะคุณชาติ"
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ลิลลี่ก็หันไปมองคุณอรและคุณวิทย์ที่นั่งรออยู่ เธอส่งยิ้มให้ทั้งสอง "หนูได้เป็นนักเขียนเต็มตัวแล้วค่ะ"
คุณอรและคุณวิทย์ต่างก็ยิ้มให้กับเธออย่างภาคภูมิใจ "แม่รู้อยู่แล้วว่าลูกทำได้" คุณอรกอดลิลลี่ "ไม่ว่ายังไงพ่อกับแม่ก็จะอยู่ข้างๆ ลิลลี่เสมอ"
"ใช่แล้ว" คุณวิทย์เสริม "เหนื่อยก็พัก ผ่อนคลายบ้างนะลูก อย่าหักโหมจนเกินไป"
ลิลลี่พยักหน้า น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มเอ่อคลออีกครั้ง เธอรู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่ส่งครอบครัวที่แสนดีนี้เข้ามาในชีวิตของเธอ
แต่ภายใต้ความสุขและความสำเร็จ ลิลลี่ยังคงมีความกังวลบางอย่างซ่อนอยู่ เธอรู้ว่าเส้นทางนักเขียนนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค และเธอเองก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความลับเกี่ยวกับอดีตของแม่ที่เธอกำลังพยายามจะเปิดเผยออกมา ซึ่งเธอไม่แน่ใจเลยว่าการนำเรื่องราวเหล่านั้นมาเขียนเป็นนิยายนั้น จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธอและครอบครัวมากน้อยเพียงใด
5,483 ตัวอักษร