ตอนที่ 19 — ความตั้งใจของกวินและน้ำตาของแม่
"ผม...อยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นเกียรติให้กับกานต์ครับ" กวินพูดเสียงหนักแน่น ดวงตาของเขามุ่งมั่น ไม่มีความลังเลแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาได้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความสับสนและความหวาดกลัวมาแล้ว ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจตอนนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนชีวิตที่กานต์มอบให้
อรอนงค์มองกวินนิ่ง เธอเห็นประกายบางอย่างในแววตาของเขา ซึ่งแตกต่างจากครั้งแรกที่เธอพบกัน ดวงตาที่เคยมีแต่ความเกรี้ยวกราดและความเจ็บปวด ตอนนี้เริ่มมีความอ่อนโยนและความตั้งใจจริงปรากฏขึ้นมา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมอารมณ์ที่ยังคงปั่นป่วนอยู่ภายใน
"คุณจะทำอะไรได้" เธอถามเสียงเย็น แต่แฝงด้วยความสงสัย "ชีวิตของลูกฉัน...มันแลกมาด้วยอะไรไม่ได้ทั้งนั้น"
"ผมรู้ครับ" กวินตอบ "ผมรู้ว่าไม่มีอะไรสามารถทดแทนชีวิตของกานต์ได้เลย แต่ผมก็อยากจะทำในสิ่งที่กานต์น่าจะอยากให้ผมทำ"
"ในสิ่งที่กานต์อยากให้ทำ..." อรอนงค์ทวนคำ "แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่ากานต์อยากให้คุณทำอะไร"
"ผม...ได้คุยกับคุณพิมพ์ชนกครับ" กวินอธิบาย "เธอเคยเล่าให้ผมฟังว่ากานต์เป็นคนอย่างไร กานต์มีความฝันอะไรบ้าง กานต์อยากช่วยเหลือคนอื่นอย่างไรบ้าง"
เมื่อได้ยินชื่อพิมพ์ชนก อรอนงค์ก็ชะงักไปเล็กน้อย เธอจำได้ว่าเด็กสาวคนนั้นคือคนที่อยู่เคียงข้างกวินมาตลอด และเป็นคนที่คอยให้กำลังใจเขาเสมอ
"พิมพ์ชนก...เธอเป็นคนดีนะ" อรอนงค์เอ่ยออกมาอย่างไม่รู้ตัว "เธอ...เป็นเหมือนแสงสว่างให้กับกวินจริงๆ"
"ครับ" กวินพยักหน้า "และกานต์ก็เหมือนกันครับ คุณอรอนงค์...ผมรู้ว่ากานต์อยากจะเห็นโลกนี้ดีขึ้น อยากจะเห็นคนอื่นมีความสุข"
"ใช่...ลูกชายของฉันเป็นแบบนั้นเสมอ" อรอนงค์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เธอเริ่มนึกถึงภาพกานต์ในวัยเด็ก ภาพที่กานต์วิ่งเล่นอย่างมีความสุข ภาพที่กานต์พยายามช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บ ภาพที่กานต์แบ่งปันขนมให้กับเพื่อนๆ ความทรงจำเหล่านั้นย้อนกลับมาทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มคลอหน่วย
"ผม...อยากจะสร้างกองทุนการศึกษาขึ้นมาครับ" กวินพูดต่อ "เป็นกองทุนที่ตั้งชื่อว่า 'กองทุนกานต์' เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ขาดแคลน หรือเด็กๆ ที่มีความสามารถแต่ไม่มีโอกาส"
อรอนงค์เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "กองทุนการศึกษา...เพื่อกานต์?"
"ใช่ครับ" กวินยืนยัน "ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่กานต์น่าจะชอบที่สุด เป็นการสานต่อความฝันของเขา และเป็นการให้ชีวิตของเขาได้มีความหมายต่อไป"
อรอนงค์เงียบไป เธอค่อยๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครสักคน ที่จะมีความคิดดีๆ แบบนี้ขึ้นมาเพื่อลูกชายของเธอ
"คุณ...แน่ใจนะว่าจะทำได้" เธอถามเสียงสั่นเครือ "การตั้งกองทุนมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ"
"ผมแน่ใจครับ" กวินตอบ "ผมจะทุ่มเททุกอย่างที่มี ผมจะทำงานหนัก ผมจะขอความช่วยเหลือจากหลายๆ คนที่รู้จักกานต์ และผมจะทำให้กองทุนนี้ประสบความสำเร็จให้ได้"
"แล้ว...คุณจะเริ่มต้นอย่างไร" อรอนงค์ถาม
"ผมอยากจะขอให้คุณช่วยผมครับ" กวินกล่าว "ผมอยากให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนนี้ เป็นประธานกองทุนก็ได้ หรือจะเป็นที่ปรึกษาก็ได้ ผมอยากให้คุณได้เห็นว่าความเสียสละของกานต์กำลังส่งต่อความหวังให้กับคนรุ่นต่อไป"
อรอนงค์มองกวินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเศร้า ความซาบซึ้ง และความหวัง เธอรู้สึกเหมือนเห็นกานต์กลับมาอีกครั้ง ผ่านความตั้งใจจริงของกวิน
"ฉัน...ฉันไม่รู้จะพูดยังไง" เธอพูดเสียงแผ่ว "ฉัน...ดีใจเหลือเกิน"
"ผม...ขอโทษอีกครั้งครับ" กวินกล่าว
"ไม่...ไม่ต้องขอโทษแล้ว" อรอนงค์ส่ายหน้า "ฉัน...ขอบคุณเธอต่างหาก ขอบคุณที่ยังจำกานต์ได้ ขอบคุณที่อยากจะทำสิ่งดีๆ เพื่อเขา"
ทันใดนั้น อรอนงค์ก็ลุกขึ้นยืน เดินตรงไปหากวิน และโผเข้ากอดเขาไว้แน่น
"กานต์...ลูกรัก" เธอพึมพำกับอกของกวิน "แม่...ภูมิใจในตัวเธอมากนะ"
กวินยืนนิ่ง รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอ้อมกอดของอรอนงค์ น้ำตาแห่งความโล่งใจและความรู้สึกผิดที่ถูกปลดปล่อยไหลรินออกมา เขาค่อยๆ โอบกอดอรอนงค์กลับเบาๆ
"ผม...จะทำให้ดีที่สุดครับ" กวินกล่าวเสียงเบา
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างกวินและอรอนงค์ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากความขัดแย้งและความเกลียดชัง เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจและความร่วมมือ กวินได้พิสูจน์ความตั้งใจจริงของเขาด้วยการลงมือทำทันที เขาเริ่มรวบรวมข้อมูลและวางแผนการจัดตั้งกองทุนอย่างเป็นระบบ เขาได้พูดคุยกับอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายท่าน ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดตั้งมูลนิธิ และที่สำคัญที่สุด เขาได้ขอให้พิมพ์ชนกเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์และระดมทุน
พิมพ์ชนกเต็มใจช่วยเหลืออย่างยิ่ง เธอเชื่อมั่นในตัวกวิน และเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่เขากำลังจะทำ เธอโพสต์เรื่องราวของกานต์และวัตถุประสงค์ของกองทุนผ่านโซเชียลมีเดียของเธอ ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก ข่าวการตั้ง "กองทุนกานต์" เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างความประทับใจให้กับผู้คนจำนวนมาก หลายคนที่ไม่เคยรู้จักกานต์มาก่อน ก็รู้สึกชื่นชมในอุดมการณ์นี้
แดนเองก็ทราบเรื่องราว กวินได้เล่าเรื่องการพบกับอรอนงค์และการตัดสินใจตั้งกองทุนให้ฟัง แดนรู้สึกดีใจที่เพื่อนของเขาได้พบทางออก และเริ่มที่จะเยียวยาตัวเอง เขาเสนอตัวที่จะช่วยเหลือในการออกแบบโลโก้และสื่อประชาสัมพันธ์ของกองทุน
"ฉัน...ดีใจนะที่เธอได้ทำในสิ่งที่ควรทำ" แดนกล่าวกับกวิน "ฉัน...รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับเธอ"
"ขอบคุณนะแดน" กวินตอบ "ฉัน...ขอบคุณที่เธออยู่ข้างๆ ฉันเสมอ"
"เรา...เพื่อนกันนี่" แดนยิ้ม "แล้ว...เรื่องของเราล่ะ"
กวินมองแดน เขายังคงต้องการเวลา แต่เขารู้ว่าเขากำลังก้าวไปข้างหน้า เขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่เขาสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้
"ขอเวลาฉันอีกหน่อยนะแดน" กวินกล่าว "แต่...ฉันกำลังพยายามอยู่"
"ฉัน...จะรอ" แดนพยักหน้า
ในที่สุด วันจัดงานระดมทุนครั้งแรกก็มาถึง งานถูกจัดขึ้นในห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง อรอนงค์ปรากฏตัวพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูสดใสขึ้นกว่าเดิม เธอได้เตรียมคำกล่าวเปิดงานไว้ ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตของกานต์ ความฝันของเขา และความหวังที่เธอมีต่อกองทุนนี้
"สวัสดีค่ะทุกท่าน" อรอนงค์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "วันนี้...ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่อความฝันของลูกชายอันเป็นที่รักของดิฉัน กานต์...เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เขาเชื่อว่าการศึกษาคือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้"
เธอหยุดเล็กน้อย มองไปที่กวินซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เธอด้วยความภูมิใจ
"อุบัติเหตุครั้งนั้น...ได้พรากลูกชายไปจากดิฉันอย่างไม่มีวันหวนกลับ" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "แต่...ดิฉันก็ยังเชื่อเสมอว่า ชีวิตของเขาจะไม่สูญเปล่า กองทุนนี้...คือความหวังของดิฉัน กองทุนนี้...คือการสานต่อเจตนารมณ์ของกานต์"
เธอยิ้มให้กับผู้ร่วมงานทุกคน
"ดิฉันขอขอบคุณคุณกวิน...ที่เป็นผู้ริเริ่มและผลักดันกองทุนนี้ขึ้นมา ขอบคุณคุณพิมพ์ชนก...ที่คอยเป็นกำลังใจและสนับสนุนเสมอมา และขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้"
"ขอให้กองทุนกานต์...เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีในชีวิตของเด็กๆ หลายๆ คนนะคะ"
เมื่ออรอนงค์กล่าวจบ เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วห้อง กวินมองอรอนงค์ด้วยความซาบซึ้ง เขาเห็นถึงพลังและความเข้มแข็งที่เธอได้รับจากการทำสิ่งนี้ร่วมกัน
"คุณแม่...ดูดีมากเลยครับ" กวินกระซิบ
อรอนงค์หันมายิ้มให้กวิน "ขอบคุณนะลูก"
พิมพ์ชนกยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม เธอดีใจที่เห็นทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ และเริ่มที่จะสร้างสิ่งดีๆ ร่วมกัน
6,074 ตัวอักษร