มณีรัตนากร ณ ลำน้ำอิง

ตอนที่ 13 / 40

ตอนที่ 13 — การฟื้นฟูโรงทอและพันธมิตรใหม่

"เราได้บทเรียนราคาแพงในครั้งนี้" มะลิกล่าวพลางมองไปยังร่องรอยความเสียหายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แม้จะได้รับการซ่อมแซมไปมากแล้วก็ตาม "แต่ก็ทำให้เรารู้ซึ้งถึงความสำคัญของความสามัคคี และการมีผู้ใหญ่ที่เมตตาคอยช่วยเหลือ" ลุงคำพยักหน้าเห็นด้วย "จริงอย่างที่แม่หญิงว่า ทุกวิกฤตมักมาพร้อมกับโอกาสเสมอ สิ่งสำคัญคือเราจะมองเห็นมันหรือไม่" "ตอนนี้เรามีเงินทุนพอสมควรแล้ว" แม่หญิงสร้อยกล่าว "เราควรเร่งฟื้นฟูโรงทอให้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม" "ข้าคิดเช่นนั้น" มะลิเห็นด้วย "เราจะใช้เงินส่วนนี้ซื้อเส้นไหมที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ และอาจจะจ้างคนงานเพิ่มอีกสักสองสามคน เพื่อให้สามารถผลิตผ้าได้มากขึ้น" "แต่เราจะหาคนงานที่ไว้ใจได้จากที่ไหนเล่า" แม่หญิงแก้วถามอย่างกังวล "หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น เราไม่อยากให้มีใครเข้ามาสร้างปัญหาอีก" "ข้าเข้าใจ" มะลิกล่าว "แต่เราก็ต้องพึ่งพาคนอื่นบ้าง เราอาจจะลองสอบถามจากชาวมอญในชุมชนของเราเองก่อนก็ได้" "ดีเลย" ลุงคำเสนอ "ข้าจะช่วยดูให้" "ขอบคุณลุงคำมากนะเจ้าคะ" มะลิกล่าว "หากไม่มีลุงคำ เราคงจะลำบากกว่านี้มาก" "อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย" ลุงคำยิ้ม "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว" หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวการฟื้นฟูโรงทอผ้าของมะลิ ก็แพร่สะพัดไปในหมู่ชาวมอญ ทำให้เกิดความหวังและความคึกคักขึ้นในชุมชน หลายคนอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้ มะลิเริ่มกระบวนการคัดเลือกคนงานเพิ่ม โดยเน้นย้ำถึงกฎระเบียบและความซื่อสัตย์เป็นสำคัญ ไพรเองก็เข้ามาช่วยในการฝึกฝนคนงานใหม่ๆ ให้คุ้นเคยกับขั้นตอนการทอผ้า "แม่หญิง วันนี้มีแขกมาขอพบขอรับ" ไพรวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแจ้งข่าว "ใครกัน" มะลิถาม "เขาบอกว่าชื่อกัปตันชาลส์ขอรับ" ไพรตอบ มะลิรู้สึกประหลาดใจ กัปตันชาลส์ไม่ได้มาหาเธอเลยนับตั้งแต่เหตุการณ์นั้น "ให้เขาเข้ามาเลย" กัปตันชาลส์เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอ่อนลง "ข้ามาเพื่อแสดงความยินดีกับแม่หญิง" "ขอบคุณท่านกัปตัน" มะลิกล่าว "แต่ไม่ทราบว่าท่านหมายถึงเรื่องใด" "ข้าหมายถึงการที่พวกเจ้าสามารถฟื้นฟูโรงทอขึ้นมาได้อีกครั้ง" กัปตันชาลส์กล่าว "และที่สำคัญ ข้าได้รับข่าวดีจากทางราชการว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทำลายโรงทอของพวกเจ้า ถูกจับกุมตัวไปแล้ว" "ใช่เจ้าค่ะ" มะลิตอบ "พวกเราได้รับความช่วยเหลือจากท่านขุนนางผู้ใหญ่" "เป็นเรื่องที่ดี" กัปตันชาลส์ยิ้ม "ข้าเองก็โล่งใจที่ความจริงปรากฏ" "ท่านกัปตัน ยังคงต้องการผ้าของเราอยู่หรือไม่เจ้าคะ" มะลิถามอย่างตรงไปตรงมา "แน่นอน" กัปตันชาลส์ตอบทันที "ข้าต้องการมากกว่าเดิมเสียอีก" "เหตุใดเล่าเจ้าคะ" มะลิเลิกคิ้ว "เพราะข่าวการผลิตผ้าของพวกเจ้าเลื่องลือไปถึงหูของข้า" กัปตันชาลส์กล่าว "และมีพ่อค้าชาวต่างชาติบางคน ให้ความสนใจในผ้าทอของพวกเจ้าเป็นพิเศษ" มะลิอึ้งไป "พ่อค้าชาวต่างชาติหรือเจ้าคะ" "ใช่" กัปตันชาลส์พยักหน้า "พวกเขาได้เห็นตัวอย่างผ้าที่พวกเจ้าทอ และชื่นชมในคุณภาพและความประณีตอย่างมาก" "แล้วท่านกัปตัน..." มะลิเว้นคำพูด "ข้าจะช่วยแม่หญิงติดต่อกับพวกเขา" กัปตันชาลส์กล่าว "ข้าจะเสนอตัวเป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับพวกเจ้า" นี่เป็นโอกาสที่มะลิไม่เคยคาดคิดมาก่อน การได้ค้าขายกับชาวต่างชาติโดยตรงนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก และมีโอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาล "ข้าจะขอบคุณท่านกัปตันมากนะเจ้าคะ" มะลิกล่าวอย่างซาบซึ้ง "ข้าเองก็ต้องขอบคุณพวกเจ้าเช่นกัน" กัปตันชาลส์กล่าว "ที่ทำให้ข้ามีโอกาสได้เข้ามามีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้" การสนทนาระหว่างมะลิและกัปตันชาลส์ ดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ กัปตันชาลส์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเจรจาต่อรอง การกำหนดราคา และการทำสัญญา เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ธุรกิจของมะลิประสบความสำเร็จ "ข้าเชื่อมั่นในตัวแม่หญิง" กัปตันชาลส์กล่าว "และความสามารถในการค้าขายของพวกเจ้า" หลังจากกัปตันชาลส์กลับไป มะลิก็เรียกประชุมแม่หญิงสร้อยและแม่หญิงแก้ว เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับโอกาสใหม่นี้ "นี่เป็นเรื่องใหญ่มากนะ" แม่หญิงสร้อยกล่าวด้วยความตื่นเต้น "การได้ค้าขายกับชาวต่างชาติ" "แต่เราก็ต้องรอบคอบ" แม่หญิงแก้วเตือน "เราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขามากนัก" "ข้าเข้าใจ" มะลิกล่าว "แต่กัปตันชาลส์ดูจริงใจ เขาคงไม่หลอกลวงเรา" "เราจะเชื่อใจเขา" แม่หญิงสร้อยกล่าว "เพราะเขาคือคนที่ช่วยเรามาตลอด" "แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาคุณภาพผ้าของเราให้ดียิ่งขึ้น" มะลิกล่าว "เราต้องทำให้ผ้าของเราโดดเด่นกว่าใคร" "เราจะทำอย่างเต็มที่" แม่หญิงแก้วยืนยัน หลายวันต่อมา มะลิพร้อมด้วยกัปตันชาลส์ ได้พบปะกับตัวแทนของพ่อค้าชาวต่างชาติ การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น กัปตันชาลส์ทำหน้าที่เป็นล่ามและที่ปรึกษาได้อย่างยอดเยี่ยม เขาช่วยให้มะลิสามารถต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ ได้อย่างเป็นประโยชน์สูงสุด "พวกข้าพอใจในคุณภาพของผ้าที่พวกเจ้าผลิต" ตัวแทนชาวต่างชาติกล่าว "เราพร้อมที่จะสั่งซื้อจำนวนมาก" "พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่ง" มะลิกล่าว "เราสัญญาว่าจะส่งมอบผ้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้แก่ท่าน" การทำสัญญากับพ่อค้าชาวต่างชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญของมะลิและโรงทอผ้าของเธอ มันไม่ใช่แค่การสร้างเนื้อสร้างตัวให้มั่นคงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โลกการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่หญิงสาวชาวมอญคนหนึ่งไม่เคยฝันถึงมาก่อน

4,269 ตัวอักษร