มณีรัตนากร ณ ลำน้ำอิง

ตอนที่ 10 / 40

ตอนที่ 10 — การมาถึงของทหารอยุธยา

"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ" หัวหน้าทหารอยุธยาถามเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบโรงทอผ้าที่ยังคงมีร่องรอยความเสียหายปรากฏอยู่ นายอ้นที่ถูกมัดแขนไพล่หลัง ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ เขา มะลิรีบก้าวออกมาเผชิญหน้ากับหัวหน้าทหาร "กราบเรียนท่าน นายทหารเจ้าคะ พวกเราถูกพวกชาวบ้านบุกเข้ามาทำลายข้าวของในโรงทอผ้าเมื่อวานนี้เพคะ" หัวหน้าทหารพยักหน้ารับ "ข้าได้รับรายงานมาแล้ว พวกเจ้าเป็นชาวมอญใช่หรือไม่" "เพคะ" มะลิตอบเสียงเบา "แล้วไอ้หมอนี่มันเกี่ยวอะไรด้วย" หัวหน้าทหารหันไปชี้หน้านายอ้น มะลิเหลือบมองนายอ้น เห็นแววตาตื่นตระหนก แต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว "เมื่อวานพวกเราเห็นมันเข้ามากับพวกชาวบ้านเจ้าค่ะ แต่มันเข้ามาแค่แป๊บเดียวแล้วก็จากไป" นายอ้นรีบสวนทันควัน "ข้าไม่ได้เข้ามาทำอะไรเลย! พวกนั้นมันบังคับให้ข้ามาด้วย ข้าไม่ได้อยากมา!" "หุบปาก!" หัวหน้าทหารตวาดเสียงดัง "ใครใช้ให้พวกเจ้าเข้ามาทำร้ายชาวบ้านคนอื่น" "พวกนั้นมันไม่ได้ทำร้ายชาวบ้านคนอื่นนะขอรับ" เสียงลุงคำดังขึ้น เขาเดินออกมาจากมุมหนึ่งของโรงทอผ้า "พวกมันกำลังทำมาหากินอย่างสุจริต แล้วก็ถูกพวกใจอิจฉาริษยามาทำลาย" หัวหน้าทหารหันมามองลุงคำด้วยความประหลาดใจ "ท่านเป็นใคร" "ข้าชื่อคำ เป็นชาวบ้านในละแวกนี้" ลุงคำตอบ "ข้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ชาวบ้านพวกนั้นมีทั้งคนมอญ และก็มีชาวสยามปะปนอยู่ พวกมันบุกเข้ามาทำลายข้าวของอย่างอุกอาจ" "แล้วเจ้ามายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร" หัวหน้าทหารเลิกคิ้ว "ข้ามาดูพวกเขาก็เท่านั้น" ลุงคำกล่าว "เห็นแล้วก็อดทนไม่ได้ เลยเข้ามาดูว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง" หัวหน้าทหารพยักหน้ารับ "ดีมากที่เจ้ามาบอกความจริง" เขากลับมาหันไปมองนายอ้นอีกครั้ง "แล้วเจ้าล่ะ มีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่" นายอ้นเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าทหาร "ข้าถูกบังคับจริงๆ ขอรับท่าน พวกนั้นมันขู่จะทำร้ายครอบครัวข้า หากข้าไม่มาด้วย" "เป็นเช่นนั้นจริงหรือ" หัวหน้าทหารถามมะลิ มะลิเห็นสีหน้าของนายอ้นที่ดูเหมือนจะพูดความจริง แต่เธอก็ไม่แน่ใจนัก "ข้าไม่ทราบแน่ชัดเจ้าค่ะ แต่เมื่อวานพวกเราเห็นนายอ้นเข้ามากับพวกชาวบ้านจริงๆ" "ข้าจะให้คนของข้าไปสืบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียด" หัวหน้าทหารกล่าว "ถ้าเจ้าหมอนี่พูดความจริง ข้าจะจัดการพวกที่บังคับเขาอีกที ส่วนพวกที่ทำลายข้าวของ พวกมันจะต้องรับผิดชอบ" "ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ" มะลิกล่าวด้วยความรู้สึกโล่งใจ "แต่พวกเจ้าเองก็ต้องระวังตัวด้วย" หัวหน้าทหารกล่าวเสริม "ชุมชนแห่งนี้มีความขัดแย้งกันอยู่มาก พวกเจ้าเป็นคนต่างถิ่น ต้องเข้มแข็งและระมัดระวังตัวให้มาก" "พวกเราจะจำคำของท่านไว้เจ้าค่ะ" มะลิตอบ หัวหน้าทหารพยักหน้าให้แก่พวกเธอ ก่อนจะหันไปสั่งทหารใต้บังคับบัญชาให้พาตัวนายอ้นไปสอบสวนต่อ "ไป! นำตัวมันไปที่ค่ายทหารหลวง เราจะสอบสวนมันให้สิ้นเรื่อง" เหล่าทหารพากันพาตัวนายอ้นออกไป ทิ้งให้มะลิและเพื่อนๆ ยืนมองความเสียหายที่ยังคงอยู่ "เอาไงต่อดีมะลิ" แม่หญิงสร้อยถาม "เราจะซ่อมแซมโรงทอผ้าทันส่งของให้ท่านกัปตันหรือไม่" มะลิถอนหายใจยาว "คงจะยากนะสร้อย แต่เราก็ต้องพยายาม" เธอหันไปมองแม่หญิงแก้วที่ยังคงมีใบหน้าเศร้าหมอง "แก้ว ไม่เป็นไรนะ เราจะช่วยกัน" แม่หญิงแก้วพยักหน้าเบาๆ "ข้าจะพยายามไม่ร้องไห้แล้ว" "ดีมาก" ลุงคำกล่าว "อย่าเพิ่งท้อแท้ไป พวกเราทุกคนจะช่วยเจ้าเอง" "ขอบคุณลุงคำ" มะลิกล่าว "ท่านเป็นที่พึ่งของเราจริงๆ" "ข้าก็เป็นชาวบ้านเหมือนพวกเจ้า" ลุงคำตอบ "เห็นพวกเจ้าถูกรังแกแบบนี้ ข้าก็ทนไม่ได้" "แล้วเราจะเริ่มซ่อมแซมตรงไหนก่อนดี" ไพรเอ่ยถาม "เราต้องซ่อมแซมส่วนที่เสียหายมากที่สุดก่อน" มะลิคิด "กี่ทอผ้าของแก้วต้องซ่อมให้เสร็จเป็นอันดับแรก เพราะเป็นงานสำคัญของแก้ว" "ข้าจะช่วยซ่อมแซมนะมะลิ" ไพรอาสา "ขอบคุณนะไพร" มะลิกล่าว "สร้อย แก้ว พวกเรามาช่วยกันเก็บเศษผ้าที่ยังใช้ได้นะ" ทั้งสี่คนเริ่มลงมือทำงานทันที แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการถูกรบกวนเมื่อวาน แต่พวกเธอก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะกอบกู้โรงทอผ้าของตนเองให้กลับคืนสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด ตลอดช่วงบ่าย เสียงค้อนกระทบไม้ เสียงด้ายถูกดึง เสียงกระสวยกระทบกัน ดังเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกถึงความพยายามของพวกเธอที่จะเอาชนะอุปสรรค ลุงคำคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลืองานเท่าที่กำลังของเขาจะทำได้ เขาเป็นเหมือนร่มโพธิ์ร่มไทรที่คอยปกป้องคุ้มครองพวกเธอในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ "ข้าว่างานซ่อมแซมน่าจะเสร็จทันส่งให้ท่านกัปตันนะมะลิ" ไพรกล่าว ขณะที่กำลังขันสกรูตัวสุดท้ายบนโครงกี่ทอผ้าของแม่หญิงแก้ว มะลิลองสาวเท้าเข้าไปดู "ดูดีขึ้นมากเลยไพร ขอบใจเจ้ามาก" "เล็กน้อยขอรับ" ไพรยิ้มแก้มปริ "แล้วผ้าที่เราทอค้างไว้ล่ะ" แม่หญิงแก้วถามอย่างกังวล "เราจะพยายามทอให้เสร็จให้เร็วที่สุด" มะลิปลอบ "ถ้าไม่ทันจริงๆ เราค่อยบอกท่านกัปตันตามตรง" "แต่ท่านกัปตันคงจะไม่พอใจนะ" แม่หญิงสร้อยกล่าว "เราทำเต็มที่แล้ว" มะลิกล่าว "ถ้าท่านไม่เข้าใจ ก็คงต้องยอมรับ" ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า มะลิได้เดินสำรวจความเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง เธอเห็นว่าแม้โรงทอผ้าจะเสียหายไปมาก แต่โครงสร้างหลักยังแข็งแรงดี และกี่ทอผ้าส่วนใหญ่ก็ได้รับการซ่อมแซมแล้ว "พวกเราทำได้" มะลิพึมพำกับตัวเอง "เราผ่านมันมาได้อีกครั้ง" "แน่นอนอยู่แล้ว" ลุงคำกล่าว "พวกเจ้ามีความเข้มแข็งกว่าที่คิด" "ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะลุง" มะลิกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "ไม่เป็นไร" ลุงคำยิ้ม "พรุ่งนี้ถ้าต้องการอะไรอีก ก็บอกข้าได้เลย" มะลิพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนทั้งสอง "คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่นะ พรุ่งนี้เรายังมีงานอีกมาก" แม่หญิงสร้อยและแม่หญิงแก้วพยักหน้ารับ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พัก ขณะที่มะลิกำลังจะเดินกลับบ้าน เธอก็เห็นเงาร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เป็นเงาของชายร่างสูง สวมเสื้อผ้าแปลกตา "ใครน่ะ" มะลิร้องถาม เงาร่างนั้นไม่ตอบ แต่กลับค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ขึ้น มะลิเห็นใบหน้าชัดเจนขึ้น เป็นใบหน้าของกัปตันชาลส์ "กัปตันชาลส์" มะลิอุทานด้วยความแปลกใจ "ท่านมาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ" "ข้ามาดูโรงทอผ้าของเจ้า" กัปตันชาลส์กล่าวเสียงเรียบ "ได้ยินว่ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น" "ใช่เจ้าค่ะ" มะลิตอบ "เมื่อวานมีคนเข้ามาทำลายข้าวของ" "ข้าได้ทราบเรื่องจากทหารของอยุธยาแล้ว" กัปตันชาลส์กล่าว "พวกเขาบอกว่าพวกเจ้าได้ซ่อมแซมโรงทอผ้าเสร็จแล้ว" "เกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วเจ้าค่ะ" มะลิกล่าว "แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ต้องทำต่อ" "ดี" กัปตันชาลส์พยักหน้า "พรุ่งนี้ข้าจะมารับผ้าตามกำหนดเดิม" "แต่..." มะลิอ้ำอึ้ง "ผ้าของเราอาจจะยังไม่ครบถ้วนตามจำนวน" "ข้าเข้าใจ" กัปตันชาลส์กล่าว "แต่ข้าก็ต้องทำตามหน้าที่ของข้า" มะลิก้มหน้าลง ไม่รู้จะตอบอย่างไร "เจ้าค่ะ" "อย่าได้กังวลไป" กัปตันชาลส์กล่าว "หากมีปัญหาอะไรอีก ก็บอกข้าได้เสมอ" มะลิเงยหน้าขึ้นมองเขา รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด "ขอบคุณนะเจ้าคะ" "ดูแลตัวเองให้ดี" กัปตันชาลส์กล่าว ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้มะลิยืนมองแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา

5,483 ตัวอักษร