ตอนที่ 3 — พบครูบุญ เคล็ดลับแห่งปัญญา
ถนนหนทางในบางกอกน้อยยามเช้าคึกคักไปด้วยผู้คน พสุธาเดินตามคนรับใช้ของพระยาพิจิตรไปเรื่อยๆ เขาตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ผู้คนแต่งกายด้วยผ้าไหม ผ้าฝ้าย สวมเครื่องประดับที่ดูงดงาม เสียงพูดคุยจอแจ เสียงรถลาก เสียงเกวียนที่ดังมาจากที่ต่างๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในภาพยนตร์ประวัติศาสตร์
"เราจะไปที่ไหนกันขอรับ?" พสุธาถามคนรับใช้
"เราจะไปบ้านครูบุญขอรับ ท่านอาศัยอยู่นอกเมืองมาหน่อย" คนรับใช้ตอบ "ท่านเป็นครูสอนดนตรีเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมาก แต่ท่านไม่ค่อยชอบสุงสิงกับผู้คนนัก"
"แล้วท่านสอนดนตรีอะไร?" พสุธาถามต่อ
"ทุกอย่างขอรับ ทั้งซอสามสาย ระนาด ฆ้องวง..." คนรับใช้เอ่ย "แต่ที่เลื่องลือที่สุดคือการสอนซอสามสายของท่าน ท่านบอกว่าการเล่นซอต้องมี 'หัวใจ' มิใช่เพียงแค่ 'ฝีมือ'"
คำพูดของคนรับใช้ทำให้พสุธายิ่งตื่นเต้น เขารู้สึกว่ากำลังจะได้พบกับคนที่สามารถเข้าใจเขา และอาจจะช่วยเขาได้จริงๆ
หลังจากเดินทางมาสักพัก พวกเขาก็มาถึงบ้านหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมคลอง บ้านนั้นดูเรียบง่าย แต่สะอาดสะอ้าน มีต้นไม้ร่มรื่น และมีกลิ่นอายของความสงบเงียบ พสุธาลงจากรถลาก แล้วเดินเข้าไปในบริเวณบ้าน
"สวัสดีขอรับ" คนรับใช้ร้องทักทายหญิงชราผู้หนึ่งที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ "ข้าเป็นคนจากบ้านพระยาพิจิตร นำดนตรีฝีมือดีมาฝากครูบุญขอรับ"
หญิงชราเงยหน้าขึ้นมามอง พลางยิ้ม "อ้อ พระยาพิจิตรนั่นเอง เข้ามาก่อนเถิด ครูบุญกำลังรออยู่"
พสุธาเดินตามเข้าไปในบ้าน บรรยากาศภายในบ้านอบอุ่นและเงียบสงบ มีเครื่องดนตรีไทยตั้งอยู่ตามมุมต่างๆ มีกลิ่นอายของสมุนไพรลอยมาจางๆ
"มาแล้วหรือ" เสียงแหบพร่าแต่แฝงด้วยความอบอุ่นดังมาจากด้านใน พสุธารู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากเสียงนั้น
เขาเดินไปตามเสียงนั้น ก็พบกับชายชราผมขาวโพลน นั่งอยู่บนอาสนะในห้องโถง ท่านสวมชุดผ้าขาวม้าเรียบง่าย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเปี่ยมไปด้วยปัญญา ท่านคือครูบุญ
"กราบสวัสดีท่านครูบุญขอรับ" พสุธาก้มกราบลงอย่างนอบน้อม
"ไม่ต้องมากพิธี" ครูบุญกล่าว "พระยาพิจิตรบอกข้าแล้วว่าเจ้าคือ 'พสุธา' นักดนตรีหนุ่มผู้มีฝีมือ แต่ยังขาด 'วิญญาณ' ในเสียงเพลง"
คำพูดของครูบุญทำให้พสุธารู้สึกประหลาดใจ "ท่านรู้ได้อย่างไรขอรับ?"
ครูบุญหัวเราะเบาๆ "ข้าฟังเสียงเพลงมานานกว่าอายุของเจ้าเสียอีก เสียงเพลงมันบอกทุกอย่าง มันฟ้องความรู้สึกของผู้บรรเลง" ท่านมองมาที่พสุธา "เจ้าเล่นซอได้ไพเราะ เป็นที่น่าชื่นชม แต่ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้ากำลังเล่นเพลง 'เหมือน' ที่จะเล่าเรื่อง แต่จริงๆ แล้วเจ้ากำลัง 'เล่น' เพลง"
พสุธาทึ่งในความสามารถของครูบุญ "ข้า... ข้าพยายามอย่างยิ่งแล้วขอรับ"
"ข้ารู้" ครูบุญกล่าว "แต่การพยายามนั้น ต้องมาจากใจที่ 'อิน' กับเพลงเสียก่อน เจ้าลองบอกข้าสิ เพลงบุหลงรำพึงนั้น มีเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร?"
พสุธาอึกอักเล็กน้อย "เป็นเรื่องของหญิงสาวที่รอคอยคนรักที่จากไปไกล..."
"แล้วเจ้าอินกับเรื่องนั้นแค่ไหน?" ครูบุญถามแทรก "เจ้าเคยรู้สึกถึงความเหงา ความอ้างว้าง ความหวังที่ริบหรี่ ของหญิงสาวผู้นั้นหรือไม่? เจ้าเคยจินตนาการถึงภาพของนางที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง รอคอยคนรักที่อาจจะไม่มีวันกลับมาหรือไม่?"
พสุธาเงียบไป เขารู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำถึงข้อบกพร่องของตัวเอง "ข้า... ไม่แน่ใจขอรับ"
"นั่นแหละคือปัญหา" ครูบุญกล่าว "เจ้าเล่นเพลงเหมือนอ่านตำรา เจ้าท่องจำโน้ต ท่องจำจังหวะ แต่เจ้าไม่เคย 'เป็น' ตัวละครในเพลงนั้น"
"แล้วข้าจะทำอย่างไรดีขอรับ ท่านครู?" พสุธาถามอย่างร้อนรน
ครูบุญยิ้ม "การเรียนรู้ดนตรีที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่การฝึกฝนเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการฝึกฝน 'จิตวิญญาณ' ของตนเอง" ท่านหยุดไปครู่หนึ่ง "เจ้าต้องรู้จักการ 'ฟัง' ฟังเสียงรอบตัว ฟังเสียงหัวใจของเจ้าเอง และฟังเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในบทเพลง"
"ฟังเสียงรอบตัว?" พสุธาถาม
"ใช่" ครูบุญพยักหน้า "ลองเดินออกไปนอกบ้าน สังเกตชีวิตผู้คนรอบข้าง ฟังเสียงธรรมชาติ ฟังเสียงลม เสียงน้ำ เสียงนก สัมผัสถึงความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตต่างๆ รอบตัว แล้วนำความรู้สึกเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกับบทเพลงที่เจ้าจะบรรเลง"
"แล้วเรื่องราวในบทเพลงล่ะขอรับ?"
"บทเพลงทุกบทล้วนมีเรื่องราว" ครูบุญกล่าว "เจ้าต้องศึกษาตำนานที่มาของเพลงนั้น ทำความเข้าใจตัวละคร ความรู้สึก และอารมณ์ที่ผู้ประพันธ์ต้องการสื่อสาร จากนั้นจึงค่อยนำความเข้าใจนั้นมาถ่ายทอดผ่านเสียงเพลงของเจ้า"
ครูบุญลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปยังเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง "ลองหยิบซอสามสายของเจ้ามาสิ"
พสุธาหยิบซอสามสายขึ้นมา แล้วยืนตรงหน้าครูบุญ
"ข้าจะเล่นเพลง 'ลาวดวงเดือน' ให้เจ้าฟัง" ครูบุญกล่าว "ตั้งใจฟังให้ดี แล้วลองบอกข้าว่าเจ้าสัมผัสได้ถึงอะไรในเพลงนี้"
ครูบุญเริ่มบรรเลงเพลงลาวดวงเดือน เสียงซอของท่านนั้นเรียบง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้ง ท่วงทำนองอ่อนหวาน งดงาม ชวนฝัน ราวกับกำลังพรรณนาถึงความรักอันบริสุทธิ์ของหนุ่มสาวที่ได้พบกันใต้แสงจันทร์
เมื่อครูบุญบรรเลงจบ พสุธาถึงกับนิ่งอึ้ง เขารู้สึกถึงความงดงามของบทเพลงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน "ข้า... ข้าสัมผัสได้ถึงความรักอันบริสุทธิ์ ความอ่อนโยน และความโหยหาขอรับ"
ครูบุญยิ้ม "ถูกต้อง" ท่านกล่าว "นี่คือสิ่งที่เรียกว่า 'วิญญาณ' ของบทเพลง เจ้าต้องเข้าถึงมันให้ได้เสียก่อน แล้วเสียงเพลงของเจ้าจะไพเราะและมีความหมาย"
"ข้าจะพยายามขอรับ ท่านครู" พสุธากล่าวด้วยความมุ่งมั่น
"ดี" ครูบุญพยักหน้า "แต่การฝึกฝนนั้นต้องใช้เวลาและความอดทน เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะ 'ฟัง' และ 'รู้สึก' อย่างแท้จริง"
พสุธา รู้สึกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิตของเขา เขาได้พบกับครูผู้ชี้ทาง และได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของดนตรีที่เขาตามหามาตลอด เขารู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค เพื่อที่จะได้ครอบครองท่วงทำนองแห่งจิตวิญญาณนั้น.
4,609 ตัวอักษร