ตอนที่ 2 — รอยร้าวที่มองไม่เห็น
หลายสัปดาห์ผ่านไป บรรยากาศภายในบ้านหลังเล็กก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด พ่อกับแม่มักจะคุยกันเสียงกระซิบกระซาบในห้องนอน หรือไม่ก็ออกไปคุยกันข้างนอกบ้าน เมื่อใดก็ตามที่พฤกษ์พยายามจะเข้าใกล้ บทสนทนาเหล่านั้นก็จะเงียบหายไปทันที พฤกษ์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกในบ้านหลังนี้ เขาพยายามจะกลับไปวาดรูปที่ห้องทำงาน แต่ความรู้สึกผิดหวังและความสับสนทำให้เขาไม่มีสมาธิที่จะสร้างสรรค์ผลงานใดๆ ได้เลย ภาพวาดบนผนังยังคงอยู่ แต่พฤกษ์ไม่กล้าเข้าไปมองมันใกล้ๆ อีกเลย เขากลัวที่จะเห็นว่าสีสันที่เขาเคยเติมลงไป จะสะท้อนถึงความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น
"พฤกษ์... ออกมาเล่นกับพี่หน่อยสิ" เสียงของแพรวาดังขึ้น พฤกษ์เงยหน้าจากหนังสือที่อ่านอย่างไม่ค่อยเข้าใจ "พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"
พฤกษ์เดินออกมาหาพี่สาวที่นั่งรออยู่ตรงระเบียงบ้าน แพรวานั่งมองออกไปนอกบ้านด้วยแววตาที่ดูเศร้าสร้อยกว่าปกติ "พี่... ก็ไม่อยากจะไปเหมือนกันนะ" เธอพูดขึ้นลอยๆ
"ไม่ไปไหนเหรอครับ?" พฤกษ์ถาม
"ก็... การย้ายไปกรุงเทพฯ น่ะ" แพรวาถอนหายใจ "พี่เข้าใจว่าเราต้องไป แต่พี่ก็ไม่อยากจากเพื่อนๆ ที่นี่ไป พี่ก็ไม่อยากทิ้งบ้านหลังนี้เหมือนกัน"
"แล้วทำไมพี่ไม่บอกพ่อกับแม่ล่ะครับ?" พฤกษ์ถามด้วยความหวัง "ถ้าพี่ไม่เห็นด้วย พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องไป"
แพรวาหันมามองพฤกษ์ ดวงตาของเธอฉายแววตัดพ้อ "พี่บอกไปแล้ว แต่พ่อกับแม่ก็ยืนกรานว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเรา" เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง "พ่อกับแม่บอกว่า... ชีวิตที่นี่มันไม่มีอนาคตสำหรับเราแล้ว"
"แต่ผมก็มีความสุขที่นี่นะครับ" พฤกษ์พูดเสียงอ่อย "ผมมีเพื่อน มีโรงเรียน แล้วก็มีภาพวาดบนผนัง"
"พี่รู้" แพรวาพูดเบาๆ "แต่สำหรับพ่อกับแม่... ความสุขของพวกเขาคือการเห็นเรามีชีวิตที่ดี มีอนาคตที่มั่นคง"
"แล้วความสุขของผมล่ะครับ?" พฤกษ์ถาม แววตาเต็มไปด้วยความน้อยใจ "ไม่มีใครสนใจความสุขของผมเลยเหรอครับ?"
แพรวาเอื้อมมือมาจับมือพฤกษ์ไว้แน่น "พฤกษ์... พี่รู้ว่ามันยาก แต่เราต้องเข้าใจพวกเขา"
"แต่ผมไม่เข้าใจ" พฤกษ์สะบัดมือออก "ทำไมเราถึงต้องทิ้งทุกอย่างไปเพื่อสิ่งที่เรียกว่า 'อนาคต' ด้วยล่ะครับ? ถ้าไม่มีบ้านหลังนี้ ไม่มีภาพวาดพวกนี้ แล้วเราจะเป็นครอบครัวกันได้อย่างไร? แค่ไปอยู่ด้วยกันที่อื่น มันก็เรียกว่าครอบครัวแล้วเหรอครับ?"
"พฤกษ์..." แพรวาพยายามจะพูดต่อ แต่พฤกษ์ก็เดินหนีไปแล้ว เขาวิ่งกลับไปที่ห้องทำงานของเขา หยิบพู่กันแล้วเดินตรงไปที่ผนังห้องนั่งเล่น ที่ซึ่งภาพวาดครอบครัวที่เขารักมากที่สุดแขวนอยู่ เขาจ้องมองใบหน้าของพ่อ แม่ และพี่สาวในภาพวาดอย่างพิจารณา
"ทำไมนะ..." เขาพึมพำกับตัวเอง "ทำไมทุกคนถึงได้ดูเศร้าขนาดนี้"
เขาหยิบสีแดงสดขึ้นมา แล้วเริ่มระบายลงไปที่รอยยิ้มของพ่อ แล้วก็สีม่วงที่ดวงตาของแม่ และสีดำที่เส้นผมของแพรวา เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเลือกสีเหล่านั้น เขาแค่รู้สึกว่าสีสันเหล่านั้นกำลังสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงของพวกเขาออกมา สีแดงที่ร้อนแรงเหมือนความโกรธ สีม่วงที่หม่นหมองเหมือนความเศร้า และสีดำที่มืดมนเหมือนความสิ้นหวัง
"พฤกษ์! ทำอะไรน่ะ!" เสียงของแม่ดังขึ้นมาจากประตูห้องทำงาน พฤกษ์สะดุ้งตกใจ หันไปมองแม่ที่ยืนมองภาพวาดด้วยสีหน้าตกตะลึง "ทำไมลูกทำแบบนี้! นี่มันภาพวาดของเรานะ!"
"ผมแค่... แค่อยากให้ภาพมันสะท้อนความจริงครับแม่" พฤกษ์ตอบเสียงสั่น "แม่กับพ่อก็ไม่ได้มีความสุขจริงๆ ใช่ไหมครับ? พี่แพรวาก็เหมือนกัน"
แม่เดินเข้ามาใกล้ภาพวาด มองดูสีสันที่พฤกษ์เติมเข้าไปอย่างพิจารณา รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าของแม่ จางหายไปจนหมดสิ้น "ลูก... เข้าใจผิดไปนะ" เธอพูดเสียงเบา
"ผมไม่ได้เข้าใจผิดครับแม่" พฤกษ์พูด "ผมเห็นความเหนื่อยล้าของพ่อ ผมเห็นความกังวลในสายตาของแม่ แล้วผมก็เห็นความไม่เต็มใจของพี่แพรวา"
แม่มองพฤกษ์ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา "ลูก... ไม่รู้หรอกว่าพ่อกับแม่พยายามมากแค่ไหน เพื่อให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น"
"แล้วการที่ต้องทิ้งทุกอย่างไป มันคือชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆ เหรอครับ?" พฤกษ์ถาม "ถ้าผมไม่มีบ้านหลังนี้ ผมก็ไม่มีความสุขอีกแล้วนะครับ"
แม่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องทำงาน มองดูภาพวาดที่ลูกชายของเธอได้แต่งแต้มสีสันแห่งความจริงลงไป "แม่... ขอโทษนะลูก" เธอพูดเสียงสั่นเครือ "แม่ขอโทษที่ทำให้ลูกรู้สึกแบบนี้"
พฤกษ์มองดูแม่ที่กำลังร้องไห้ เขารู้สึกผิด แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมครอบครัวของเขาถึงได้กลายเป็นแบบนี้ ทำไมความสุขถึงได้ถูกแทนที่ด้วยความเศร้าและความกังวล ราวกับว่ามีรอยร้าวที่มองไม่เห็น กำลังค่อยๆ กัดกินความสัมพันธ์ของพวกเขา และมันเริ่มจากภาพวาดบนผนังนี่เอง
3,629 ตัวอักษร