ตอนที่ 15 — ลมพายุแห่งความจริง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนของพิมพ์ ทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ความรู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อคืนยังคงเกาะกุม แต่เมื่อนึกถึงนัดหมายกับธันวาในวันนี้ เธอก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง
พิมพ์ลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า เธอใช้เวลาเลือกเสื้อผ้านานกว่าปกติ เธออยากจะดูดีที่สุดในวันนี้ วันที่จะได้รู้ความจริง
หลังจากแต่งตัวเสร็จ เธอเดินมาที่กระจกเงา ใบหน้าของเธอซีดเซียวเล็กน้อย ดวงตาดูเหนื่อยล้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นฉายแววอยู่
“วันนี้…ต้องรู้ให้ได้” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง ข้อความจากธันวายังคงอยู่ที่เดิม ‘พรุ่งนี้…เจอกันที่ร้านกาแฟเดิมของเรานะ ฉันจะรอเธอ’
พิมพ์ตัดสินใจไม่ส่งข้อความตอบกลับไป เธออยากจะให้การพบกันในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ พิมพ์ก็เดินทางออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟที่เธอและธันวาเคยใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆ
ตลอดทาง เธอพยายามตั้งสติและเตรียมใจให้พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์
‘ถ้าเขาบอกว่าเขานอกใจฉันจริงๆ ฉันจะทำยังไง’
‘ถ้าเขาบอกว่าเขาถูกเข้าใจผิด ฉันจะเชื่อเขาได้ไหม’
‘แล้วเรื่องเบอร์ +44 ล่ะ…มันคืออะไรกันแน่’
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเธอ ราวกับฝนที่กำลังจะตก
เมื่อมาถึงร้านกาแฟ บรรยากาศภายในร้านยังคงอบอุ่นเหมือนเช่นเคย กลิ่นหอมของกาแฟลอยคละคลุ้งไปทั่ว
พิมพ์เดินตรงไปยังมุมที่เธอและธันวามักจะนั่งเป็นประจำ โต๊ะนั้นว่างอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปนั่งลง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูรูปของเธอกับธันวาในวันวาน ความทรงจำดีๆ ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้หัวใจของเธออ่อนไหว
“หวังว่า…วันนี้จะเป็นวันที่เรากลับมาเข้าใจกันอีกครั้งนะ”
เธอหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ
ไม่นานนัก ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออก เธอเงยหน้าขึ้นมอง และก็ได้พบกับธันวา
เขายืนอยู่ที่หน้าประตู ราวกับรอสัญญาณบางอย่าง แววตาของเขาสื่อถึงความกังวล แต่ก็มีความจริงจังฉายออกมา
ธันวาเดินตรงเข้ามาหาเธอ และนั่งลงตรงข้ามเธอ
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบงัน มีเพียงเสียงเพลงเบาๆ จากในร้านที่ดังคลอเคลีย
“พิมพ์…” ธันวาเริ่มพูดขึ้นก่อน “ฉันดีใจนะที่เธอมา”
“ฉันก็ดีใจที่ได้มา” พิมพ์ตอบเสียงเบา
“ฉันรู้ว่าเธอคงกำลังโกรธฉันอยู่” ธันวาพูดต่อ “และฉันก็เข้าใจ”
“ฉัน…ฉันไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไง” พิมพ์สารภาพ “ฉันสับสน”
“ฉันรู้” ธันวาถอนหายใจ “เรื่องทั้งหมดมันซับซ้อนกว่าที่เธอคิด”
“ซับซ้อนยังไงคะ” พิมพ์ถาม “ปาล์มบอกฉันว่า…เธอมี ‘แฟนเก่า’ แล้วเธอกำลังจะกลับไป ‘เคลียร์’ เรื่องให้จบ”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘แฟนเก่า’ สีหน้าของธันวาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาดูประหลาดใจ
“ปาล์ม…เขาบอกเธอแบบนั้นเหรอ” ธันวาถาม
“ใช่ค่ะ” พิมพ์ตอบ “แล้ว…แล้วเรื่องที่เธอไปอังกฤษล่ะคะ มันเป็นแค่ข้ออ้างหรือเปล่า”
ธันวาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมคำพูด
“พิมพ์…เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันมีเหตุผลของมัน” เขาเริ่มเล่า “จริงๆ แล้ว…แม่ของฉันไม่ได้ป่วยหนักอย่างที่บอก”
พิมพ์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“แล้ว…แล้วทำไมคะ”
“ตอนที่ฉันอยู่ที่อังกฤษ…ฉันได้เจอกับ ‘เอมี่’ อีกครั้ง” ธันวาพูดเสียงเบา “เอมี่…คือแฟนเก่าของฉัน”
พิมพ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงมาอีกครั้ง
“เธอ…เธอคือคนที่ปาล์มพูดถึงเหรอคะ”
“ใช่” ธันวาพยักหน้า “เราเคยคบกันสมัยมัธยม แต่ก็เลิกกันไปเพราะเรายังเด็กเกินไป และมีปัญหากันหลายอย่าง”
“แล้ว…เธอมาทำอะไรที่อังกฤษ” พิมพ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“เธออยู่ที่นั่นมาตลอด” ธันวาอธิบาย “และพอฉันไปถึง…เธอก็ติดต่อฉันมา”
“แล้ว…แล้วเธอต้องการอะไร”
“เธอ…เธออยากจะกลับมาคืนดีกับฉัน” ธันวาพูดเสียงแผ่วเบา “เธอรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำไว้ตอนเด็กๆ”
“แล้ว…แล้วคุณล่ะคะ” พิมพ์ถามเสียงสั่น “คุณรู้สึกยังไง”
ธันวาหลับตาลง ราวกับจะทนฟังคำถามนี้ไม่ไหว “ฉัน…ฉันพยายามที่จะรักษาระยะห่างนะพิมพ์”
“แต่…คุณก็ยังติดต่อกับเธออยู่” พิมพ์พูดพลางน้ำตาเริ่มคลอ
“ฉัน…ฉันจำเป็นต้องคุยกับเธอ” ธันวาอธิบาย “เพราะเรื่องมันเกี่ยวกับ ‘ธุรกิจ’ บางอย่างของครอบครัวฉัน…ที่ฉันไม่เคยบอกเธอ”
“ธุรกิจ…อะไรคะ”
“คือ…ครอบครัวของเอมี่ เป็นนักลงทุนรายใหญ่ของบริษัทที่พ่อฉันทำอยู่” ธันวาเล่า “และช่วงนั้น บริษัทของเรากำลังมีปัญหาเรื่องเงินทุนอย่างหนัก”
“แล้ว…แล้วเอมี่เขา…?”
“เอมี่…เสนอว่าจะช่วยเรื่องเงินทุนให้ ถ้าฉันยอมกลับไปคืนดีกับเธอ” ธันวาพูดอย่างลำบากใจ “ฉัน…ฉันไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ พิมพ์”
“ทำไม…ทำไมคุณไม่บอกฉัน” พิมพ์ถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “คุณไม่ไว้ใจฉันเหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะพิมพ์!” ธันวาเอ่ยเสียงดัง “ฉัน…ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้องกังวล ฉันคิดว่าฉันจะจัดการทุกอย่างได้เอง”
“แต่สุดท้าย…คุณก็จัดการไม่ได้” พิมพ์พูดอย่างตัดพ้อ
“ใช่…ฉันทำพลาด” ธันวาค้อมหัวลง “ฉันคิดผิดที่ไม่ได้บอกเธอ”
“แล้ว…แล้วเบอร์ +44 ที่โทรเข้ามาล่ะคะ” พิมพ์ถาม “มันคือเบอร์ของใคร”
“อ๋อ…เบอร์นั้น” ธันวาเงยหน้าขึ้น “คือเบอร์ของ ‘คุณลุง’ ที่เป็นหุ้นส่วนของพ่อฉัน เขาเป็นคนกลางในการเจรจาเรื่องเงินทุนกับครอบครัวของเอมี่”
“เขาโทรมาหาฉันเพื่อ…?”
“เขาโทรมาเพื่อยืนยันเรื่องการทำสัญญา” ธันวาอธิบาย “แต่ฉันก็ไม่ได้รับสาย เพราะฉันกำลังยุ่งอยู่กับการตัดสินใจครั้งสำคัญ”
พิมพ์ฟังธันวาอธิบายอย่างตั้งใจ ความสับสนในใจของเธอค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย แต่ความเจ็บปวดจากการถูกปิดบังความจริงยังคงอยู่
“แล้ว…ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ” พิมพ์ถาม
“ตอนนี้…ฉันปฏิเสธข้อเสนอของเอมี่ไปแล้ว” ธันวาพูดอย่างหนักแน่น “ฉันไม่ยอมให้เรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน และฉันก็ไม่ยอมแลกความรู้สึกของเธอ กับผลประโยชน์ทางธุรกิจ”
“แล้ว…เรื่องเงินทุนล่ะคะ”
“เราหาทางออกอื่นได้แล้ว” ธันวาตอบ “ฉันได้คุยกับคุณลุงคนนั้น และเขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด”
พิมพ์มองธันวาอย่างพิจารณา เธอมองเห็นความจริงใจในแววตาของเขา
“ฉัน…ฉันไม่รู้จะพูดอะไร” พิมพ์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ฉันเสียใจที่เข้าใจผิด”
“ไม่เป็นไรนะพิมพ์” ธันวาจับมือเธอ “ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ”
“แล้ว…คุณล่ะคะ” พิมพ์ถาม “คุณรู้สึกยังไงกับเอมี่”
ธันวาจับมือของพิมพ์แน่นขึ้น “ฉัน…ฉันรู้สึกกับเธอแค่ความเป็นเพื่อนเก่าเท่านั้น”
“แล้ว…แล้วฉันล่ะคะ” พิมพ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ธันวามองเข้าไปในดวงตาของพิมพ์ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความจริงใจ
“พิมพ์…เธอคือคนที่ฉันรัก” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ “เธอคือคนที่ฉันอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย”
คำพูดของธันวา ทำให้หัวใจของพิมพ์อบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด รอยร้าวที่เคยเกิดขึ้นในหัวใจของเธอก็เริ่มจะประสานกัน
“ฉัน…ฉันก็รักคุณค่ะ” พิมพ์ตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
ธันวายิ้มออกมา เขาหยิบกล่องกำมะหยี่เล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“นี่…ฉันตั้งใจจะให้เธอตั้งแต่ตอนนั้น” เขาเปิดกล่องออก เผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดเล็กๆ ที่ส่องประกาย
“พิมพ์…แต่งงานกับฉันนะ”
พิมพ์มองแหวนวงนั้นด้วยความตื้นตัน น้ำตาแห่งความสุขไหลออกมาจากดวงตาของเธอ
“ค่ะ…ฉันตกลง”
5,482 ตัวอักษร