ท่วงทำนองในสายลมแห่งอดีต

ตอนที่ 15 / 40

ตอนที่ 15 — ความจริงอันเจ็บปวด บทสรุปแห่งการเดินทาง

วันแห่งการเฉลิมฉลองมาถึงอย่างรวดเร็ว ท้องพระโรงสว่างไสวไปด้วยแสงตะเกียง และโคมไฟที่ถูกประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม เสียงพูดคุยจอแจของแขกเหรื่อ ผู้มีเกียรติทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ดังระงมไปทั่วบริเวณ พสุธาแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ดูสง่างาม เขาจับซอสามสายไว้ในมือ รู้สึกถึงความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ภายใน แม้ว่าเขาจะฝึกฝนมาอย่างดี แต่การต้องแสดงต่อหน้าผู้คนจำนวนมากขนาดนี้ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่ดี "พร้อมนะ พสุธา" เสียงของขุนอินทร์ดังขึ้นมาข้างหู "ท่านเจ้าพระยา รอเจ้าอยู่" พสุธาพยักหน้า เขาก้าวเดินตามขุนอินทร์ไปยังแท่นบรรเลงที่จัดเตรียมไว้เบื้องหน้าพระพักตร์ และเบื้องหน้าแขกผู้มีเกียรติ "กราบเรียน ท่านเจ้าพระยา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระหม่อม แสดงบทเพลง 'เริงระบำแห่งพงไพร' เพื่อเป็นการต้อนรับคณะทูตจากต่างแดน" เสียงประกาศก้องไปทั่วท้องพระโรง พสุธากล่าวคำขอบคุณท่านเจ้าพระยา และคณะทูต จากนั้น เขาก็เริ่มบรรเลง เสียงซอสามสายอันไพเราะบรรเลงขึ้น ท่วงทำนองที่อ่อนหวาน และสง่างาม ค่อยๆ คลี่คลายออกไปราวกับสายหมอกยามเช้า พสุธาหลับตาลง และปล่อยให้จิตวิญญาณของเขาโลดแล่นไปกับเสียงเพลง เขาเห็นภาพผืนป่าอันเขียวชอุ่ม ลำธารใสไหลเย็น และดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน บทเพลงดำเนินไปอย่างราบรื่น เป็นไปตามที่เขาได้ซ้อมมาตลอดหลายสัปดาห์ แต่แล้ว ในช่วงกลางของบทเพลง ทันใดนั้นเอง ภาพในความฝันของเขาก็พลันปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน หญิงสาวในฝันของเขายืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ดวงตาของเธอสะท้อนภาพของจี้หยกที่เธอสวมใส่อยู่ "เจ้า... เจ้าคือบุพเพของข้า" เสียงของหญิงสาวในฝัน ดังขึ้นในหัวของพสุธา ราวกับเธอส่งเสียงมาถึงเขาโดยตรง "ทำไม... ทำไมเจ้าถึงจากข้าไป" พสุธารู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เขาเกือบจะบรรเลงผิด แต่ก็พยายามประคองสติเอาไว้ เขาเห็นหญิงสาวคนนั้นกำลังชี้ไปยังใครบางคนในฝูงชน "เขา... เขาคือคนที่พรากเจ้าไปจากข้า!" เสียงของหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้ง เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง พสุธาเบิกตากว้าง เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น และมองไปยังทิศทางที่หญิงสาวในฝันของเขากำลังชี้ ภาพนั้นทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ เบื้องหน้าเขา ห่างออกไปไม่กี่แถว มีชายสูงวัยคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาคือท่านเจ้าพระยาอภัยวุฒิ! "เป็นไปไม่ได้..." พสุธากระซิบ หญิงสาวในฝันของเขายังคงปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา ราวกับจะตอกย้ำความจริงอันน่าสะพรึงกลัว "เขา... เขาคือผู้ที่ทำให้ข้าต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง" เสียงของหญิงสาวดังขึ้นอย่างเจ็บปวด "เขาคือคนที่พรากเจ้าไปจากข้า..." ทันใดนั้นเอง ภาพความฝันก็สลายไป เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า พสุธาค่อยๆ ลดซอสามสายลง เขามองไปยังท่านเจ้าพระยาอภัยวุฒิ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม และความสับสน "เป็นไปได้อย่างไร" พสุธาเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ท่านเจ้าพระยา... ท่านคือคนที่..." ท่านเจ้าพระยาอภัยวุฒิที่นั่งอยู่บนพระที่นั่ง องค์เล็ก ใบหน้าของพระองค์ซีดเผือด ราวกับเห็นผี ทรงมองมาที่พสุธาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และความสำนึกผิด "พสุธา..." ท่านเจ้าพระยาตรัสเสียงสั่นเครือ "ข้า... ข้ามีเรื่องจะสารภาพ" ในขณะนั้นเอง ครูบุญที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านข้าง ก็เดินตรงเข้ามาหาพสุธา "พสุธา" ท่านกล่าวเสียงอ่อนโยน "บางที นี่อาจเป็นเวลาที่เจ้าควรจะได้รู้ความจริงทั้งหมด" พสุธาหันไปมองครูบุญ ใบหน้าของครูบุญเต็มไปด้วยความเห็นใจ "ความจริงอะไรหรือขอรับท่านครู" "หญิงสาวในฝันของเจ้า... คือคู่หมั้นของเจ้าในอดีตชาติ" ครูบุญกล่าว "และท่านเจ้าพระยาอภัยวุฒิ... คือคนที่พรากเธอไปจากเจ้า" คำพูดของครูบุญ ดุจดั่งสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของพสุธา โลกทั้งใบของเขาสั่นคลอน เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่า ชีวิตในอดีตของเขา จะซับซ้อน และเจ็บปวดถึงเพียงนี้ "แต่... ทำไมท่านเจ้าพระยาถึงต้องทำเช่นนั้นด้วยเล่าขอรับ" พสุธาถาม เสียงสั่นเครือ ท่านเจ้าพระยาอภัยวุฒิทรงทรุดพระองค์ลง ทรงใช้พระหัตถ์กุมพระพักตร์ "มันเป็นความผิดพลาด... ความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของข้า" พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา "ข้า... ข้าหลงรักเธอผู้นั้นเช่นกัน และในความเห็นแก่ตัว ข้าได้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เธอมา" ความจริงอันเจ็บปวดถูกเปิดเผยออกมา พสุธาไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขาควรจะโกรธแค้นท่านเจ้าพระยา หรือควรจะสงสารท่านดี ความรู้สึกสับสนตีวนไปมาในใจ "ข้า... ข้าขอโทษ" ท่านเจ้าพระยาตรัส "ข้าได้ทำลายชีวิตของเจ้า และของเธอผู้นั้น" พสุธามองไปยังซอสามสายในมือ เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมเสียงเพลงของเขาถึงได้แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า และความอาลัยเสมอมา มันคือเสียงสะท้อนของหัวใจที่แตกสลาย "ถึงเวลาแล้วกระมัง" พสุธากล่าวเสียงแหบพร่า "ที่ข้าจะต้องยอมรับความจริง" เขาเงยหน้ามองท่านเจ้าพระยาอีกครั้ง "ถึงแม้ว่า ข้าจะโกรธแค้นท่าน แต่ข้าก็เข้าใจว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันคืออดีต" ท่านเจ้าพระยาอภัยวุฒิทรงมองพสุธา ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ และความซาบซึ้ง "ข้า... ข้าขอบคุณเจ้า พสุธา" ท่านเจ้าพระยาตรัส "เจ้าได้ปลดปล่อยข้า จากพันธนาการแห่งความรู้สึกผิด" พสุธาก้มลงกราบท่านเจ้าพระยาอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น เขาก็หันไปมองครูบุญ "ข้า... ข้าต้องขอบคุณท่านครู" "เจ้าทำได้ดีแล้ว พสุธา" ครูบุญกล่าว "เจ้าได้เผชิญหน้ากับอดีต และยอมรับความจริง" เสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา บ่งบอกว่าผู้คนในท้องพระโรง รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเช่นกัน แม้จะเต็มไปด้วยความตกใจ แต่พวกเขาก็ยังคงให้เกียรติแก่พสุธา พสุธาหยิบซอสามสายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ เขาไม่ได้บรรเลงบทเพลง "เริงระบำแห่งพงไพร" อีกต่อไป เขากลับเลือกบรรเลงบทเพลงที่แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า และการให้อภัย เสียงซอสามสายดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ มันไม่ใช่บทเพลงแห่งความสุข หรือบทเพลงแห่งการเฉลิมฉลองอีกต่อไป แต่มันคือบทเพลงแห่งการยอมรับ บทเพลงแห่งการปลดปล่อย และบทเพลงแห่งการเริ่มต้นใหม่ พสุธารู้ดีว่า การเดินทางของเขาในยุคสมัยนี้ ยังไม่จบสิ้น ปริศนาแห่งอดีตได้คลี่คลายลงแล้ว แต่เรื่องราวของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ พร้อมกับความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับชีวิต และความหมายของดนตรี

4,898 ตัวอักษร